ส่ง ฮ. ช่วยดับไฟป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ลามหนักวันที่ 4 หลังจุดความร้อนขยาย 17 จุด
ส่ง ฮ. ช่วยดับไฟป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ลามหนักวันที่ 4 หลังจุดความร้อนขยาย 17 จุด
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 มีนาคม ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า (ศอ.ปกป.ภาค 3 สน.) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้รับการประสานจากนายครินทร์ หิรัญไกรลาส หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยว่า ตลอดคืนที่ผ่านมาเกิดไฟป่าขยายวงกว้างในพื้นที่ เนื่องจากเกิดจุดความร้อน หรือ Hotspot 17 จุด ช่วงเช้าของเมื่อวาน บริเวณป่าห้วยคึด, ป่าห้วยอุ้มหลอง, ป่าดอยกู่ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ทุกส่วนพยายามเร่งดับไฟแล้ว แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่เข้าถึงยาก จึงไม่สามารถดับไฟได้หมด จึงร้องขออากาศยาน KA -32 เข้าช่วยเหลือเป็นการด่วน
ทั้งนี้มีรายงานว่า ไฟป่ากองใหญ่ที่สุดเกิดบริเวณกลางป่าลึก รอยต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จ.เชียงใหม่ กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น จ.ตาก หลังวัดพระธาตุแก่งสร้อย ไฟเริ่มลุกไหม้วันนี้เป็นวันที่ 4 แล้ว พื้นที่รอบจุดความร้อนกว่า 12,000 ไร่ ความสูงของหัวไฟบนยอดเขาจากระดับน้ำเขื่อนภูมิพล 300-600 เมตร พื้นที่สูงชันเกินกว่าที่จะดับด้วยกำลังคน โดยไฟป่าเกิดจากการล่าสัตว์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกปีในหุบเขานี้ และลุกลามอย่างรวดเร็ว นายพรานจุดไฟเผาป่าเป็นแนวยาว 3-4 กิโลเมตรในครั้งเดียว ทำให้ไฟลุกไหม้อยู่ได้นานราว 7 วัน
แม้ป่าจะพอมีศักยภาพในการฟื้นฟูตัวเองได้ แต่การเผาซ้ำซากในพื้นที่เดิมทุกปี ทำให้ป่าเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่อง เพราะธรรมชาติไม่มีเวลาฟื้นฟูตัวเองทัน หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป พื้นที่ป่าจะค่อยๆ กลายเป็นทุ่งหญ้าแห้งสูงท่วมหัว ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อไฟป่าในอนาคต เนื่องจากการล่าสัตว์เพียง 1-2 ตัว แต่ผลลัพธ์สร้างความเสียหายมหาศาล สัตว์ป่านับพัน นับหมื่นตัวต้องตาย เพราะไฟที่ถูกจุดทิ้งไว้ รวมถึงระบบนิเวศของป่าก็ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ จากไฟที่เกิดขึ้นซ้ำๆ โดยคาดว่านายพรานล่าสัตว์แล้วขนเนื้อออกทางคลองอูมฮวม ลงไปยังแม่น้ำแม่ตื่น ขึ้นฝั่งที่บ้านอูมฮวม ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น จึงมีการเรียกร้องให้ต้องเริ่มตั้งด่านตรวจทางน้ำในแม่น้ำแม่ตื่นเพื่อสกัดเส้นทางลำเลียงเนื้อสัตว์ป่าที่ถูกล่ามา
ทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า ปัจจุบันลมใต้พัดผ่านอ่าวไทยขึ้นมา ซึ่งเป็นลมที่สะอาด ส่งผลให้กรุงเทพฯ เข้าสู่ช่วงสิ้นสุดฤดูฝุ่นของปีนี้ อย่างไรก็ตามผลกระทบที่รุนแรงจะเกิดขึ้นในภาคกลาง และหนักที่สุดในภาคเหนือ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีลมพัดอ่อนเกือบตลอดเวลา ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นร่องเขาทำให้อากาศไม่สามารถระบายฝุ่นออกได้เหมือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ทางออกที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการลดฝุ่นจากแหล่งกำเนิด ซึ่งกว่า 90% มาจากไฟป่า
โดยล่าสุด ศอ.ปกป.ภาค 3 รายงานการติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ 17 จ.ภาคเหนือ ตรวจพบจุดความร้อน ในพื้นที่ 17 จว.ภาคเหนือ จำนวน 124 จุด สูงสุดที่ จ.ตาก จำนวน 45 จุด รองลงมาคือ จ.ลำปาง จำนวน 40 จุด และ จ.ลำพูน จำนวน 12 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 56 จุด รองลงมาคือ ป่าอนุรักษ์ จำนวน 48 จุด และเขต สปก. จำนวน 12 จุด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่ง ฮ. ช่วยดับไฟป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ลามหนักวันที่ 4 หลังจุดความร้อนขยาย 17 จุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th