โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวอินเดียช็อก! เพิ่งรู้เหลือไตข้างเดียว เพราะผัวแอบขายให้โรงพยาบาล

Khaosod

อัพเดต 13 ก.ย 2565 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2565 เวลา 10.00 น.

สาวชาวอินเดีย สุดช็อก หลังปวดท้องไปพบแพทย์ กลับเจอว่าไตเหลือเพียงแค่ข้างเดียว สาเหตุมาจากสามีตัวดีแอบไปตกลงขายให้โรงพยาบาล

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดข่าวสะเทือนใจในประเทศอินเดียขึ้น เมื่อสื่อได้รายงานเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ชื่อว่า รัญชิตา (Ranjita) ซึ่งพบเจอเรื่องสุดช็อก หลังมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง และตัดสินใจไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล

ก่อนที่แพทย์จะทำการแจ้งว่า เธอเหลือไตแค่เพียงข้างเดียว และสาเหตุที่ทำให้ไตของเธอเหลือเพียงแค่ข้างเดียวก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสามีของเธอนั่นเอง

รัญชิตา วัย 31 ปี เปิดเผยว่า เธอแต่งงานกับชายที่ชื่อว่า ปราสันต์ (Prasant) มานาน 12 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน เรื่องราวเกิดที่ขึ้นย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน ในปี 2018 รัญชิตา ถูกวินิจฉัยว่าเป็นนิ่วในไต และต้องเข้ารับการผ่าตัด ทันทีที่รู้ตัวว่าไตเหลือเพียงข้างเดียวมานานถึง 4 ปี รัญชิตา ก็ตัดสินใจเข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจ เพราะเชื่อว่าคนที่รู้เห็นและเป็นผู้รับเงินจากการขายไตของเธอ คงหนีไม่พ้นผู้เป็นสามี

เธอเชื่อว่าปราสันต์แอบตกลงกับแพทย์ในโรงพยาบาลนั้นให้ผ่าตัดไตออกโดยที่เธอไม่รู้ตัว จากนั้นก็พบว่าไตของเธอถูกปลูกถ่ายให้กับคนไข้ชื่อ อาซิมซึ่งเข้ารับการรักษาในช่วงเวลาเดียวกัน เธอยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่าเธอและครอบครัวของสามีมักมีปัญหากันมาตลอด ด้วยข้อกล่าวหาว่าเธอจ่ายค่าสินสอดไม่ครบ ทำให้เรื่องราวของเธอกลายเป็นข่าวไปทั่วโลก

ล่าสุดตำรวจได้ทำการสอบสวนและจับกุมผู้ต้องหา ขณะเดียวกัน รัญชิตาและสมาชิกในครอบครัวของเธอได้เรียกร้องให้ลงโทษเขาอย่างเข้มงวดที่สุด เธอยืนยันว่าไม่รู้เรื่องการปลูกถ่ายไตในครั้งนั้น และไม่เคยเซ็นเอกสารยินยอมใดๆ

ที่มา: sambadenglish,newindianexpress

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...