เปิดสเตชันคุยกับ 'คุณเกษมสันต์' ชิมรสชาติการเดินทางตลอด 7 ปี สู่ขั้นกว่าของบุฟเฟต์จาก Copper Beyond Buffet
ใครเป็นสายบุฟเฟต์บ้างยกมือขึ้น ! ต้องบอกเลยว่าอาหารสไตล์บุฟเฟต์ได้กลายเป็นวัฒนธรรมการกินของคนไทยไปแล้วเรียบร้อย เพราะความคุ้มค่าล้วนอยู่ในสายเลือดของเรา ขอแค่ได้กินเยอะ กินอร่อย ก็รู้สึกว่าตัวเองชนะแล้ว
แต่ลองคิดภาพตามว่า ถ้าเราได้กินบุฟเฟต์ที่เต็มไปด้วยเมนูจากเชฟระดับโลก แถมยังได้นั่งอยู่ในบรรยากาศโรงแรมหรูที่ยกมาไว้ในร้าน Copper Beyond Buffet แล้วล่ะก็ ต้องกลายเป็นมื้ออาหารที่ทำให้เรารู้สึกถึงชัยชนะของการกินบุฟเฟต์มากขึ้นไปอีกแน่นอน
และเพื่อที่จะได้สัมผัสกับบุฟเฟต์สุด Luxury นี้ได้อย่างเต็มที่ เราก็ขอบุกไปเปิดสเตชันคุยกับ“คุณเกษมสันต์ สัตยารักษ์” ผู้พลิกโฉมวงการอาหาร พร้อมปูเส้นทางให้บุฟเฟต์นานาชาติอย่าง Copper Beyond Buffet มาสู่ร้านโฉมใหม่ที่สมการรอคอย !
ถ้าใครพร้อมเปิดประสบการณ์ขั้นกว่าของบุฟเฟต์ไปด้วยกันแล้ว ตามไปอ่านบทสัมภาษณ์ได้เลย~
จากเส้นทางในวงการบุฟเฟต์ตลอด 7 ปี
เชื่อว่าสายบุฟเฟต์หลาย ๆ คนที่อ่านอยู่ ก็ต้องเคยได้ยินชื่อของ “Copper Buffet” เพราะเป็นร้านที่ คุณเกษมสันต์ สัตยารักษ์ ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการอาหารกว่า 20 ปี ปั้นมากับมือ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ คุณเกษมก็เปิดอกให้ฟังว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
คุณเกษม : ก่อนมาเริ่มทำ Copper Buffet เราเคยทำร้านอาหาร Fine Dining มาก่อน พอเปลี่ยนมาทำร้านบุฟเฟต์ มาตรฐานและความละเอียด ความพิถีพิถัน ที่เราเคยมีจาก 100% มันเหลือ 50% เพราะมันมีข้อจำกัดหลายอย่างมาก สิ่งนี้มันเลยกลายเป็นความท้าทายที่เรารู้สึกว่าจะต้องแก้ไขมันให้ได้ เพราะเราคิดเสมอว่า ทำอะไรทั้งที ต้องทำให้ดีที่สุด
คุณเกษม : ฉะนั้นตอนเริ่มต้นทำร้าน Copper Buffet ใหม่ ๆ เราจึงต้องใช้เวลาในการสร้างทีม ลองผิดลองถูก ปรับกระบวนการทำงาน การจัดการครัวใหม่ทั้งหมด เพื่อทำอย่างไรก็ได้ ที่จะก้าวไปให้ถึง 100% ที่เราเคยทำได้
คุณเกษม : ช่วงโควิด 19 เป็นช่วงเวลาวิกฤตที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบทั้งหมด ร้านบุฟเฟต์ก็ถือว่าโดนหนักเช่นกัน แน่นอนว่าทุกคนกลัวกันหมด ไม่มีใครกล้าออกมากินอาหารนอกบ้าน แต่เราเป็นร้านบุฟเฟต์ ที่จุดขายของเราคือความคุ้มค่า และประสบการณ์ความอร่อยที่คุณจะได้รับก็ต่อเมื่อมาที่ร้านเท่านั้น
“โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไร
ให้คนที่กลัวแต่ยังอยากกินบุฟเฟต์
กล้าที่จะออกมากิน”
คุณเกษม : เราเลยสร้างมาตรการความปลอดภัยที่เข้มข้นมาก ๆ ปรับกระบวนการให้บริการใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งสื่อให้ลูกค้าเห็นทุกกระบวนการว่าเราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยจริง ๆ และมั่นใจได้ว่าถ้ามาใช้บริการเขาจะปลอดภัยแน่นอน
