เมื่อ ‘ฮุน เซน’ ขอคนเขมร “หยุดใช้เงินบาทไทย” สะท้อนศรัทธาใน ‘เงินเรียล’ สั่นคลอน – ผู้นำไร้ทางถอย
THE STATES TIMES
อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 08.10 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 09.30 น. • Hard News Team(7 ต.ค. 68) ฮุน เซน ผู้นำทางการเมืองของกัมพูชา ออกประกาศพิเศษเรียกร้องให้ประชาชน “หยุดใช้เงินบาทไทย” พร้อมกล่าวเตือนให้รักษาศีลธรรมและอารยธรรมอันดีงามของชาติ คำพูดดังกล่าวสร้างแรงสะเทือนในภูมิภาค เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำกัมพูชากล่าวถึงปัญหาภายในประเทศ โดยโยงเข้ากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเปิดเผย
ฮุน เซนระบุว่า กัมพูชานำเข้าสินค้าจากไทยเป็นมูลค่าสูงในแต่ละปี และหากประชาชนหันมาสนับสนุนสินค้าภายในประเทศแทน จะช่วยให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจดีขึ้น พร้อมเตือนให้เลิกใช้เงินบาทไทย เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจในประเทศต้องพึ่งพาสกุลเงินของประเทศเพื่อนบ้านมากเกินไป
คำประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องการนำเข้าทองคำจากไทยที่เพิ่มสูงผิดปกติ สะท้อนสภาพจิตวิทยาทางเศรษฐกิจของประชาชนที่เริ่มไม่มั่นใจในค่าเงินเรียล และหันไปถือทองแทนเงินสดในระบบ ภาพเช่นนี้สะท้อนชัดว่า “ความกลัว” เริ่มเข้ามามีบทบาทเหนือ “ความเชื่อมั่น” แล้ว
ในพื้นที่ชายแดนอย่างปอยเปต พระตะบอง และเสียมราฐ การใช้ เงินบาทไทย กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ร้านค้าแทบทุกแห่งรับเงินไทยแทนเรียล เพราะเชื่อถือได้และแลกเปลี่ยนง่ายกว่า ปัญหานี้สะสมเรื่อยมา จนกลายเป็น “จุดอ่อนเชิงโครงสร้าง” ของระบบเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้โดยตรง
การออกมาพูดของฮุน เซนจึงไม่ใช่เพียงการเรียกร้องเชิงศีลธรรม แต่เป็นความพยายามดึงศรัทธาในเงินตรากลับคืนมาด้วยถ้อยคำแทนนโยบาย เพราะในทางปฏิบัติ รัฐบาลกัมพูชายังไม่มีมาตรการเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมพอจะฟื้นความมั่นใจของตลาดหรือสร้างเสถียรภาพทางการคลังได้อย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน การพยายามโยนปัญหาออกนอกประเทศด้วยการอ้างเงินบาทและสินค้าไทย อาจกลายเป็น “ดาบสองคม” เพราะเศรษฐกิจทั้งสองประเทศพึ่งพากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การลดการใช้เงินบาทอาจส่งผลให้การค้าชายแดนชะลอตัว และกระทบต่อผู้ประกอบการกัมพูชาจำนวนมากที่พึ่งพาตลาดฝั่งไทย
ในมุมมองของข้าพเจ้า คำประกาศของฮุน เซนสะท้อน “ภาวะกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจ” ที่เริ่มปะทุขึ้นภายในประเทศมากกว่าความตั้งใจจริงในการปฏิรูปการเงิน เพราะตลอดช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลเผชิญแรงเสียดทานจากปัญหาค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และการถอนทุนของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะทุนจีนที่เคยเป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจกัมพูชา
ทองคำที่ไหลเข้าไม่ใช่ความมั่งคั่ง แต่คือสัญญาณของความหวาดระแวง การเลิกใช้เงินบาทไทยที่ฮุน เซนประกาศก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง หากแต่เป็นการสื่อสารทางการเมืองเพื่อประคองภาพลักษณ์ของผู้นำในยามที่เศรษฐกิจเริ่มสั่นคลอน
ในที่สุด ปัญหาทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่ไทย แต่อยู่ที่ภายในประเทศเอง — และมากไปกว่านั้น ปัญหากำลังวนกลับไปหาตัวผู้นำผู้เอ่ยประกาศเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กัมพูชากำลังเผชิญสภาวะกดดันจากทั้งภายนอกและภายใน ขณะที่ประชาชนกำลังสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ เสียงของฮุน เซนในครั้งนี้จึงไม่ใช่คำสั่งจากผู้นำที่มั่นใจ แต่คือเสียงสะท้อนของผู้นำที่กำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมือง ที่เริ่มบีบเข้ามาจนเขาเองแทบไม่มีทางถอย