โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิษน้ำท่วมตรังเซาะที่ดินโฉนดเกือบ 2 ไร่ร่วงหายไปในคลองผวาอีก 2 เมตรทำบ้านถล่ม

แนวหน้า

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

พิษน้ำท่วมกัดเซาะที่ดินโฉนดร่วงหายลงลำคลองสว่างไปแล้วเกือบ 2 ไร่เหลือแค่เพียง 2 เมตรลำคลองก็จะถึงตัวบ้าน เผยต้องนอนกันอย่างหวาดผวาหลังต้องเจอน้ำท่วมมาปีละกว่า 5 รอบ วอนผู้ว่าฯตรังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดทำโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง หลัง อบต.นาโต๊ะหมิง เขียนโครงการเสนอมาตั้งแต่ 6 ปีที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ (3 ก.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 2/6 หมู่ 3 บ้านห้วยเหรียง ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง โดยลักษณะบ้านเป็นบ้าน 2 ชั้น ด้านล่างปล่อยโล่ง ยกเสาสูง ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.วิภาทิพย์ ศรีประสิทธิ์ หรือบี อายุ 47 ปี อาชีพรับราชการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง และ ด.ต.สุทธิพร สิริสมบัติ ผบ.หมู่ กก.ตชด.43 ร้อย ตชด.435 ตรัง สองสามีภรรยา โดยที่ทั้งคู่กำลังทำความสะอาดบ้านที่มีดินโคลนปะปนอยู่ด้วย หลังจากถูกน้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.66 ที่ผ่านมา ระดับน้ำสูงถึง 1 เมตร จนมาในวันนี้ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว

ก่อนที่เจ้าของบ้านจะนำผู้สื่อข่าวไปชี้บริเวณหลังบ้านซึ่งอยู่ติดกับลำคลองสว่าง หลังจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ไหลหลากจากลคลองดังกล่าวเข้ามา ผลปรากฏว่ากระแสน้ำได้กัดเซาะตลิ่งและที่ดินซึ่งเป็นโฉนดพังถล่มกลายไปเป็นแม่น้ำแล้วเกือบ 2 ไร่ ส่งผลทำให้ตลิ่งที่หลงเหลือปัจจุบันห่างกับตัวบ้านแค่เพียง 2 เมตรแล้วเท่านั้น ทำให้อยู่กันอย่างหวาดผวาว่าน้ำจะกัดเซาะตัวบ้านพังถล่มลงตามไปด้วย

ทั้งนี้ ภายในตัวบ้านและโครงสร้างบ้าน ยังคงได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะของน้ำ ทำให้มีรอยร้าว และรอยแตกของปูนอีกด้วย เนื่องจากใต้พื้นดินของบ้าน น้ำได้กัดเซาะจนเป็นโพรงแล้วเช่นกัน เสี่ยงต่อการจะพังถล่มลงมาได้ตลอดเวลา หากปริมาณน้ำเข้าท่วมในแต่ละปี

น.ส.วิภาทิพย์ ศรีประสิทธิ์ หรือบี เจ้าของบ้าน บอกว่า หลังจากน้ำท่วมทำให้ตลิ่งพัง ดินสไลด์ ต้นไม้ เช่น ต้นมะพร้าว ต้นไผ่ และต้นทุเรียน ที่ปลูกเอาไว้ในที่ดินโฉนดก็ล้มลงไปในลำคลอง เสาเขตแดนก็ร่วงหายไป ซึ่งตนนั่งดูและเห็นที่ดินหายกลายเป็นลำคลองกับตาในทุกๆ วัน ซึ่งที่ดินของตนที่หายกลายเป็นลำคลองไปแล้วประมาณ 1 ไร่กว่าๆ เกือบ 2 ไร่ ซึ่งเหลืออีกแค่ 2 เมตร ลำคลองก็จะมาถึงตัวบ้านแล้ว ซึ่งเป็นมาในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี ตั้งแต่มาปลูกบ้านเมื่อปี พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา ซึ่งในพื้นที่นี้จะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมทุกปี เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา บ้านตนถูกน้ำท่วมถึง 5 ครั้ง และในปี พ.ศ.2566 นี้ท่วมมาแล้ว 2 ครั้ง โดยในแต่ละครั้งก็จะกัดเซาะที่ดินไปจำนวนมากทุกครั้ง โดยประมาณครั้งละ 1 งาน เช่นเดียวกับครั้งนี้ ซึ่งปัญหาหลักๆเลยตัวบ้านตอนนี้เริ่มจะมีรอยแตกร้าว ชำรุดบางส่วน ระบบประปา น้ำจะมีสีแดงขุ่นใช้งานไม่ได้

