เปิดใจ! "หนิง ปณิตา" เล่านาทีเผชิญหน้ามือที่สาม ตอบตรงๆ เชื่อมั้ยว่าเขาเลิกกันจริง?
เปิดใจ! "หนิง ปณิตา" เล่านาทีเผชิญหน้ามือที่สาม ตอบตรงๆ เชื่อมั้ยว่าเขาเลิกกันจริง?
เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่หลายคนให้การจับตามองอย่างมากเลยที่เดียวว่าเรื่องนี้จะจบยังไง ระหว่างเรื่องของหนิง ปณิตา และอดีตสามี จิน จรินทร์ ธรรมวัฒนะ ที่ทั้งคู่นั้นได้ตัดสินใจหย่ากันเรียบร้อยเนื่องจากมีเรื่องของมือที่ 3 และทางด้านหนิงก็ได้มีการฟ้องในคดีละเมิด เรียกค่าเสียหายกับบุคคลที่ 3 ซึ่งก่อนหน้า หนิง ปณิตา ได้เดินทางขึ้นศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เผชิญหน้าบุคคลที่สาม ในคดีที่หนิงเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคู่กรณี ในคดีละเมิดเรียกค่าเสียหายจากการทำให้ครอบครัวต้องพัง
ล่าสุด หนิง ได้ออกมาเปิดใจทุกเรื่องราวผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow โดยเผยว่า “ณ วินาทีแรก เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่รู้สึกอะไร ความรู้สึกมีอยู่แล้วแหละ โกรธมันมี แต่เรารู้สึกที่ว่าจะโกรธก็ต้องมีสติตลอด ต้องสั่งตัวเองให้ใจเย็นและมีเหตุผล ตอนเจอเขาก็มือสั่นนะ แต่พอหายใจเข้าออก มีสติ ใจเย็น ทุกอย่างกำลังจะดีแล้ว ก็อยู่ในสภาวะที่เราควบคุมได้”
มีจังหวะพีคปะทะคารมกันด้วย? “ไม่เรียกว่าปะทะคารม พอศาลท่านเมตตาให้เราไกล่เกลี่ยกัน ก็เป็นจังหวะที่เรากับเขาได้เผชิญหน้ากันพูดคุยกันครั้งแรก แน่นอนว่าการพูดคุยกันครั้งแรก เราก็อยากพูดในส่วนของเรา ว่าเรารู้สึกยังไง เราก็พูดกับเขาว่า ขอโทษนะที่พูดทั้งหมด เรามีระยะเวลาพูดสั้นมาก เราพูดชัดๆ ตรงๆ ไม่ต้องแปล แล้วหนิงเป็นคนแบบนั้น หนิงขอแค่อย่างเดียวการเคลียร์กันให้สำเร็จและแยกย้ายจากกันไปด้วยดี มันต้องมาจากพื้นฐานที่ว่าคุณรู้สึกว่าคุณผิดก่อน ถ้าคุณรู้สึกว่าผิดได้มันก็จะไปในทิศทางที่ควรจะไปได้ ซึ่งยอมรับว่าน้องทำได้ดีพอสมควร แล้วพอเขาทำได้ดีพอสมควร มันทำให้เราเปิดใจที่จะฟังอะไรอีกหลายๆ คำที่เขาพูด แต่ถ้าเขาทำตรงนี้ไม่ได้ มันก็ทำให้เราไม่ได้เปิดใจฟังเขา เรื่องมันก็จะไม่จบ ถูกมั้ย ก็ต้องไปอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอย ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมที่จะเป็นคนฟัง”
