โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ลวรณ” ยันใช้ยาแรง ลูกอ้างสิทธิพ่อแม่ลดหย่อนภาษีแต่ไม่ดูแล “อกตัญญู” เข้าข่ายโกงภาษี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียนคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่เรียกว่า “บัตรคนจน” รอบใหม่ ทางรัฐบาลต้องการบริหารจัดการงบประมาณที่มีจำกัดไปดูแลเฉพาะกลุ่มผู้ที่ยากจนที่สุดและไม่มีใครดูแลจริง ๆ ส่วนเกณฑ์พิจารณาเรื่องครอบครัว จะมุ่งเป้าหมายไปที่การคัดคนที่มีลูกหลานดูแลอยู่ออกจากระบบ หรือหลุดสิทธิ ด้วยการตรวจสอบจากฐานข้อมูลที่ลูกนำชื่อพ่อแม่ไปใช้หักลดหย่อนภาษี

สำหรับข้อสงสัยเรื่องสิทธิลดหย่อนภาษี 30,000 บาทต่อปีของบุตร คิดเป็นเงินดูแลพ่อแม่สูงถึงเดือนละ 2,500 บาท ซึ่งมากกว่าวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ให้เพียงเดือนละ 300 บาทนั้น รัฐบาลมองว่า ครอบครัวกลุ่มนี้มีฐานะ และความพร้อมมากกว่ากลุ่มยากไร้ที่ยังตกหล่นอยู่อีกจำนวนมาก

ขณะที่ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกณฑ์นี้รังแกลูกกตัญญูนั้น นายลวรณ ระบุว่า “ลูกที่เอาชื่อพ่อแม่ไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแต่ไม่ได้ดูแลจริงต่างหาก คือ ลูกอกตัญญู ตัวจริง และการทำเช่นนี้ถือเป็นการโกงภาษี อย่างหนึ่งด้วย”

ส่วนกรณีลูกนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้ให้เงินดูแลจริง หรือพ่อแม่ไม่ทราบมาก่อน ทางพ่อแม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม 2569

ดังนั้นเมื่อสามารถพิสูจน์ได้ว่า ไม่ได้รับการดูแลจากลูกหลาน ทางพ่อแม่จะได้สิทธิบัตรคนจนคืนกลับไปอย่างตรงไปตรงมา แต่ระบบจะทำการตัดสิทธิลูกไม่ให้นำชื่อพ่อแม่ไปหักลดหย่อนภาษีได้อีก ซึ่งมาตรการนี้เปรียบเสมือนการใช้ “ยาแรง” เพื่อทำให้ระบบภาษีและสวัสดิการมีความถูกต้องโปร่งใสที่สุด

ขณะเดียวกัน ผู้ที่หลุดเกณฑ์บัตรคนจน เนื่องจากมีครอบครัวดูแล รัฐบาลยืนยันว่า จะไม่ทอดทิ้ง โดยยังมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือสามารถเปลี่ยนไปเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ซึ่งเดิมทีกลุ่มนี้ลงทะเบียนไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขการถือบัตรคนจนอยู่ โดยปัจจุบันมีโควตาเหลือมากกว่า 4 ล้านสิทธิ

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาผู้ตกหล่นแบบซ้ำซาก ทางรัฐบาลตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการค้นหาคนยากจนที่อยู่ชายขอบ ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกหลัก เนื่องจากผู้นำชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ อบต. และเทศบาล คือผู้ที่ใกล้ชิดและรู้จักคนยากจนในพื้นที่ดีที่สุด เพื่อรวบรวมรายชื่อและส่งมายังกระทรวงการคลังคัดกรอง

“รายชื่อทั้งหมดจะต้องผ่านการคัดกรองด้วยระบบ Data Lake ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันระบบอุปถัมภ์ และรับประกันว่าเงินทุกสตางค์ของแผ่นดินจะพุ่งเป้าไปถึงคนยากจนตัวจริงเท่านั้น โดยจะประกาศผลการคัดกรองพร้อมเหตุผลอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นข้อมูลตัวเลขเชิงประจักษ์ที่ผู้ถูกตัดสิทธิจะไม่สามารถปฏิเสธหรืออุทธรณ์ได้” นายลวรณ ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...