โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่ ปลดล็อกโรงหนัง เคาะตั้งสภาอุตสาหกรรมภาพยนตร์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 มี.ค. 2568 เวลา 13.51 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2568 เวลา 13.51 น.
ภาพโดย 동철 이 จาก Pixabay

ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่ รื้อบอร์ดเก่า เคาะตั้งสภาอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งประเทศไทย ปลดล็อกโรงหนัง อนุญาตเอกชนจัดเรตติ้งได้แล้ว

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการ ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. …. และรับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอ

โดยสาระสำคัญของเรื่อง ประกอบด้วย

1.ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. …. เป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยภาพยนตร์ โดยได้กำหนดให้ยกเลิกพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 (ได้มีการแยกกฎหมายภาพยนตร์และวีดิทัศน์หรือเกมแยกออกจากกันเนื่องจากมีลักษณะที่แตกต่างกัน เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติตามและการส่งเสริมอุตสาหกรรมแต่ละประเภท) เพื่อปรับปรุงกลไกการกำกับดูแลการประกอบกิจการเกี่ยวกับภาพยนตร์ให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาวการณ์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และเพิ่มกลไกการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศ และมีมาตรการคุ้มครองดูแลผู้บริโภคสื่อภาพยนตร์ให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวุฒิภาวะของตน และมิให้มีการเผยแพร่สื่อที่เป็นบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงและเกียรติของประเทศ หรือมีกระทบหรือก่อความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของประเทศ อีกทั้ง เพื่อเป็นมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ให้สามารถเติบโตและแข่งขันกับนานาประเทศได้

โดยร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้มีสาระสำคัญสรุป ดังนี้

1.1 กำหนดให้มีการ จัดทำนโยบายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศ ทั้งด้านการเงินและด้านอื่นต่อคณะรัฐมนตรี (กำหนดขึ้นใหม่)

1.2 กำหนดให้มี คณะกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งชาติ (เดิมคือ คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ) โดยได้ปรับปรุงสัดส่วนในคณะกรรมการให้มีผู้แทนครอบคลุมทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ และให้มีผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งประเทศไทยเข้าร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการจัดทำและขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศไทย

1.3 จัดตั้งสภาอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งประเทศไทย (กำหนดขึ้นใหม่) ซึ่งการรวมกันของกลุ่มผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์

1.4 กำหนดให้ภาพยนตร์ที่นำออกฉายหรือจำหน่าย จะต้องได้รับการจัดระดับความเหมาะสมของเนื้อหาภาพยนตร์โดยผู้รับรองตนเอง โดยได้นำระบบรับรองตนเองมาใช้ ซึ่งเป็นระบบการจัดเรตติ้ง โดยภาคเอกชนสามารถรับรองตนเองตามหลักเกณฑ์ที่รัฐกำหนดร่วมกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคมได้ (เดิมใช้ระบบการตรวจโดยรัฐก่อนอนุญาต ซึ่งสร้างภาระให้แก่รัฐและเอกชนเกินสมควรและอาจส่งกระทบในทางลบต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ จึงสมควรที่รัฐจะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และให้เอกชนตรวจด้วยตนเอง) และกำหนดบทยกเว้นให้กับภาพยนตร์ไม่ต้องได้รับการจัดระดับความเหมาะสมของเนื้อหา เช่น ภาพยนตร์ที่หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจองค์การมหาชน หรือสถานศึกษาผลิตขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเพื่อการเรียนการสอน หรือเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม ประเพณีและค่านิยมอันดีงามในสังคมไทย

1.5 ปรับลดระดับการกำกับดูแลการประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์ หรือโรงภาพยนตร์ จากเดิมที่ใช้ระบบอนุญาตเป็นระบบการจดแจ้ง โดยต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ประกอบกิจการต่อนายทะเบียน และในการประกอบกิจการจะต้องไปเป็นตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง และมีหน้าที่คัดกรองผู้รับชม หรือรับบริการให้เหมาะสมกับช่วงวัยตามระดับความเหมาะสมของเนื้อหาภาพยนตร์

1.6 กำหนดมาตรการในการควบคุมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร และกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ ทำหน้าที่ในการพิจารณาคำขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร ซึ่งจะพิจารณาว่าเค้าโครง เรื่องย่อ บทภาพยนตร์ บทสนทนา และลักษณะหรือรูปแบบของฉากที่จะถ่ายทำ หรือจะสร้าง หรือตกแต่ง รวมทั้งสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำ เนื้อหาไม่มีลักษณะบ่อนทำลายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง สิ่งแวดล้อมและเกียรติภูมิของประเทศไทย จึงจะอนุญาตให้ดำเนินการถ่ายทำหรือสร้างภาพยนตร์ได้ (คงเดิม)

1.7 กำหนดให้นำมาตรการโทษปรับเป็นพินัยมาใช้ (กำหนดขึ้นใหม่) ยกเว้นความผิดเกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรที่ยังคงโทษอาญาไว้ (กรณีสร้างภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต และกรณีดำเนินการสร้างภาพยนตร์ไม่เป็นไปตามบทภาพยนตร์และเค้าโครงตลอดจนเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ต่างประเทศ)

1.8 กำหนดค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการภาพยนตร์รายปี ปีละ 2,000 บาท (สำหรับกิจการโรงภาพยนตร์ หรือจำหน่ายภาพยนตร์) เนื่องจากได้มีการปรับปรุงกลไกการกำกับดูแลจากรูปแบบใบอนุญาตและเปลี่ยนมาใช้การแจ้งการประกอบกิจการแทนโดยตัดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาตออก จึงได้ปรับเปลี่ยนจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตมาเป็นค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการรายปีและจะมีการออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมภายหลัง โดยเป็นอัตราที่ไม่เกินตามที่กำหนดไว้ในท้ายพระราชบัญญัติฉบับนี้

2.กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ และได้จัดทำสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562 แล้ว

และได้จัดทำแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวม 25 ฉบับ จัดทำรายละเอียดข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐต้องเสนอพร้อมกับการขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ด้วยแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่ ปลดล็อกโรงหนัง เคาะตั้งสภาอุตสาหกรรมภาพยนตร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...