โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” ร่วง 334 จุด หลังสหรัฐจ่อคุมเข้ม “ส่งออกสินค้า” ใช้ซอฟต์แวร์อเมริกันไปจีน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 ต.ค. 2568 เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2568 เวลา 02.07 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ต.ค.68) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (22 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลดลงเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึง Netflix ขณะเดียวกันนักลงทุนวิตกกังวลต่อรายงานข่าวที่ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาควบคุมการส่งออกสินค้าที่ผลิตด้วยซอฟต์แวร์ของสหรัฐฯ ไปยังประเทศจีน

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,590.41 จุด ลดลง 334.33 จุด หรือ -0.71%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,699.40 จุด ลดลง 35.95 จุด หรือ -0.53% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,740.40 จุด ลดลง 213.27 จุด หรือ -0.93%

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง 1.31% และหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง 1% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น 1.32% และหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น 0.64%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาใช้มาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าที่ผลิตด้วยซอฟต์แวร์ของสหรัฐฯ ไปยังประเทศจีน ซึ่งสินค้าเหล่านี้ครอบคลุมถึงแล็ปท็อปไปจนถึงเครื่องยนต์เครื่องบิน เพื่อตอบโต้จีนที่จำกัดการส่งออกแร่หายาก โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าครั้งใหม่ระหว่างสองประเทศ

ทางด้านทรัมป์กล่าวว่า เขาคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าที่น่าพึงพอใจกับจีน แต่ก็เตือนว่า แผนการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเดิมจะมีขึ้นนอกรอบการประชุมเอเปคที่เกาหลีใต้นั้น อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทจดทะเบียน โดย Netflix ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสตรีมมิงภาพยนตร์และซีรีส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยกำไรที่ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 3/2568 โดยมีสาเหตุมาจากข้อพิพาทระหว่างทางบริษัทกับหน่วยงานจัดเก็บภาษีของบราซิล ส่งผลให้หุ้น Netflix ปิดตลาดร่วงลงกว่า 10%

หุ้น Texas Instruments ร่วงลง 5.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรและรายได้ที่ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 3 ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) ร่วงลง 2.4%

อย่างไรก็ดี ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า บรรดาบริษัทในดัชนี S&P500 ที่ได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ไปแล้วนั้น มี 87% ที่รายงานผลประกอบการสูงกว่าคาด ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผลกำไรโดยรวมของบริษัทที่จดทะเบียนในดัชนี S&P500 จะมีการเติบโตที่ 9.3% ในไตรมาส 3/2568 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ระดับ 8.8%

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 3.1% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนส.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.1% เช่นกันในเดือน ส.ค.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...