โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าหนี้บุกทวง6พัน! เห็น'ยายพิการ-เหลน'อยู่กระต๊อบผุพัง ตัดสินใจ'ยกหนี้'แถมซื้อข้าวสารให้แทน

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 ต.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

เจ้าหนี้ 6,000 ยกหนี้ให้ทันที หลังบุกทวงถึงบ้าน เห็นสภาพ 'ยาย-เหลน' สภาพความเป็นอยู่น่าเวทนา

18 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่บ้านหนองยายพิมพ์ ต.หนองยายพิมพ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ มียายพิการคนหนึ่ง เลี้ยงเหลนผู้หญิง 2 คนตามลำพัง โดยอาศัยอยู่ในกระต๊อบผุพังหลังคารั่ว ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินสาธารณะของหมู่บ้าน ห่างไกลจากผู้คนเสี่ยงเป็นอันตรายและความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก แต่ก็มีเรื่องราวที่สร้างความประทับใจ เนื่องจากหลานสาวของยาย อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเหลนทั้ง 2 คน ปัจจุบันไปทำงานที่พัทยาหลายปีแล้วไม่ได้กลับมาหาไปหยิบยืมเงินคนรู้จัก 6,000 บาท แต่ผ่านไปหลายเดือนก็ยังไม่ใช้หนี้คืน

เจ้าของเงินที่ให้ยืมจึงไปตามหาเพื่อทวงถามเงิน แต่พอเจ้าหนี้หรือเจ้าของเงินไปเห็นสภาพบ้านคนที่ยืมเงิน แม้คนยืมจะไม่ได้อยู่บ้าน เจอแต่ยายพิการ เลี้ยงเหลน 2 คนลำพัง ก็ไม่กล้าที่จะทวงเงินกับคนเป็นยาย แต่กลับสงสาร ทั้งยังย้อนกลับไปซื้อข้าวสาร อาหารแห้งมาให้ยายกับเหลน ได้กินประทังชีวิตด้วย

จากนั้นทีมข่าวก็ได้เดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว พบยายอุดม บรรจงปรุ หรือ ยายดม อายุ 77 ปี อยู่กับเหลนสาว 2 คน คือ เด็กหญิงธนัทชา อายุ 13 ปี และเด็กหญิงพิชญธิดา อายุ 8 ขวบ โดยอาศัยในกระต๊อบที่พนังล้อมด้วยเศษกระเบื้องและสังกะสีเก่าผุพังเพื่อกันแดดฝน หลังคามุงด้วยสังกะสีที่ขึ้นสนิทและเป็นรู ปลูกอยู่ในที่สาธารณะประโยชน์ ห้องน้ำที่สร้างไม่เสร็จ มีเพียงอิฐบล็อกที่ก่อได้ไม่ถึงครึ่งและไม่มีหลังคากันแดดฝน

สอบถาม ยายอุดม เล่าให้ฟังว่า มีลูกทั้งหมด 4 คน เสียชีวิตไป 3 คน เหลือ 1 คน ย้ายไปมีครอบครัวที่ต่างจังหวัด ส่วนหลานสาวที่เป็นแม่ของเหลนทั้ง 2 คน มีอายุ 34 ปี ปัจจุบันทำงานอยู่พัทยา ไม่ได้กลับมาบ้านหลายปีแล้ว ส่งเงินมาให้ครั้งละ 200-500 บาท ยายก็ต้องเลี้ยงเหลนตามลำพัง ปัจจุบันใช้เงินเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท เบี้ยผู้พิการเดือนละ 800 บาท บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนละ 300 บาท ซื้อข้าวและอาหารไว้กินประทังชีวิต บางวันยายกับเหลนก็ไปเก็บขวดมาสะสมไว้ขาย ก็ได้ครั้งละ 10-20 บาท แม้ตัวเองจะพิการมือข้างซ้ายงอเหยียดไม่ได้หยิบจับไม่สะดวก จะใช้ชีวิตด้วยความลำบาก แต่ไม่เคยคิดจะทิ้งหลาน ก็จะเลี้ยงเหลนทั้งสองจนกว่าจะหมดแรง แต่ก็เป็นห่วงเหลนกลัวว่า ยายไม่มีชีวิตอยู่แล้วเหลนจะอยู่ยังไง บ้านที่ดินก็ไม่มีเป็นของตัวเอง แม่เขาก็มีลูกชายอีกคน ที่ผ่านมาไม่เคยรู้มาก่อนว่าหลานไปยืมเงินคนอื่นแล้วยังไม่ได้ใช้หนี้เขา เพราะตนจะเตือนหลานตลอดว่าถึงแม้จะจนก็อย่าไปเป็นหนี้ใคร โดยเฉพาะเงินรายวันเพราะกลัวถ้าหาให้เขาไม่ได้จะมาทำร้าย แต่ก็ขอบคุณเจ้าของเงินที่จะยกหนี้ให้หลาน แต่ถ้าวันไหนมีเงินก็อยากจะไปใช้หนี้แทนหลาน

