“ดาวโจนส์” เด้งกว่า 300 จุด รับแรงซื้อหุ้นชิปหนุน-จับตา “ทรัมป์” เคาะภาษีนำเข้ารอบใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยดัชนีดาวโจนส์ทะยานกว่า 300 จุด รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาแข็งแกร่ง ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ได้แรงซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ช่วยหนุน
ณ เวลา 22:26 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 324.86 จุด หรือ 0.63% อยู่ที่ระดับ 52,164.12 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 61.60 จุด หรือ 0.83% ขณะที่ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 334.30 จุด หรือ 1.31%
หุ้น 3M พุ่งขึ้นมากกว่า 9% หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่ภาพรวมฤดูกาลประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐเริ่มต้นในทิศทางที่แข็งแกร่ง
ข้อมูลจาก FactSet ระบุว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 จำนวน 66 แห่งที่ประกาศผลประกอบการแล้ว มีสัดส่วนถึง 88% ที่รายงานกำไรสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์
นักลงทุนยังจับตาการประกาศผลประกอบการของ Tesla และ Alphabet ในวันพรุ่งนี้ ก่อนที่ Microsoft, Meta, Apple และ Amazon จะทยอยรายงานผลประกอบการในสัปดาห์หน้า
ด้านหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นอย่างคึกคัก โดยกองทุน VanEck Semiconductor ETF เพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ขณะที่หุ้น Marvell Technology และ Micron Technology พุ่งขึ้นประมาณ 6% และ 8% ตามลำดับ ส่วนหุ้น Intel เพิ่มขึ้นมากกว่า 6%
อย่างไรก็ตาม นายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจพีมอร์แกน เชส เตือนว่า นักลงทุนอาจประเมินความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญต่ำเกินไป พร้อมระบุว่า ยังไม่สนใจซื้อหุ้นหรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวในระดับราคาปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังแหล่งข่าวจากอิหร่านเปิดเผยว่า ประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพ
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตานโยบายการค้าของสหรัฐ หลังนายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ในเร็ว ๆ นี้
นายกรีเออร์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ เนื่องจากต้องชี้แจงข้อมูลต่อรัฐสภาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนเปิดเผยรายละเอียด แต่คาดว่าจะมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวในระยะใกล้
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ หรือ FT รายงานว่า สหรัฐอาจประกาศมาตรการภาษีนำเข้าชุดใหม่อย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ เพื่อทดแทนมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกอัตรา 10% ที่มีกำหนดสิ้นสุดในวันศุกร์
รายงานระบุว่า รัฐบาลสหรัฐอาจเรียกเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่กับประเทศต่าง ๆ มากถึง 60 ประเทศ ในอัตราประมาณ 10–12.5% โดยเตรียมใช้การสอบสวนตามมาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 เป็นฐานในการดำเนินมาตรการ ภายใต้เหตุผลด้านการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการใช้แรงงานบังคับ
ประเทศและภูมิภาคที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ได้แก่ จีน อินเดีย สหภาพยุโรป รวมถึงหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตาม เนื่องจากอาจเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการค้าและเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป