โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“พ่อเอาไปใส่แทนกำไลที่ข้อเท้าพ่อได้มั้ย” ลูกสาวอานนท์ ทำกำไรข้อเท้า หวังให้พ่อใส่แทนตรวน

VoiceTV

อัพเดต 10 ต.ค. 2566 เวลา 09.18 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2566 เวลา 09.08 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

หลังอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรมทางการเมืองถูกตัดสินว่ามีความตามข้อหาหมิ่นกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีการปราศรัยในม็อบ 14 ต.ค. 2566 ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกเป็นว่า 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา และไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ และนี่เพิ่งเป็นเพียงคดี 112 คดีแรกของอานนท์เท่านั้นที่มีการพิพากษา จากทั้งหมด 14 คดี

แม้จะถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ แต่อานนท์ จะถูกเบิกตัวจากเรือนจำมายังศาลบ่อยครั้ง ในฐานะจำเลยของคดีอื่นๆ และในบางครั้งเข้าต้องสวยชุดครุยทนายว่าความในคดีของตัวเองด้วย

นอกจากครุยที่ส่วมทับชุดนักโทษแล้ว สิ่งที่ผิดปกติอีกอย่างหนึ่งคือ ตรวนข้อเท้า หรือกุญแจข้อเท้า ติดอยู่กับตัวเขาด้วย หลังจากถูกจองจำ ถูกครั้งที่ถูกเบิกตัวมายังศาล อานนท์ จะถูกใส่ตรวนข้อเท้าก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

ประเด็นนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางเข้ายืนหนังสือต่อ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขอให้ทบทวนมาตรการการใช้เครื่องพันธนาการ โดยระบุว่า อานนท์ ต้องไปศาลอาญาโดยใส่พันธนาการที่ข้อเท้าทั้งสองข้างตลอดเวลา ซึ่งลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง ทั้งขัดรัฐธรรมนูญ และละเมิดข้อกำหนดแมนเดลาของ UN จึงขอให้ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทบทวนเรื่องดังกล่าว เพื่อเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ต้องขังซึ่งยังเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่มีพฤติการณ์ในการหลบหนี

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 29 รับรองว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดไม่ได้ การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยให้กระทำได้เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี

ตามมาตรา 21 พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ห้ามใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขัง เว้นแต่ (4) ผู้ต้องขังออกไปนอกเรือนจำและเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมเห็นเป็นการสมควร

ตามข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) หรือข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ซึ่งเป็นมาตรฐานในการคุมขังของเรือนจำทั่วโลก ข้อกำหนด 47 1.ห้ามใช้โซ่ เหล็ก หรือเครื่องพันธนาการใด ๆ ในลักษณะที่ย่ำยีศักดิ์ศรีหรือก่อให้เกิดความเจ็บปวด 2.การใช้เครื่องพันธนาการอื่น อาจกระทำได้หากเป็นไปตามกฎหมาย และในพฤติการณ์ดังต่อไปนี้ (ก) เพื่อป้องกันการหลบหนีในระหว่างเคลื่อนย้ายผู้ต้องขัง แต่จะต้องถอดออกเมื่อผู้ต้องขังปรากฏตัวต่อหน้าศาล หรือเจ้าพนักงานฝ่ายบริหาร

และข้อกำหนด 48 1.กรณีที่มีการอนุญาตให้ใช้เครื่องพันธนาการตามวรรค 2 ของข้อกำหนด 47 ต้องปฏิบัติตามหลักการดังต่อไปนี้ (ก) เครื่องพันธนาการอาจใช้ได้เฉพาะเมื่อรูปแบบการควบคุมอย่างอื่นที่รุนแรงน้อยกว่าใช้ไม่ได้ผลในการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากไม่มีการพันธนาการจำกัดความเคลื่อนไหว (ข) วิธีพันธนาการจะต้องมีลักษณะก้าวร้าวรุนแรงน้อยที่สุด เท่าที่จำเป็น และสมเหตุผลแก่การควบคุมการเคลื่อนไหวของผู้ต้องขัง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระดับและลักษณะความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น (ค) เครื่องพันธนาการจะต้องใช้ได้เฉพาะในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น และให้มีการปลดเครื่องพันธนาการออกโดยเร็วเมื่อความเสี่ยงเนื่องจากการไม่พันธนาการจำกัดการเคลื่อนไหวหมดสิ้นไปแล้ว

นอกจากนี้ หนังสือดังกล่าวยังระบุว่า เมื่ออานนท์ยังเป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ทางเรือนจำจะปฏิบัติต่ออานนท์เหมือนผู้กระทำผิดไม่ได้ การใส่ตรวนนั้นถือเป็นการลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง แม้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฯ จะให้อำนาจกระทำได้เพื่อป้องกันการหลบหนี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทางเรือนจำจะต้องใช้โซ่ตรวนในทุกกรณี ซึ่งอานนท์ไม่ได้มีพฤติการณ์ใดในการหลบหนี เห็นได้จากกรณีที่อานนท์ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในช่วงปี 2564 เป็นเวลากว่า 9 เดือน และต้องเข้าออกเรือนจำเพื่อเดินทางไปศาลอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ได้มีพันธนาการใด ๆ

การพันธนาการอานนท์ตลอดระยะเวลาที่อยู่นอกเรือนจำ แม้กระทั่งขณะศาลทำการพิจารณาคดีซึ่งอานนท์ทำหน้าที่ทนายความด้วยนั้น จึงเป็นมาตรการที่เกินจำเป็น

ทั้งนี้ พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ตั้งข้อสังเกตถึงมาตรการที่เข้มงวดของทางเรือนจำด้วยว่า อาจจะเกิดขึ้นหลังจากกรณีความพยายามหลบหนีคดี ระหว่างถูกเบิกตัวมาศาลของประสิทธิ์ เจียวก๊ก แต่อย่างไรก็ตามกรณีนั้นพบว่าไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผู้หลบหนีไม่ได้ใส่กุญแจข้อเท้า แต่เป็นเหตุจากการที่มีบุคคลให้ความช่วยเหลือในการหลบหนีคดี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...