KKP แม้ผลงานไม่เด่น แต่ปันผลเด่น จับตาผลตอบแทนสูง 7% ต่อเนื่อง
KKP หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหุ้นธนาคารที่ให้ปันผลโดดเด่น แม้ผลประกอบการจะถูกกดดันจากธุรกิจเช่าซื้อซึ่งเป็นพอร์ตหลัก แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ยังอยู่ในระดับสูงเกิน 7% ต่อเนื่อง
โดย 5 ย้อนหลัง KKP จ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ เฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง ซึ่งในปี 2567 KKP ประกาศจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 4 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็น การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1.25 บาทต่อหุ้น และล่าสุดประกาศปันผลจากงวดผลการดำเนินงาน 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 68 อีก 2.75 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 2 พ.ค. 68 และจ่ายปันผลในวันที่ 22พ.ค. 68
ส่วนปี 2568-2569 นักวิเคราะห์เมินว่า KKP จะให้ผลตอบแทนจากปันผลในระดับ 7% โดยมุมมองจากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่าในปีนี้ KKP จะจ่ายปันผลที่ 4 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับ 7.02% และในปี 2569 คาดการณ์จะจ่ายเงินปันผลที่ 4 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับ 7.02% เช่นเดียวกัน
ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 1/68 อาจไม่เห็นภาพของการฟื้นตัว โดยฝ่ายวิเคราะห์คาด KKP จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่ 1.20 พันล้านบาท ลดลง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะ 1) รายได้ดอกเบี้ย (NII) ลดลง 12% จากไตรมาส 1/67 และ 1% จากไตรมาส 4/67 จากการลดลงของสินเชื่อรวมที่ 0.7% หรือคิดเป็นการลดลง 0.7% นับจากช่วงต้นปีนี้ ซึ่งปัจจัยหลักๆ มาจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และ yield on loan ที่ลดลงเหลือ 6.18% จาก 6.25% ในไตรมาส 1/67 และ 6.20% ในไตรมาส 4/67 จาก portfolio mixed และการลดลงของดอกเบี้ยนโยบาย
2) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลง 15% จากไตรมาส 4/67 จากการลดลง Bancassurance และเงินลงทุน (FVTPL) และ 3) ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) เพิ่มขึ้น 51% จากไตรมาส 1/67 จากความแข็งแกร่งของลูกหนี้ลดลง โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย โดย NPL Ratio อยู่ที่ 4.25% เพิ่มจากไตรมาส 4/67 ที่ระดับ 4.21% ด้านขาดทุนรถยึดคาดที่ 1 พันล้านบาท ลดลงจาก 1.10 พันล้านบาท ในไตรมาส 4/67 จากจำนวนขายรถยึดที่ลดลง
แต่แนวโน้มไตรมาส 2/68 คาดกำไรจะเติบโตได้ โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/68 จะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของ NIM การเพิ่มขึ้นของเงินลงทุน (FVTPL) และขาดทุนรถยึดคาดลดลงต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ NEUTRAL ที่ราคาเป้าหมาย 55 บาท แม้มองตลาดเช่าซื้อซึ่งเป็นพอร์ตหลักของ KKP (45% ของสินเชื่อรวม) ยังไม่มีปัจจัยบวก และคาดปัญหาลากยาวไปอีกสักระยะ แต่เงินปันผลทั้งปีคาดที่ระดับ 7%