เด็กหญิงธนัทชา อายุ 13 บอกว่า ยายเลี้ยงตนกับน้องมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นยายลำบากก็อยากจะช่วย เวลากลับจากโรงเรียนเห็นขวด ก็จะแวะเก็บตามทางมาสะสมไว้ที่บ้าน เพื่อขายหาเงินแบ่งเบาภาระช่วยยาย ไม่เคยอายเพราะครอบครัวยากจน หากมีผู้ใจบุญจะช่วยเหลือก็อยากมีบ้านหลังเล็กๆ ที่หลังคาไม่รั่วและมีห้องน้ำ ได้อาศัยอยู่กับยายและน้อง

จากนั้นทีมข่าว ได้เดินทางไปสอบถามนางสาวณัททยา แก้วปรือ และนางสาวอัญชลินทร์ ฐิติวิริยะ เจ้าของเงินที่หลานยายมายืม ซึ่งอยู่ที่ตำบลหนองโบสถ์ เล่าว่า รู้จักกับหลานยายมานานแล้วแต่ไม่เคยไปบ้านเขา เมื่อ 6 เดือนก่อน หลานยายเคยมาขอยืมเงิน 6 พันบาท บอกว่าเดือดร้อนจึงให้ยืม เพราะเขารับปากจะรีบหามาคืน กระทั่งผ่านไป 6 เดือนติดต่อเขาไม่ได้ จึงตัดสินใจไปตามหาบ้านเพื่อจะไปทวงถามเงินที่ยืมไป กระทั่งไปเจอบ้าน แต่ไม่เห็นคนที่ยืมเงินอยู่บ้าน เห็นเพียงยายพิการอาศัยอยู่กับเหลน 2 คนในกระต๊อบเล็กๆผุพัง หลังคาก็รั่ว ห้องน้ำไม่มีประตูและหลังคา ความเป็นอยู่ลำบาก ก็เกิดความสงสารทั้งยายและเหลน

จึงตัดสินใจยกหนี้ที่หลานยายยืมให้และวันต่อมาตนก็ไปกับหลานสาว ซื้อของไปให้ด้วย ทั้งยายและเหลนดีใจมาก น้องทั้งสองคนยังได้เขียนการ์ดอวยพรให้กับตน 2 คน รู้สึกประทับใจมาก แต่ตนก็ช่วยได้ตามกำลัง แต่ก็อยากฝากให้ผู้ใจบุญช่วยเหลือยายกับเหลนด้วย ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัยและอาหารการกิน ทั้งห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะอยู่ในป่ามีแต่ผู้หญิง
หากใครอยากช่วยเหลือยายเหลน สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 089-2526053 หรือบริจาคได้ที่ บัญชีธนาคาร ธกส.เลขที่บัญชี 020102229584 ชื่อบัญชีนางสาวอุดม บรรจงปรุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...