โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

มรภ.รำไพพรรณี ใช้เทคนิค NIR ตรวจความแก่อ่อนทุเรียน 5 นาที รู้ผล

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 17 พ.ค. 2565 เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

ปัญหาทุเรียนอ่อน คือ มาตรฐานค่าเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียน (หรือเรียกกันง่ายๆ เปอร์เซ็นต์แป้ง) ไม่เป็นไปตามกรมวิชาการเกษตรกำหนด คือ

– กระดุม เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งไม่น้อยกว่า 27 เปอร์เซ็นต์

– ชะนี พวงมณี 30 เปอร์เซ็นต์

– หมอนทอง ก้านยาว 32 เปอร์เซ็นต์

3 จังหวัดภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด ระยอง เป็นแหล่งผลิตทุเรียนอันดับ 1 ปี 2565 มีผลผลิตถึง 720,000 ตัน มีการประกาศกำหนดวันตัดทุเรียนแต่ละสายพันธุ์ ฤดูกาล 2565 กระดุมวันที่ 20 มีนาคม 2565 ชะนี พวงมณี 10 เมษายน และหมอนทอง ก้านยาว 25 เมษายน

การตัดทุเรียนก่อนกำหนดเสี่ยงต่อ “ทุเรียนอ่อน” เปอร์เซ็นต์เนื้อแห้งไม่เป็นตามที่กำหนด การตัดทุเรียนอ่อนมักจะเกิดช่วงต้นฤดูที่ทุเรียนมีปริมาณน้อยและมีราคาสูงแถมได้น้ำหนักดีด้วย ต้นฤดูกาลปี 2565 พันธุ์กระดุมราคาสูงถึง 260-270 บาทต่อกิโลกรัมต่อหมอนทอง 250 บาท ปริมาณทุเรียนเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้ราคาสูงที่ขายได้ช่วงต้นฤดู แต่ถ้ามีทุเรียนอ่อนหลุดออกไปในตลาดทั้งในและต่างประเทศจะทำลายราคาและตลาดทุเรียนไทยที่เหลืออยู่ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ที่จะออกช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

เพื่อความแน่ใจใครจะตัดทุเรียนก่อนวันประกาศต้องนำทุเรียนมาตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งให้ได้ค่ามาตรฐานและมีใบรับผลการตรวจเแสดงต่อโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ที่รับซื้อ ดังนั้น สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรตำบล สวพ.6 ได้ให้บริการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งฟรีในช่วงก่อนกำหนดวันตัดของแต่ละพันธุ์รวมๆ แล้วประมาณ 5,000 ตัวอย่าง เป็นภาระงานที่เร่งด่วนและเครื่องมือที่ตรวจใช้เวลานาน

เทคนิค NIR (FT-NIR Spectroscopy)

รวดเร็ว แม่นยำ รู้ผลภายใน 5 นาที

คุณชยุทกฤดิ นนทแก้ว เกษตรจังหวัดตราด อธิบายถึงวิธีการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งทุเรียนที่ใช้กันคือ ใช้เตาอบไมโครเวฟอบเนื้อทุเรียนไล่ความชื้นให้แห้ง ครั้งละ 2-3 นาที แต่ละตัวอย่างทำซ้ำ 6-8 ครั้ง อบและชั่งน้ำหนักจนน้ำหนักคงที่ และนำมาวัดเปอร์เซ็นต์เนื้อแป้งโดยใช้สูตรคำนวณหาเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง

น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียน (%) = น้ำหนักหลังอบ น้ำหนักก่อนอบ x 100

ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาทีจึงจะทราบผลน้ำหนักก่อนอบ

เมื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี คิดพัฒนา เครื่องมือตรวจวิเคราะห์ความแก่อ่อนของทุเรียนด้วยเทคนิค NIR (FT-NIR Spectroscopy) รวดเร็ว แม่นยำ รู้ผลภายใน 5 นาที จึงเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกร มือตัด ที่มาใช้บริการได้สะดวกรวดเร็วขึ้น และช่วยแบ่งเบาภาระของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบวัดเปอร์เซ็นต์เนื้อแห้งที่ทำงานหนัก

ผศ.ดร.เดือนรุ่ง เบญจมาศ ผู้จัดการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี เล่าถึงที่มา และการนำเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ความแก่อ่อนของทุเรียนด้วยเทคนิค NIR (FT-NIR Spectroscopy) มาใช้ว่า มหาวิทยาลัยจัดทำโครงการเพื่อช่วยแก้ไขสถานการณ์ปัญหาทุเรียนอ่อนของจังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่ปี 2564 และนำมาใช้ได้ปี 2565 ด้วย คุณสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ต้องการให้มหาวิทยาลัยได้ช่วยคิดวิจัยนวัตกรรมเครื่องมือวัดความแก่-อ่อน มาให้บริการเพื่อแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากผลผลิตปริมาณทุเรียนมีจำนวนมาก และราคาทุเรียนพุ่งสูงมากทำให้มีการเร่งตัดทุเรียน