น.ส.วิภาทิพย์ บอกต่ออีกว่า ซึ่งตั้งแต่สร้างบ้านตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 ก็ได้ไปประสานกับผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. โยธาธิการและผังเมือง เจ้าท่า ชลประทาน และตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็บอกแค่เพียงว่าอยู่ในขบวนการเข้าแผนงบประมาณเพื่อก่อสร้างโครงการกั้นตลิ่งพัง วันนี้อยากจะวิงวอนให้โครงการที่ได้เข้าแผนในปีงบประมาณ 2566 นี้ ตามที่นายก อบต.นาโต๊ะหมิง ได้แจ้งไว้ว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง ประมูลหาผู้รับเหมาได้แล้ว แต่จริงๆตนก็ไม่รู้เลยว่าขั้นตอนไปถึงไหนแล้ว

น.ส.วิภาทิพย์ บอกอีกว่า จึงอยากให้หน่วยงานของรัฐเห็นใจในการที่จะช่วยสร้าง แนวกั้นตลิ่งพัง เพราะละแวกนี้จะมีชาวบ้านหลายครัวเรือน ที่มีดินสไลด์และพังลงในลำคลองสว่าง มาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีแล้วตลอดแนวลำคลองสว่างระยะทางประมาณ 1,200 เมตร ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ได้แต่ทำใจ แต่สำหรับตนแค่ทำใจไม่ได้แล้ว เพราะที่ดินหายไปเยอะมากและจะถึงตัวบ้านในเร็ววันนี้แน่นอน จึงขอให้ภาครัฐช่วยเข้ามาติดตามโครงการและขอให้สร้างตามงบประมาณที่เข้าแผนไว้ในเร็ววันนี้ ตอนนี้หวั่นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมาก เพราะน้ำเกือบจะถึงบ้านและไหลเชี่ยวกรากมากและหลังจากน้ำลดดินก็จะสไลด์

ที่ผ่านมาตนก็ได้พยายามช่วยเหลือตนเอง เช่น การปลูกหน้าแฝกและพยายามทำแนวกันตลิ่งพังด้วยตนเองแต่ก็ไม่สามารถช่วยได้ รวมทั้งได้บริจาคที่ดินติดลำคลองให้เป็นที่สาธารณะแล้วบางส่วนและมีการเว้นที่ดินห่างจากลำคลองตามที่กฏหมายกำหนดด้วย แต่ยังคงพังถล่ม ตอนนี้ที่ดินก็หายไปเกือบ 2 ไร่ และเหลืออีก 2 เมตรก็จะถึงบ้านแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทาง อบต.นาโต๊ะหมิง ครั้งนายประสพ ทองย้อย นั่งเก้าอี้นายก อบต.ได้มีหนังสือที่ ตง.74907/736 ลงวันที่ 24 ก.ย.61 เรื่องส่งรายละเอียดโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งคลองสว่าง ถึงโยธาธิการและผังเมือง จ.ตรัง เพื่อขอจัดสรรงบประมาณจำนวน 60 ล้านบาทถ้วน เพื่อจัดทำโครงการดังกล่าว แต่ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา จนมีการมาปลูกบ้านในปี 2564 ทางเจ้าของบ้านก็ได้ติดตามและทวงถามมาตลอด

แต่ผลปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ลงมาสำรวจ ให้เซ็นหนังสือยินยอม เจาะดินไปสำรวจ เขียนแบบ เปิดซอง และมีผู้ประมูลงานแล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆรับปากว่าจะดำเนินการให้ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการดำเนินการ เพียงแค่บอกว่าเข้าแผนปฎิบัติราชการในปีงบประมาณ 2566 นี้ของกรมโยธาธิการและผังเมืองไว้แล้ว ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าจะเงียบไปเหมือนครั้งก่อนๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงอยากให้ นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เข้ามาตรวจสอบและดูแล กำชับ ในเรื่องนี้โดยตนเอง เนื่องจากชาวบ้านหวั่นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสินมาก ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...