ในฐานะรู้จักพี่หนิงมานาน ตอนแรกคิดว่าโหด ดุ แต่จริงๆ เป็นคนใจอ่อนและใจเย็นมาก เมื่อวานก็เป็นอีกครั้ง พอเขาร้องไห้ ขอโทษ แม่ก็ใจอ่อนให้อภัยเขาเลย ทำไมถึงเห็นใจเขา? “เป็นคนเห็นน้ำตาคนไม่ได้ นี่คือจุดอ่อนของเรา แต่บนความที่ไม่ได้เรียกว่าให้อภัยหรอก เรียกว่ายอมเปิดใจยอมฟังคนอื่นบ้าง เพราะปัญหาทุกปัญหาเวลาเกิดต้องฟังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร เขาทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร พอเขาพูดมาเราก็บอกว่ามันไม่ใช่ สิ่งนี้คุณก็ต้องการแบบนี้ อย่างเขาบอกว่าเขาโดนผู้ชายหลอก เราก็บอกว่าไม่ หนิงไม่ได้เข้าข้างจิน อย่าคิดว่าการที่บอกว่าไม่ คือหนิงเข้าข้างจิน แต่มีคนเตือนคุณนี่ ถ้ามีคนเตือนคุณ คุณต้องรับฟังแล้ว คุณจะบอกว่าโดนหลอกไม่ได้ เพราะมีคนเตือนคุณ คุณต้องยอมรับตรงนี้ก่อนว่าคุณไม่ฟังใคร ถ้าไม่ฟังใครแล้วรู้ว่าเขายังไม่ได้เลิกกับครอบครับครัวเขา แสดงว่าคุณผิด แต่ถ้าคุณฟัง คุณออกไปเลยนะ แต่นี่คุณไม่ฟัง แต่ถามว่าเขาโดนหลอกจริงมั้ย เขาก็อาจโดนการพูดเหมือนที่เขาให้สัมภาษณ์ไป เราก็ต้องเปิดใจฟังตรงนี้ ตรงนี้เลยเป็นจุดที่ทำให้เราเห็นใจเขา”
มีข่าวออกมาว่าคู่กรณีพี่หนิงร้องไห้ คำไหนที่ทำให้เขาร้องไห้ออกมา? "ประโยคที่บอกว่าก่อนอื่นต้องยอมรับให้ได้ก่อน หนิงยอมรับฟังแล้วว่าโดนหลอก แต่โดนหลอกแล้วยอมให้เขาหลอกด้วยมั้ย มันเป็นจุดที่ทำให้ตัวเองรู้สึกต้องยอมให้เขาหลอกมั้ย หนิงขอไม่เอาคำพูดที่เราคุยกันอย่าไปลงดีเทล เพราะน้องเขาทำในส่วนที่ต้องทำ ณ ตรงนั้น ต้องยอมรับว่าถ้าเขายอมรับแล้วก็โอเค คนเราถ้าไม่ยอมรับจะเดินต่อไม่ได้ แต่วันนี้เขายอมรับ เราต้องให้โอกาสเขามั้ย คนเรามีใครไม่เคยทำผิด วันนี้หนิงมานั่งตรงนี้ได้เพราะหนิงเคยทำผิด และทุกคนยังเคยให้อภัย สังคมยังให้อภัยในสิ่งที่หนิงทำผิด หนิงถึงนั่งตรงนี้ได้ สังคมก็ต้องให้อภัยถ้าเขาทำผิด เพราะเขายอมรับ เราก็ควรให้โอกาสและดูว่าข้างหน้าเขาจะทำยังไง ถ้าเขาแก้ไขได้ ทำให้เราสร้างคนดีๆ ได้คนนึงเลยนะ แต่ถ้าแก้ไขไม่ได้ อันนั้นก็คือตัวเขา สำหรับเรากับเขา จบเรียบร้อย"
ช่วงพักเบรกกินข้าว เห็นบอกว่าใจอ่อน ถึงขนาดให้คนเอาข้าวเอาน้ำไปให้เขากิน เอ่ยปากเองเลยว่ากินข้าวหรือยัง? “ด้วยสถานการณ์ในศาลมันเครียดมากจนต้องเบรกทานข้าว ก็ถามว่าจะกินอะไร เพราะตรงนั้นศาลท่านก็ให้โอกาสเราพูดคุยว่าต้องเคลียร์อะไร แล้วมันก็หิว พี่ก็หิว เชื่อว่าเขาก็หิว เรามีลูกน้องไป เราก็แค่สั่งให้ซื้อมาและดูแลทุกคน เวลาหิวแล้วเราก็เบลอ คิดอะไรไม่ออก ตัวเราเครียดแค่ไหนเชื่อว่าเขาเครียดมากกว่า เพราะส่วนของเรายังได้รับกำลังใจจากทุกคน แต่เขาโดนสังคมซ้ำเติมๆ”
ไม่ได้หยุดแค่ข้าว เอาข้าวให้ไม่พอ แกะให้ด้วยจากที่ทราบจากเลขาฯ เอาน้ำให้เขาอีก? “ช่างมันเถอะ มันผ่านไปแล้ว”