เพื่อเป็นการให้บริการเจ้าของสวนและมือตัดที่ต้องการตรวจเปอร์เซ็นต์เนื้อแห้งของทุเรียนก่อนตัดได้รับความสะดวก รวดเร็ว และทีมงานเล็บเหยี่ยว นำโดย คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 6 (สวพ.6) และคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเอาจริงกับปัญหาทุเรียนอ่อนกับโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ทำให้โรงคัดบรรจุต้องเข้มงวดกับเกษตรกรหรือมือตัดที่นำผลผลิตมาขายต้องมีใบ GAP และใบตรวจรับรองเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้ง

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีมอบให้เกษตรจังหวัดจันทบุรี และ สวพ.6 เทียบวัดค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อแห้งของเครื่องมือ NIR กับการวัดด้วยเตาไมโครเวฟพบว่าค่าวัดใกล้เคียงกัน ทางศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออกออกใบรับรองผลการตรวจได้ ซึ่งปกติอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรตำบล และ สวพ.6

รวดเร็ว แม่นยำ

ปฏิบัติการในห้องแล็บ

ผศ.ดร.เดือนรุ่ง กล่าวถึง เครื่องมือตรวจวิเคราะห์ความแก่อ่อนของทุเรียนด้วยเทคนิค NIR (FT-NIR Spectroscopy) ว่าเป็นเครื่องมือที่ผลิตจากสหรัฐอเมริกา ใช้ทำวิจัยกับผลแอปเปิ้ลที่เปลือกบางกว่าทุเรียนมีความแม่นยำ 99 เปอร์เซ็นต์ มหาวิทยาลัยจึงคิดนำมาทดลองวิจัยใช้กับทุเรียนตั้งแต่ ปี 2564 จัดซื้อมาราคา 2.7 ล้านบาท แต่ในกระบวนการต้องมีการจัดการข้อมูลใหม่ทั้งหมด ประมวลผล สร้างโปรแกรม การทดลองกับทุเรียน 1,000 ลูกและเทียบค่ากับการวัดด้วยเครื่องเตาไมโครเวฟที่ใช้กันอยู่ ผลสรุปมีความแม่นยำ 95 เปอร์เซ็นต์ มหาวิทยาลัยจึงร่วมมือกับจังหวัดจันทบุรีนำเครื่องมือมาให้บริการฟรีกับเกษตรกรและมือตัดตั้งแต่วันที่ 7-25 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ใกล้ครบกำหนดวันประกาศตัดทุเรียน เกษตรกรมีความตื่นตัวนำทุเรียนพันธุ์หมอนทองมาตรวจวัดรวมประมาณ 1,000 ราย

“การทำงานของเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ความแก่อ่อนของทุเรียนด้วยเทคนิค NIR (FT-NIR Spectroscopy) รวดเร็ว แม่นยำ รู้ผลภายใน 5 นาที แต่ถ้านำตัวอย่างมาจำนวนมาก 50-60 ตัวอย่าง บางคนนำมา 3-4 ลูกเพราะปลูกคนละแปลง ต้องรอคิวและใช้เวลารอ 2-3 ชั่วโมง แต่ถ้าตรวจเฉพาะรายเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งการปฏิบัติการนั้นเราแบ่งเป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ห้องแล็บ 3 คน มีนักศึกษาปริญญาตรี วิชาเอกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารฝึกงาน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มหาสารคาม 9 คน และและเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน อาสาสมัครที่มาช่วยกันผ่าแกะพูทุเรียนเพื่อเข้าเครื่องวัด 4 คน และซึ่งการตรวจวัดจะรับได้สูงสุดวันละไม่เกิน 220 ตัวอย่าง” ผศ.ดร.เดือนรุ่ง กล่าว

ขั้นตอน เกษตรกรหรือมือตัดทุเรียนที่นำทุเรียนมาตรวจวัดที่ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก การปฏิบัติงานเป็น 2 ส่วน คือ

