โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความเควียร์ (Queer) ในเรื่อง The Summer Hikaru Died (2024) และเรื่อง Kamen Rider Blade (2004) ที่คล้ายกันอย่างไม่น่าเชื่อ

conomi

อัพเดต 29 ก.ย 2568 เวลา 15.06 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2568 เวลา 00.00 น. • conomi.co

ในยุคแห่งความหลากหลายในปัจจุบัน แนวคิดเรื่องเควียร์ (Queer) ในสื่อบันเทิงก็เริ่มเป็นที่จับตามองมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปัจจุบันน่าจะยังถกเถียงกันอยู่เรื่องคำอธิบายหรือคำนิยามที่ชัดเจนว่าเควียร์คืออะไร แต่เดิมคำนี้จะหมายถึงความแปลกแยกหรือแปลกประหลาด แต่ในปัจจุบันจะเป็นคำอธิบายรูปแบบอัตลักษณ์ที่นิยามยากหรือค่อนข้างเบลอ ๆ

เควียร์ (Queer)

ถ้าใช้ในเชิงทางเพศ คำว่าเควียร์ (Queer) จะหมายถึง ความรักที่ไร้กฎเกณฑ์ทางเพศ คือไม่ใช่พวกที่รักชอบต่างเพศแบบพวก Straight แต่ก็อาจไม่ได้หมายถึงคนที่รักชอบเพศเดียวกัน ดังนั้นอาจหมายถึงกลุ่ม LGBT หรืออาจจะหมายความมากกว่า LGBT คือหมายความรวมไปถึงกลุ่มที่มีความรักที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศเลยก็ได้เช่นกัน คือมีความหมายไม่จำกัดว่าต้องเป็นเพศใดและไม่จำกัดว่าจะต้องมีความรักแบบเพศเดียวกันหรือรักแบบต่างเพศ และอาจหมายถึงความรักแบบเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับเพศก็ได้

แต่ถ้าใช้ในเชิงสังคมศาสตร์อาจหมายถึง ความแปลกแยก ความโดดเดี่ยวอ้างว้างเพราะการไม่เหมือนใคร ความไร้สังกัด ความไม่มีอัตลักษณ์หรือกลุ่มก้อนใด ๆ ให้ยึดเหนี่ยวจิตใจ

โดยพล็อตความเควียร์นี้ส่วนตัวผู้เขียนเองชื่นชมกับเรื่อง The Summer Hikaru Died (2024) และเรื่อง Kamen Rider Blade (2004) ที่กล่าวถึงความเควียร์ได้อย่างลงตัวกับพล็อตหลักของเรื่อง

เรื่องย่อ The Summer Hikaru Died

The Summer Hikaru Died

ฮิคะรุ และ โยชิกิ เป็นเพื่อนสนิทที่เติบโตมาในหมู่บ้านเดียวกันในชนบทของจังหวัดมิเอะ อยู่มาวันหนึ่งฮิคะรุหายสาบสูญไปในป่า และกลับออกมากลายเป็น ‘ฮิคะรุที่ไม่ใช่ฮิคะรุ’ คือมี ‘บางสิ่ง’ ที่รูปลักษณ์และนิสัยใจคอรวมทั้งความทรงจำเหมือนฮิคะรุ แต่ ‘สิ่งนั้น’ ก็ไม่ใช่ฮิคะรุ

การกลับมาของฮิคะรุคนใหม่ผู้ลึกลับ ดึงดูดสิ่งที่เรียกว่า ‘มลทิน’ ตามกลับมาในหมู่บ้านด้วย มีเรื่องลี้ลับสยองขวัญเกิดขึ้นมากมาย มีคนตาย พร้อมกับที่โยชิกิต้องค่อย ๆ ไขความลับของตัวตนลึกลับหลายสิ่งในเรื่องทั้งของฮิคะรุและของมลทิน แม้ว่าโยชิกิจะรู้ว่าฮิคะรุคนนี้ไม่ใช่ฮิคะรุเพื่อนรักอีกแล้ว แต่ก็ยังผูกพันด้วยรูปลักษณ์และความทรงจำของฮิคะรุคนเก่า ทำให้ฮิคะรุคนใหม่และโยชิกิต้องร่วมกันสืบหาต้นกำเนิดแห่งความสยองนี้