คุณเกษม : รวมถึงการเพิ่มบริการเดลิเวอรีเพื่อเพิ่มยอดขายอีกช่องทางหนึ่ง โดยลองทำโปรโมชัน ส่งฟรี 30 กิโลเมตร จากโปรโมชั่นนี่ทำให้เราได้ลูกค้าใหม่ ๆ เยอะมาก และลูกค้าเหล่านี้ก็เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่กลับมาหาเราในช่วงที่คลายล็อกดาวน์
คุณเกษม : สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีพลังมากขึ้น และทำให้งานที่ยากมาก ๆ กลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ก็คือการมีทีมที่รักและพร้อมทุ่มเทในการทำงานนี้จริง ๆ และเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร ซึ่งการที่ทีมงานจะเข้าใจสิ่งนี้ได้ เขาต้องได้ลองสัมผัสกับประสบการณ์นั้นด้วยตัวเอง
คุณเกษม : ฉะนั้นเราจึงหาโอกาสพาทีมงานทุกคนไปเที่ยวที่สวย ๆ ไปลองชิมอาหารในโรงแรมหลาย ๆ ที่ เพื่อให้เขาเข้าใจว่าคุณภาพอาหารที่ดีเป็นอย่างไร และในฐานะลูกค้าเรารู้สึกประทับใจอะไรบ้าง หรือเราคาดหวังว่าจะได้รับการบริการอย่างไร ลูกค้าก็อยากได้รับสิ่งนั้นเหมือนกัน
“สุดท้ายมันจะกลายเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าที่ลูกค้ามีความสุข
เจ้าของกิจการมีรายได้ และพนักงานมีสวัสดิการที่ดี”
คุณเกษม : ตั้งแต่เปิดร้านมาจนถึงตอนนี้ เราไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง โดยเรามีการเก็บสถิติ ยอดขาย ในทุก ๆ วัน ทำให้รู้ว่า ปีนึงเราเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวเรือไปมากกว่า 1 ล้านชาม ซึ่งจากตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ จนปลายปี พ.ศ. 2565 เราได้แตกแบรนด์ใหม่ออกมาเป็น “เตี๋ยวคอปเปอร์” เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้า รวมทั้งยังเป็นร้านแรกที่เสิร์ฟเมนูในดวงใจของลูกค้าทุกคนอย่าง “ซุปเห็ดทรัฟเฟิล” ด้วย ดังนั้นถ้าใครติดใจในรสชาติของก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิวจากบุฟเฟต์ แต่ยังจองบุฟเฟต์ไม่ได้ ก็สามารถไปกินที่ร้านเตี๋ยวคอปเปอร์ได้เลย
สู่การมอบประสบการณ์ที่เป็นขั้นกว่าของบุฟเฟต์
เพราะอาหารคือวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย และเมื่อทั้งหมดได้มารวมอยู่ในบุฟเฟต์แล้ว ความคุ้มค่านี้จะทำให้คนเกิดความรู้สึก “ชนะ” มันเลยกลายมาเป็นกลยุทธ์ของแต่ละร้านที่จะทำให้คนชนะได้แตกต่างกันไป เช่นเดียวกันกับ Copper ที่อยากจะสร้างความ Beyond ให้ลูกค้าได้ชนะไปอีกขั้น
คุณเกษม : จากที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าร้านไหนที่คนต่อแถวเยอะ จองคิวยาก คือร้านที่คนไทยจะต้องไปลองให้ได้ เพราะเมื่อเขาได้กินแล้วเขารู้สึกชนะ ไม่ว่าจะเป็นด้านรสชาติหรือราคา ซึ่งเป็นสิ่งที่ Copper มองเห็นมาตลอด
โดยตลอด 7 ปีที่ผ่านมานี้ Copper Buffet ก็ได้มอบชัยชนะให้ลูกค้าผ่านความคุ้มค่าในการกินบุฟเฟต์นานาชาติระดับพรีเมียมมาตลอด ทำให้เกิดคำถามว่า แล้วจุดไหนที่ทำให้ร้านต้องรีแบรนด์สู่ความ Luxury มากขึ้นไปอีก
คุณเกษม : DNA ความเป็นคอปเปอร์คือ “เราไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่” เมื่อเราก้าวสู่ปีใหม่ ๆ เราก็พร้อมพัฒนาตัวเองเพื่อลูกค้าอยู่เสมอ ดังนั้นในโอกาสครบรอบ 7 ปี ถือเป็นปีที่สำคัญสำหรับเรา เพราะเราได้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งส่วนสำคัญที่สุด ก็มาจากลูกค้าทุก ๆ ท่าน ที่พร้อมสนับสนุนคอปเปอร์ในทุก ๆ ช่วงเวลา