  • ส่วนหน้างาน มี 3 ขั้นตอน คือ 1. จุดคัดกรองทุเรียนก่อนลงทะเบียนตรวจวัด เงื่อนไขคือรับตรวจผลทุเรียนสดเท่านั้น ผลต้องไม่ผ่า เจาะ ขั้วไม่ป้ายสารเร่งสุก หรือขั้วแห้ง 2. จุดลงทะเบียนและลงรหัสที่ลูก จุดนี้ไม่มีปัญหา ถ้าเป็นเจ้าของสวนต้องมีใบ GAP เพื่อใช้บันทึกใบรายงานผล ถ้าเป็นมือตัดไม่มีใบ GAP ให้แสดงบัตรประชาชนและแจ้งที่อยู่สวนที่ตัดให้ชัดเจน 3. จุดผ่าลูก ผ่าทุกพูให้ได้เนื้อกลางลูกมากที่สุด และใส่เนื้อในตะกร้าที่มีรหัสตรงกับลูกส่งเข้าห้องแล็บ
  • ส่วนของห้องปฏิบัติการ เครื่อง NIR (FT-NIR Spectroscopy) เริ่มจาก 1. การเฉือนเนื้อทุเรียนด้านที่จะวางบนเครื่องให้เป็นแผ่นบางเรียบ ใช้กระดาษซับน้ำให้แห้งเพื่อให้รังสีฉายได้ทั่วพู ทดลอง 3 พูต่อ 1 ลูก 2. เครื่องฉายลำแสงผ่านเข้าไปในเนื้อทุเรียนทีละพู ลึกประมาณ 1 เซนติเมตรจนครบ 3 พูใช้เวลาประมาณ 2 นาที หลังจากนั้นจึงจะวัดปริมาณแสงที่ผ่านเข้าไปได้ เทียบค่ามาตรฐานสากลปริมาณเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้ง จากวิธีการอบจนน้ำหนักนิ่งในตู้อบ (Hot air oven) 3. ทุเรียนที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งเกิน 32 เปอร์เซ็นต์ ก็จะถือว่ามีความแก่จะทำซ้ำ 6 ครั้ง ถ้าทุเรียนมีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งต่ำกว่า 32 เปอร์เซ็นต์ จะวัดซ้ำอีก 12 ครั้งจนกว่าจะได้ค่าที่นิ่งไม่ error และ 4. เมื่อทราบผลการทดสอบที่ชัดเจนแล้วจะออกใบรับรองผลตรวจและผู้นำทุเรียนมาตรวจต้องมารับด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการรับรองเบื้องต้นเฉพาะผลที่นำมาตรวจ ส่วนโรงคัดบรรจุที่ส่งออกทาง สวพ.6 จะเป็นผู้ตรวจและออกใบรับรอง

“ปัญหาที่พบ คือปัญหาสีเนื้อเหลืองได้แต่เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งไม่ได้ ใช้นิ้วขูดเนื้อทุเรียนดูจะรู้สึกได้ว่ามีน้ำมากกว่าที่แก่ สาเหตุจากการให้น้ำมากเกินไปหรือทุเรียนแตกใบอ่อน ฤดูกาลปีนี้ที่อากาศแปรปรวนมากๆ ครบกำหนดวันตัดจริงสีเนื้อเหลืองเหมือนแก่แต่เนื้อแป้งไม่ผ่าน เกษตรกรและมือตัดบางคนไม่เข้าใจว่าไม่ใช่ทุเรียนอ่อนแขวนต่อให้แก่ได้ อย่างหมอนทองวัดได้ 29 เปอร์เซ็นต์ ถ้าแขวนต่ออีก 3-4 วันจะได้เปอร์เซ็นต์ขั้นต่ำ 32 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งปัญหาต่างๆ ที่ต้องรักษามาตรฐาน เช่น ไม่รับตรวจซ้ำลูกที่ไม่ผ่านต้องเปลี่ยนลูกใหม่ ไม่รับลูกที่ใช้สารเร่งสุกและการนำทุเรียนที่มีการจับอ่อนจากการตรวจของ สวพ.6 มาวัดซ้ำ ส่วนใหญ่เกษตรกรพอใจผลการตรวจและเวลาที่รวดเร็ว” ผศ.ดร.เดือนรุ่ง กล่าว

ปริมาณทุเรียนพุ่ง

พัฒนาต่อยอด

คุณปัทมา นามวงษ์ เกษตรจังหวัดจันทบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรมีความตื่นตัวเรื่องปัญหาทุเรียนอ่อนกันมาก เทคนิค NIR ต้องมีห้องแล็บและมีเจ้าหน้าที่นักวิจัยเหมาะกับสถานศึกษาที่มีอยู่ในจันทบุรี 3 แห่ง หากมีความพร้อมจัดหาเครื่องมือ NIR ให้บริการ ร่วมกับเกษตรอำเภอ เกษตรตำบล บุคลากรเป็นสายส่งเสริมการเกษตรตรวจเบื้องต้น หากได้รับจัดสรรเครื่องมือที่มาตรฐาน ตรวจง่าย ใช้เวลาสั้นๆ ผู้รับบริการจะได้ความสะดวกไม่ต้องรอนาน จะช่วยแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผศ.ดร.เดือนรุ่งให้ความเห็นว่า หาก 3 จังหวัดในภาคตะวันออก จันทบุรี ระยอง ตราด ให้ความสนใจยินดีให้บริการการวัดด้วยเครื่อง NIR ในปีต่อๆ ไป เพราะเครื่องสามารถรองรับข้อมูลได้ แต่การออกใบรับรองแต่ละจังหวัดต้องมอบหมายหน้าที่ให้โดยเฉพาะ และมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีกำลังวิจัยเครื่องมือการวัดความแก่ของทุเรียนทั้งลูกเพื่อจะให้กระบวนการวัดรวดเร็วมากขึ้น

อีกก้าวหนึ่งของ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพรรณีจันทบุรี ได้ “พัฒนาคุณภาพทุเรียนไทย สู่ความยั่งยืน” สนใจสอบถามศูนย์วิจัย โทรศัพท์ 061-660-5306

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...