โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ญาติพี่น้องครอบครัวตึก สตง.ถล่ม ยังรอคอย 3 ชีวิต แม่สุดสะเทือนใจดูข่าวไม่ได้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 09.58 น.

ญาติพี่น้องครอบครัวตึก สตง.ถล่ม ยังรอคอย 3 ชีวิต แม่สุดสะเทือนใจดูข่าวไม่ได้

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 2 บ้านภูวงศ์ ต.สุวรรณคูหา อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นบ้านของนางบุญสวน พลเดช อายุ 70 ปี ผู้เป็นแม่ วันนี้ก็ยังได้แต่รอข่าวคราวของลูกสาว น.ส.จินตหลา หรือนาง พลเดช นายอมรเทพ หรือน้องณัฐ พลเดช หลานชาย และนายวิรัลพัชร จัตุเรศ หรือน้อย ลูกเขย ที่สูญหายไปตั้งแต่วันเกิดเหตุตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม ในบ่ายวันที่ 28 มีนาคมนั้น และยังมี นายธีรเทพ ฟ้าฝน อายุ 19 ปี ที่เป็นหลานชายญาติๆ ของตนเองอีกคนหนึ่ง นามสกุลเดียวกันกับตนก่อนแต่งงาน โดยได้มี นายทองอินทร์ พลเดช ลูกชายคนที่ 3 มาอยู่เป็นเพื่อน พร้อมด้วยญาติพี่น้องบ้านใกล้เคียง และยังมีลูกของลูกสาวและลูกเขยอีก 2 คน คือ น้องหญิง อายุ 9 ขวบ และน้องไนท์ อายุ 3 ขวบ ที่อยู่เป็นเพื่อน ทุกคนต่างภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกปักรักษา ยังรอคอยด้วยความหวัง รอปาฏิหาริย์ให้รอดชีวิตกลับมาบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง

นางบุญสวน พลเดช เล่าว่า ตนเองมีลูกทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 4 คน และลูกสาวคนสุดท้อง น.ส.จินตหลา หรือนาง เป็นเสมือนเสาหลักของครอบครัวเพราะทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว จะไปทำงานตลอด เวลามีเทศกาลครั้งหนึ่งก็จะเดินทางกลับมาบ้าน เป็นคนที่รักแม่มาก รู้ว่าแม่ชอบอะไรก็จะหามาให้กินตลอด รู้ว่าแม่ชอบกินของป่า ไข่มดแดง รังผึ้ง น้ำผึ้ง เวลามาก็จะหามาให้ ส่วนลูกชายก็ไปแต่งงาน ทำงานอยู่ต่างจังหวัดและบวชเป็นพระ จึงมีลูกสาวที่อยู่ด้วย ตอนนี้ก็มีลูกของลูกสาว คือ น้องหญิง อายุ 9 ขวบ กับน้องไนท์ อายุ 3 ขวบ หลานชาย ที่ลูกสาวให้ตนเป็นคนเลี้ยงและอยู่ที่บ้านด้วย

ในวันก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์มาพูดคุยกันในช่วงพักเที่ยง ถามว่า แม่กินข้าวกับอะไร เป็นการคุยครั้งสุดท้ายที่ได้ติดต่อกัน ตอนนี้ก็ได้แต่รอข่าว แต่ก็ไม่กล้าที่จะดูข่าวของตึกถล่ม ได้ยินหรือเห็นภาพรู้สึกจะเป็นลมและลูกชาย นายทองอินทร์ พลเดช ลูกคนที่ 3 ที่หลังเกิดเหตุรู้ว่าครอบครัวน้องสาวได้สูญหายไปกับตึกถล่ม ก็ได้เดินทางจากจังหวัดสุโขทัย มาอยู่เป็นเพื่อน พร้อมทั้งไม่ให้แม่คอยรับข่าวสารกลัวความไม่สบายใจ ทุกวันนี้ก็ได้แต่กราบพระขอพรภาวนาขอให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับครอบครัวทั้ง 3 คนด้วย

ส่วนทางด้าน นายทองอินทร์ พลเดช ลูกชายคนที่ 3 เล่าว่า วันก่อนเกิดเหตุในช่วงตอนเย็นได้โทรศัพท์คุยกันกับน้องสาวอยู่ว่า ตอนนี้ทำงานอยู่ที่ไหน ซึ่งน้องสาวได้บอกว่า ทำงานอยู่ตึกแถวจตุจักร และวันถัดมาตนเองเห็นข่าวตึกถล่มแถวจตุจักร จึงรีบโทรศัพท์หาน้องสาว เป็นร้อยสายก็ไม่ติด โทรศัพท์มาหาหลานสาวก็บอกว่าโทรศัพท์หาแม่อย่างไรก็ไม่ได้ จึงคิดว่าน้องหายไปกับตึกถล่ม เลยรีบเดินทางจากอำเภอทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย กลับมาหาแม่ที่บ้าน เพราะว่าพ่อก็เสียแล้ว ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน กลัวแม่คิดมาก และก็จะอยู่ที่นี่กับแม่ยังไม่รู้ว่าจะเดินทางกลับในช่วงไหน คงจะอยู่ดูแลแม่กับหลานไปก่อน

ส่วน นางมุก จ่ายนอก ซึ่งเป็นอา มีบ้านอยู่ใกล้กัน ก็บอกว่าได้แต่ถามข่าว เป็นห่วงหลานๆ เช่นกัน อยากให้มีปาฏิหาริย์ หรือว่าอย่างไรก็ขอให้พบให้ได้กลับคืนมา ไม่ว่าจะมาในสภาพอย่างไรก็ขอให้ได้กลับมา

นอกจากนั้น ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า หลังจากที่เกิดเหตุและทางหน่วยงานราชการในพื้นที่และระดับจังหวัดที่ทราบข่าวว่า มีบุคคลในครอบครัวพลเดชสูญหายไปกับเหตุการณ์ตึกถล่ม ก็ได้มีหลายหน่วยงานเดินทางมาสอบถามข้อมูล ให้กำลังใจกับครอบครัว โดยก่อนหน้านี้ 2 วัน นางบุญสวน พลเดช พร้อมหลานสาวก็ได้เดินทางไปกรุงเทพมหานคร กับลูกชาย และทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ทำการเก็บดีเอ็นเอ ของตนเองและของหลานสาวไว้แล้ว ตนเองไม่อยากอยู่รู้สึกไม่สบายใจ จึงขอกลับมาบ้าน ได้ให้น้องชายของลูกเขย ที่อยู่กรุงเทพมหานคร คอยติดตามและส่งข่าวให้ทางบ้านได้ทราบ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้ามาให้ได้รับรู้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ญาติพี่น้องครอบครัวตึก สตง.ถล่ม ยังรอคอย 3 ชีวิต แม่สุดสะเทือนใจดูข่าวไม่ได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...