เรื่องย่อ Kamen Rider Blade

Kamen Rider Blade (2004)

กล่าวถึงทฤษฎีวิวัฒนาการอย่างสุดโต่ง คือสมมุติว่าโลกมนุษย์มีสิ่งมีชีวิตต้นตระกูลของทุกชีวิตบนโลกอยู่ทั้งหมด 52 สายพันธุ์ และทั้ง 52 สายพันธุ์นี้เป็นอมตะคือไม่มีวันตายที่เรียกว่า Undead และทุก ๆ ประมาณ 10,000 ปีทั้ง 52 สายพันธุ์ต้องต่อสู้กันเป็นเวลานานจนกว่าจะเหลือผู้ชนะเพียงตนเดียว ผู้แพ้จะถูกผนึกศิลาผนึกเอาไว้ไปตราบนานเท่านานจนกระทั่งการต่อสู้ครั้งใหม่ในอีก 10,000 ปีข้างหน้า โดยครั้งล่าสุดนั้นบรรพบุรุษของมนุษย์ (Human Undead) เป็นแชมป์การต่อสู้ ทำให้สายพันธุ์มนุษย์จึงมีอำนาจหลักในโลกมนุษย์ยุคปัจจุบัน แต่เรื่องมาหักมุมว่าที่จริงมีตัวตนที่ 53 ที่เรียกว่า Jokerโดย Joker ไม่ใช่ต้นตระกูลของสายพันธุ์ไหนเลย ดังนั้น หากการชิงแชมป์ 10,000 ปีไหนที่ Joker เหลือเป็นคนสุดท้าย จะถึงการสิ้นสุดของโลกมนุษย์เพราะ Joker ไม่มีลูกหลานสายพันธุ์เดียวกัน Joker จึงจะทำลายล้างโลก และนำไปสู่การเปิดเผยความลับของพระรองที่ชื่อว่า ไอกะวะ ฮะจิเมะ ซึ่งไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่อะไรสักสิ่งที่โลกมนุษย์เคยมีมาก่อน

ความเควียร์ใน The Summer Hikaru Died และ Kamen Rider Blade (มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องอย่างมาก)

ความเควียร์นั้นเข้ากันได้ดีมากกับพล็อตสยองขวัญของ The Summer Hikaru Died คือการสร้างตัวตนที่ไม่ใช่อะไรสักสิ่ง ไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่ผี ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่เทพ ไม่ใช่อะไรเลย และไม่เฉลยด้วยว่าทั้งฮิคะรุและเหล่ามลทินนั้นคืออะไร สร้างบรรยากาศชวนหลอนได้ดีมาก สัมพันธภาพของฮิคะรุและโยชิกิก็เป็นสัมพันธภาพที่เควียร์มาก คือไม่ใช่ชายรักชาย แต่ก็ไม่ใช่ชายรักหญิง แม้จะมีการกล่าวถึงว่าฮิคะรุก็แอบชอบเพื่อนผู้หญิงในโรงเรียนเหมือนวัยรุ่นชายทั่วไป แต่ก็มีฉากที่ฮิคะรุและโยชิกิบอกชอบซึ่งกันและกัน และ ‘ฉากล้วง’ ที่สุดแสนจะเควียร์ที่โยชิกิอยากรู้ว่าฮิคะรุคือตัวอะไรกันแน่ ฮิคะรุจึงบอกให้โยชิกิใช้มือ ‘เอาใส่เข้ามาในตัวฉัน’ แล้วฮิคะรุก็ร้องครางว่า ‘คิโมจี้’ ราวกับเป็นฉาก AV ทั้งที่จริง ๆ เป็นฉากที่สยองมากกว่า แล้วยังมีฉากที่โยชิกิพยายามฆ่าฮิคะรุแม้ว่าจะทั้งรักและผูกพันแต่ก็กลัวในขณะเดียวกันด้วย เป็นความรู้สึกรักและเกลียดและกลัวแบบเควียร์มาก ๆ

