โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ป.ป.ช. ชี้มูล “อุทิศ ชูช่วย” อดีตนายกอบจ.สงขลา กับพวก ทุจริตจัดจ้างทำคู่มือเลือกตั้งนายกอบจ.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ก.ย 2566 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2566 เวลา 08.28 น.

ป.ป.ช. ชี้มูล ‘อุทิศ ชูช่วย’ อดีตนายก อบจ.สงขลา กับพวก ทุจริตจัดจ้างทำคู่มือเลือกตั้งนายก อบจ.

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายอุทิศ ชูช่วย เมื่อครั้งดํารงตําแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อมพวก กรณีจัดจ้างทําคู่มือการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาสําหรับประชาชนในราคาสูงเกินจริง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้าง เมื่อปี พ.ศ.2556 ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ก่อนที่นายอุทิศจะครบวาระการดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารจังหวัดสงขลาในเดือนตุลาคม 2556 ได้สั่งการให้นางสาวเฉลียว จันทรัตน์ หัวหน้าสํานักปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เร่งจัดจ้างทำคู่มือการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาสำหรับประชาชน โดยเดือนพฤษภาคม 2556 มีการตกลงให้ห้างหุ้นส่วนจํากัด ปานปั้น พาณิชย์ เซ็นเตอร์ เป็นผู้รับจ้างไว้แล้ว

ต่อมาเดือนมิถุนายน 2556 นายอุทิศได้ลาออกจากตําแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา โดยนายสำรวม รักษาพราหมณ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้ลงนามอนุมัติจัดจ้างทำคู่มือการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาโดยวิธีพิเศษ จำนวน 450,000 เล่ม ในราคาเล่มละ 87 บาท ค่าซอง 5 บาท รวม 92 บาท วงเงินในการจัดจ้าง จำนวน 41,400,000 บาท ทั้งที่คณะกรรมการกำหนดรูปแบบรายละเอียดและราคากลางไม่ได้สืบราคาจากท้องตลาดหรือผู้มีอาชีพโดยตรง

ซึ่งพยานหลักฐานในการสืบราคาของสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 15 ปรากฏข้อเท็จจริงว่า การจัดทำคู่มือการเลือกตั้งตามคุณลักษณะเดียวกันกับเรื่องนี้จะมีราคาตามท้องตลาดเฉลี่ย เล่มละ 45.93 บาท เมื่อเปรียบเทียบราคาแล้วราคากลางที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลากำหนดเพื่อจัดจ้างในโครงการที่กล่าวหาจึงสูงกว่าราคาโดยทั่วไปที่สมควร เล่มละ 46.07 บาท อันทำให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท และหนังสือคู่มือการเลือกตั้งดังกล่าวยังมีเนื้อหาที่เกินความจำเป็น นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ปานปั้น พาณิชย์ เซ็นเตอร์ ซึ่งภายหลังได้รับคัดเลือกเข้าเป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา มิได้เป็นผู้ประกอบการที่มีอาชีพโดยตรง สถานที่ตั้งไม่มีป้ายชื่อร้าน และไม่มีลักษณะของห้างร้านที่เปิดกิจการร้านค้าหรือประกอบกิจการโรงพิมพ์แต่อย่างใด

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของนายอุทิศ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ซึ่งปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดฐานละเลยไม่ปฏิบัติการตามอํานาจหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอํานาจหน้าที่ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 79

การกระทำของนายสํารวมมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ซึ่งปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

การกระทำของนางสาวเฉลียวมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ซึ่งปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

การกระทำของนายวีระชัย พรรณราย นักบริหารงานทั่วไป 7 และนายนรนาถ นิลวงศ์ นักบริหารงานทั่วไป 7 ไม่มีมูลความผิดทางอาญา แต่การกระทําดังกล่าวมีมูลเป็นความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง, การกระทำของนายสรรเพชญ กุลวิจิตร และนางรัตนา นวลละออง ไม่มีมูลความผิดทางอาญา ให้ข้อกล่าวหาตกไป, การกระทำของห้างหุ้นส่วนจํากัด ปานปั้น พาณิชย์ เซ็นเตอร์ นางสาวบุศย์แก้ว ศิริมุสิกะ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจํากัด ปานปั้น พาณิชย์ เซ็นเตอร์ และนางสมจิตร์ หรือสรวรรณ ศิริมุสิกะ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบัน เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

ทั้งนี้ ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจ ส่งรายงาน สํานวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคําวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ส่งสำนวนการไต่สวนและเอกสารหลักฐานพร้อมความเห็นไปยังผู้มีอํานาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดําเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป รวมทั้งให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ และแจ้งผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...