โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Life & Health : ความก้าวหน้าในการรักษาต่อมลูกหมากโต

แนวหน้า

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2566 เวลา 17.00 น.

โรคต่อมลูกหมากโต เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นโรคที่ไม่ควรมองข้าม หากเป็นแล้วแต่ไม่รีบรักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาและทำให้การรักษามีความซับซ้อนมากขึ้นปัจจัยหลักเกิดจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศชายเมื่ออายุมากขึ้น

ข้อมูลจาก นพ.สันตพล ชำนาญไพรศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะโรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า ตำแหน่งของต่อมลูกหมากจะอยู่ในบริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะ ไม่สามารถมองเห็นหรือคลำได้จากภายนอกร่างกาย ทำหน้าที่สร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ ส่วนโรคต่อมลูกหมากโต จะเกิดจากเซลล์ต่อมลูกหมากที่เพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้นโดยเฉพาะในผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปส่งผลให้ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่และอาจไปกดเบียดท่อปัสสาวะให้แคบลง ทำให้การปัสสาวะมีปัญหา โดยอาการของโรคต่อมลูกหมากโต มีดังนี้

l ปัสสาวะติดขัด

l ปัสสาวะไม่พุ่ง ต้องออกแรงเบ่ง

l ปัสสาวะบ่อยเวลากลางวัน หรือต้องลุกเวลากลางคืนมากกว่า 1 ครั้ง

l ปวดต้องปัสสาวะทันที กลั้นปัสสาวะลำบาก

l ปัสสาวะไม่สุด หรือปัสสาวะแล้วแต่หยดตามมา

l ปัสสาวะนานผิดปกติ

l ปัสสาวะปนเลือด

l ปริมาณการหลั่งน้ำอสุจิลดลง

การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโตนั้นแพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายโดยละเอียด รวมถึงการตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก การตรวจปัสสาวะโดยกล้องจุลทรรศน์ การตรวจค่าการทำงานของไต และการตรวจเลือดเพื่อดูระดับ PSA (Prostate Specific Antigen) หรือสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนั้นแล้วยังอาจมีการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ การวัดอัตราไหลของปัสสาวะ การวัดปริมาณปัสสาวะคงค้างหลังปัสสาวะ และการส่องกล้อง เป็นต้น

วิธีการรักษาต่อมลูกหมากโตที่นิยมทั่วไป มีตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ลดการดื่มน้ำในช่วงกลางคืนหรือลดเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ เป็นต้น ให้รับประทานยาคลายการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อต่อมลูกหมากเพื่อช่วยให้อาการปัสสาวะติดขัดดีขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องรับประทานแบบต่อเนื่อง แต่ในรายที่มีอาการรุนแรง เช่น ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะเป็นเลือด แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดต่อมลูกหมากด้วยการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจตามมา เช่น การติดเชื้อหรือภาวะไตเสื่อม เป็นต้น

แต่ในปัจจุบัน เนื่องจากความก้าวหน้าทางการแพทย์จึงมีทางเลือกในการรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่ไม่ต้องผ่าตัด เป็นการใช้ ระบบไอน้ำลดขนาดต่อมลูกหมาก หรือ Rezum Water Vapor Therapy เพื่อให้ต่อมลูกหมากมีขนาดเล็กลงและท่อปัสสาวะกว้างขึ้น โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือและกล้องสอดผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปยังต่อมลูกหมาก จากนั้นจะฉีดไอน้ำที่มีอุณหภูมิ 106 องศาเซลเซียส เข้าไปในต่อมลูกหมากประมาณ 6-10 ครั้ง ครั้งละ 9 วินาที โดยไอน้ำที่มีความร้อนจะกระจายไปทำลายเซลล์ของต่อมลูกหมาก ทำให้เซลล์ที่อุดตันท่อทางเดินปัสสาวะตายไป จากนั้นร่างกายจะกำจัดเซลล์ที่ตายออกไปตามธรรมชาติ โดยผู้ป่วยที่จะรักษาด้วยวิธีนี้จะได้รับการประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนการทำ Rezum Water Vapor Therapy ได้แก่

l การตรวจเอกซเรย์

l การตรวจเลือด

l การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

การรักษาด้วยระบบไอน้ำ เป็นวิธีที่ปลอดภัยโดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที ในการทำ ผู้ป่วยไม่ต้องวางยาสลบและไม่ต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาลเพียงแค่นอนพักฟื้นหลังการรักษาระยะเวลาสั้นๆ และสามารถกลับบ้านได้ในวันที่เข้ารับการรักษา โดยหลังการรักษาแพทย์จะใส่สายสวนปัสสาวะแบบคาสายปัสสาวะให้กับผู้ป่วยไว้ประมาณ 7 วัน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องถ่ายปัสสาวะเอง ทำให้อาการบวมหายเร็วขึ้นและการฟื้นตัวเร็วขึ้น เมื่อครบ 7 วัน แพทย์จะนัดมาตรวจติดตามและเอาสายสวนปัสสาวะออก ผู้ป่วยอาจรู้สึกปัสสาวะลำบากบ้างในช่วงแรกเนื่องจากยังมีอาการบวมและอาจมีอาการแสบร้อนระหว่างปัสสาวะ รวมถึงมีเลือดปนออกมาในปัสสาวะเล็กน้อยประมาณ 4-6 สัปดาห์ โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์และส่วนใหญ่หายเป็นปกติภายใน 6 สัปดาห์ และให้ผลลัพธ์เป็นเวลา 5 ปี โดยจะมีการตรวจติดตามทุก 2-5 ปี ซึ่งผลข้างเคียงของการรักษาที่เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์น้อยกว่าวิธีรักษาแบบมาตรฐานค่อนข้างมาก โดยหลังการรักษาผู้ป่วยจำเป็นต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด ได้แก่

l การรับประทานยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

l หากมีอาการปวดสามารถรับประทานยาระงับปวดได้

l การดูแลสายสวนปัสสาวะตามที่พยาบาลแนะนำ

เทคโนโลยีไอน้ำนี้ เหมาะกับผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีต่อมลูกหมากโตขนาด 30-80 กรัม โดยผู้ป่วยเคยรักษาด้วยยาแต่ไม่ตอบสนองต่อยาหรือมีผลข้างเคียงจากการใช้ยา และไม่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดที่ต้องวางยาสลบเป็นเวลานานได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยต้องไม่มีปัญหาการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะและไม่มีการใส่อวัยวะเพศเทียม

โรคต่อมลูกหมากโตเป็นโรคที่ไม่ควรละเลย พบได้บ่อยในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไปเพราะหากเป็นแล้วแต่ไม่รีบรักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาและทำให้การรักษามีความซับซ้อนมากขึ้น จึงอยากแนะนำให้ลองสังเกตอาการปัสสาวะของตัวเอง หากมีความผิดปกติควรรีบมาตรวจวินิจฉัย เพราะการป้องกันและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมให้ประสิทธิภาพการรักษาที่ดีกว่า

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...