เขาโพสต์คลิปจากใจที่อยากอธิบายหรือเป็นคำสั่งศาล? “ในกระบวนการไกล่เกลี่ยให้ยอมความ ศาลก็จะทำให้อยู่ตรงกลางให้ดีที่สุด แล้วอย่าคิดว่ากระบวนการยุติธรรมไม่มีนะ สมมติหนิงเรียกร้องไปมากกว่านี้เยอะมาก แต่หนิงได้แค่นี้ เมื่อวานหนิงก็พูดกับศาลว่าทำไมแบบนี้ๆ ศาลก็สอนหนิงมาว่า ด้วยหนิงเรียกร้องขนาดนี้มันสูงมาก แต่น้องเขาทำได้แค่นี้ เราไปเรียกร้องมากกว่านี้มันก็เป็นไปไม่ได้ นี่คือสุดเพดานเขาแล้ว คุณหนิงเดินลงมาไม่มีอะไรจะเสีย มันควรเจอกันที่ควรจะเจอกัน ถ้าอะไรยอมได้ก็ยอม ก็ให้มันจบได้เร็วที่สุด และให้ดีที่สุด”
เขาเลิกกันจริงมั้ย?“ณ วันนี้เขาพูดว่าเขาเลิกกัน จะแก้ไขปัญหาข้างหน้าให้ดีที่สุด อนาคตเราไม่สามารถรู้ได้หรอกว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ ณ วันนี้เมื่อเขาพูดอย่างนี้ เขายอมแบบนี้ในกระบวนการยุติธรรม เราให้กฎหมายเป็นตัวตัดสิน เราก็ต้องเคารพกฎหมายที่ตัดสินออกมา ที่เขาพูดแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการให้โอกาสของหนิง หนิงเชื่อว่าสังคมก็ควรให้โอกาสเขา อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นเราไม่รู้เลย ไม่มีใครบอกอนาคตได้ สำหรับหนิงกับเขาคือจบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากนี้ถ้าเขาจะไปคบกันก็เป็นเรื่องเขากับคุณจิน ไม่ใช่เรื่องของหนิงกับเขา หรือหนิงกับจินอีกต่อไป”
เมื่อวานเซ็นยอมความเรียบร้อย? “ใช่ค่ะ และทุกอย่างออกมาเป็นสิ่งที่ศาลสั่งลงมาว่าให้ทางน้องลงคลิปขอโทษหนิง ค่าใช้จ่ายตกลงกันที่เท่าไหร่ หนิงไม่มีสิทธิ์บังคับให้ทำอะไร เพราะเราให้กฎหมายเป็นคนตัดสิน”
อยากบอกอะไรถึงคู่กรณีของเราผ่านหน้าจอตรงนี้? “น้องทำได้ดีมากๆ แล้ว ในสิ่งที่มันเกิดขึ้น ชื่นชม วันนี้ถ้าเขายอมรับผิดแล้ว ก็ให้กำลังใจเขาหน่อย ชื่นชมว่าเขาเป็นผู้หญิงที่แมนมากคนนึง เมื่อวานที่เขาร้องไห้เขากลัวด้วยว่าการที่เขาโพสต์ลงไป เขาจะโดนสังคมรุมซ้ำเติมเขาแค่ไหน แต่หนิงพูดคำนึงกับเขาว่านั่นคือสิ่งที่คุณต้องได้รับจากการที่คุณทำผิด แต่ขอให้คุณขอบคุณหัวใจตัวเอง เพราะคุณแมนมากที่คุณกล้ายอมรับความผิดและกล้าพูดออกไปต่อหน้าสังคม คุณแมนกว่าผู้ชายบางคน แล้วมันจะผ่านไป หนิงก็พูดแบบนี้แล้วก็ตบไหล่เขา ถ้าเขาทำได้แบบที่พูดกับหนิงนะ แล้วเขาจะผ่านไป อย่าไปด่าอะไรเขาเลย วันนี้ใครอยากด่าเขาให้ใจเย็นๆ รอดูเขาหน่อยดีกว่า บางทีการไปซ้ำเติมเขาไม่ใช่เรื่องโอเค หนิงไม่ใช่แม่พระนะ แต่คิดว่าเรื่องหนิงกับเขาให้จบวันนี้ดีที่สุด แต่อนาคตหนิงกับคุณจินจะยังไง เป็นอีกบทเรียนต่อไป ซึ่งมันก็ยังไม่จบ”
ข้อคิดสั้นๆ สำหรับคู่กรณี? “หนิงคิดว่าน้องเขารู้เยอะมากแล้ว ในบทเรียนที่เขาได้รับ”