คุณเกษม : ในโอกาสครบรอบ 7 ปี เราจึงคิดว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่จะตอบแทนลูกค้า ด้วยการรีแบรนด์ ปรับโฉมร้านใหม่ เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและความสะดวกสบายยิ่งขึ้น เราตัดสินใจลงทุนเพิ่มอีกกว่าหลักร้อยล้านบาทเพื่อยกระดับประสบการณ์ให้กลายเป็น “Copper Beyond Buffet” พร้อมสื่อสารผ่าน 7 เซอร์ไพรส์ที่เตรียมไว้ให้ทุกคน ตั้งแต่เรื่องวัตุดิบ เครื่องมือ ทีม และร้านอาหาร จากพื้นที่เริ่มต้น 400 ตารางเมตร กลายเป็น 2,000 ตารางเมตรในวันนี้
คุณเกษม : Copper กล้าลงทุนทุกอย่างที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้ม ทั้งร่วมมือกับเชฟมิชลินและลงทุนกับอุปกรณ์ครัวเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง Smoke มาตรฐานระดับโลกจากอเมริกา หรือเครื่องล้างจานระบบดีที่สุดจากประเทศเยอรมนี ก็ล้วนเป็นเบื้องหลังที่จะยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้าได้
ซึ่งระหว่างช่วงสัมภาษณ์ คุณเกษมก็ได้พาเราไปทัวร์ทุกพื้นที่ในร้าน เปิดให้เห็นครัวระดับโลกกันอย่างใกล้ชิด แต่ยังมีความว้าวมากขึ้นไปอีกในตอนที่คุณเกษมหยิบจานจากตุรกีมาเคาะให้เห็นกันตรงหน้าเลยว่าจานนี้ไม่มีทางแตกง่าย ๆ !! ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของร้านจริง ๆ
คุณเกษม : ถามว่าทำไมเราต้องลงทุนขนาดนี้ เรามองว่าถ้าเราจะทำอะไรที่มีคุณภาพ เราต้องทำให้ดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง แล้วเสียงที่เราพูดออกไปมันจะแข็งแรง ไม่ใช่การพูดเพื่อทำการตลาดอย่างเดียว แต่ทำเพื่อให้คนรู้สึกได้ว่า Copper มีความจริงใจต่อลูกค้าจริง ๆ จากทั้งบรรยากาศที่คนสัมผัสได้ด้วยตา และอาหารที่ได้รับประทาน
“ท้ายที่สุดแล้วตัวตนของเราจะชัดเจนขึ้น
เราทำแล้วมีความสุข นี่แหละคือคำว่า Beyond”
ก้าวผ่านทุกปัญหาด้วยกลยุทธ์ทางใจ
เมื่อได้เปิดตัวการฉลองครบรอบปีที่ 7 อย่างยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เชื่อว่าเสียงตอบรับของลูกค้าต้องไหลเข้ามาแบบถล่มทลายแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นคำชมหรือปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งคุณเกษมก็ได้มาแชร์ฟีดแบ็กในการรีแบรนด์ครั้งนี้ พร้อมเผยกลยุทธ์การก้าวผ่านอุปสรรคที่กลาย ๆ คนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน
คุณเกษม : ช่วง 2 เดือนแรกถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากมาก ๆ มีหลายสิ่งที่ไม่ได้เหมือนกับที่เราคิดไว้ เพราะฉะนั้นเราต้องมองหาจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเองให้เจอ อย่างเช่นบรรยากาศร้านที่สวยขึ้น กว้างขวาง สามารถรองรับคนได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันลูกค้าก็ต้องเดินไกลมากขึ้น ดังนั้นเราจะต้องใช้เวลาให้ลูกค้าทำความเข้าใจ
“Copper มี DNA ที่ชอบลองผิดลองถูก
เพราะเราคิดแล้วทำ ไม่ใช่คิดแล้วกลัว”
คุณเกษม : หลักการทำงานและบริหารของ Copper ที่หลายคนไม่ค่อยรู้คือเราจะใช้ “ธรรมมะ” ในการแก้ปัญหา อย่างทุก ๆ วันพระที่เราจะให้ทีมพนักงานมาสวดมนต์พร้อมกัน เพื่อสอนให้ทุกคนรู้จัก “สติ” ไม่ว่าปัญหาอะไรที่เข้ามา จะสุขหรือทุกข์ก็ให้หยุดอยู่แค่รู้ เพราะเราเอาชนะอดีตหรือมองเห็นอนาคตไม่ได้ แต่เราต้องใช้ปัญญาที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน
คุณเกษม : เชื่อมั้นว่า Copper เป็นที่แรกและที่เดียวในโลก ที่ทุก ๆ วันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เราจะเปลี่ยนร้านอาหารให้กลายเป็นสถานปฏิบัติธรรม เรานิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ข้ามปี จนลูกค้าที่รับประทานอาหารเสร็จรอบสุดท้ายของวันนั้น ก็เตรียมของมาถวายพระไปกับเราด้วย
รสชาติแห่งตัวตนที่กลมกล่อม
เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์ที่ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศสุดหรู และรสชาติของบุฟเฟต์ระดับโลกแล้ว อยากให้คุณเกษมช่วยเปรียบเส้นทางของร้านตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการรีแบรนด์ในครั้งนี้ออกมาเป็น 2 เมนูในบุฟเฟต์ เผื่อใครอยากตามมาลองจะได้เปิดประสบการณ์ผ่านรสชาติได้เลย
คุณเกษม : Copper เมื่อ 7 ปีที่แล้วเปรียบเสมือน “ก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่จะเลือกเนื้อหรือหมู ใส่พริกหรือบีบมะนาว มันก็มีทั้งรสชาติและความหลากหลาย แต่ Copper ต่อจากนี้จะเป็น “สเต็กเนื้อสตริปลอยด์” เมนูแห่งความพิถีพิถันที่ผ่านเตานำเข้าในครัวหลักล้านบาท พร้อมเทคนิคการย่างระดับสูง คือมันก้าวไปอยู่ในจุดที่เกินความคาดหมายของบุฟเฟต์นานาชาติไปอีกขั้นแล้ว
ก่อนจะปิดจบประสบการณ์ครั้งนี้กันไป เราก็ได้แอบถามแผนในอนาคตของ Copper Beyond Buffet จากคุณเกษมมาฝากเพื่อน ๆ สายบุฟเฟต์ทุกคนด้วย บอกเลยว่าเป็นข่าวดีสุด ๆ !
คุณเกษม : ที่ผ่านมามีลูกค้าหลายคนบอกว่าร้านอยู่ฝั่งธนเนี่ยไกลมากเลย ต้องใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมง ขอให้รอติดตามต้นปีหน้าได้เลยครับ Copper ใจกลางเมืองมาแน่ และเซอร์ไพรส์ที่เราจะทำก็ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
“บุฟเฟต์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาลอง”
คุณเกษม : Copper Beyond Buffet คือร้านที่ทำด้วยความรัก ความตั้งใจ และความพิถีพิถันจริง ๆ อยากชวนทุกคนมาเรียนรู้และเปิดประสบการณ์ไปด้วยกัน เพราะเมื่อเราได้เรียนรู้แล้วจะทำให้การกินมีความสุขมากขึ้นไปอีก รับรองว่า Copper จะให้ประสบการณ์การทานบุฟเฟต์นานาชาติที่ไม่เหมือนใครแน่นอน
หลังจากได้พูดคุยกับคุณเกษมในวันนี้ ก็เรียกว่าได้เปิดประสบการณ์บุฟเฟต์ที่เป็นมากกว่าภาพที่ได้เห็น รสชาติที่ได้กิน แต่ยังสัมผัสได้ถึงคุณภาพระดับ Luxury ที่อยู่ในทุกส่วนของมื้ออาหารจริง ๆ ใครที่ยังไม่เคยลองก็ไปติดตามกันที่ Copper Beyond Buffet ได้เลย !