ส่วนในเรื่อง Kamen Rider Blade นั้นเฉลยตอนกลางเรื่องว่าที่จริงแล้วพระรองที่ชื่อว่า ไอกะวะ ฮะจิเมะ นั้นไม่ใช่ตัวตนอะไรที่เคยมีมาเลย เพราะเกิดจากการที่ Joker ถูก Human Undead ผนึกเข้ารวมร่างกัน ทำให้เกิดเป็นความทรงจำและบุคลิกภาพใหม่ เกิดเป็นตัวละครที่ชื่อ ไอกะวะ ฮะจิเมะ โดยสัมพันธภาพของพระรองอย่างฮะจิเมะ กับ พระเอกของเรื่องคือเคนซะกินั้น ก็เป็นสัมพันธภาพแบบเควียร์ คือไม่ใช่ Boy Love หรือสัมพันธภาพแบบ LGBT และเคนซะกิก็ทั้งรักทั้งผูกพัน แต่ก็เกลียดและกลัวตัวตนของฮะจิเมะที่ไม่ใช่ทั้งมนุษย์และไม่ใช่ทั้ง Undead และไม่ใช่ทั้ง Joker เพราะไม่ใช่ตัวตนอะไรสักสิ่งที่โลกมนุษย์เคยมี และเรื่องนี้ยังมีฉากจบสุดเควียร์ คือหลังจากที่เคนซะกิใช้พลังของ Undead ในเข็ดขัดในการแปลงร่างมากเกินไปจนถึงจุดที่ต้องเลือกว่าห้ามแปลงร่างอีกไม่เช่นนั้นจะเสียความเป็นมนุษย์และกลายเป็น Joker Undead และเคนซะกิก็เลือกที่จะทิ้งความเป็นมนุษย์และกลายร่างเป็น Joker Undead (โดยมีฉากที่เลือดสีแดงของมนุษย์กลายเป็นเลือดสีเขียวให้เห็น) เพื่อให้เพื่อนรักอย่างฮะจิเมะได้มีโอกาสใช้ชีวิตต่อไปในสังคมมนุษย์ ไม่ต้องโดดเดี่ยวชั่วนิรันดร์เหมือนหลายหมื่นหลายแสนปีที่ผ่านมาในอดีต

ความเหมือนกันมากของทั้ง The Summer Hikaru Died และ Kamen Rider Blade อีกประการ คือการที่พระเอกจะต้องทั้งรักทั้งเกลียดทั้งกลัวพระรอง โยชิกิรักและเกลียดและกลัวฮิคะรุ เคนซะกิก็ทั้งรักและเกลียดและกลัวฮะจิเมะ เป็นความรักกึ่งกลัวเพราะไม่เข้าใจตัวตนของอีกฝ่ายว่าเป็นตัวอะไรกันแน่ อีกทั้ง ฮิคะรุก็มีโหมดที่คุยรู้เรื่องและโหมดที่โจมตีแบบทำลายแหลกโดยที่ฮิคะรุก็ควบคุมตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไม่ได้ ในขณะที่ฮะจิเมะก็คล้ายกันคือมีบุคลิกของมนุษย์ที่แสนใจดีอ่อนโยนแต่ก็มีมุมที่กลายเป็น Joker ที่ฆ่าไม่เลี้ยง เช่นกัน

สรุป

ทั้ง The Summer Hikaru Died และ Kamen Rider Blade จัดเป็นสื่อที่กระตุ้นให้ผู้ชมใช้ความคิดได้ดี โดยที่ The Summer Hikaru Died เข้ากันได้ดีมากกับพล็อตสยองขวัญ เพราะความเควียร์และสยองขวัญมักจะเกิดพร้อมกันในสื่อบันเทิง แต่ Kamen Rider Blade นั้นยังห่างไกลจากคำว่าประสบความสำเร็จในเชิงการตลาด เพราะความเควียร์ในเรื่องนั้นไม่ค่อยเข้ากับความเป็นหนังแปลงร่างสู้สัตว์ประหลาดสักเท่าไร และยังมาก่อนกาลไปมากคือปี 2004 สมัยที่ความเควียร์ยังไม่ฮิตในสื่อ แฟนคลับเลยตีความออกแนวจิ้นเป็น Boy Love เสียมากกว่า และแฟน ๆ เยาวชนก็ไม่สามารถทำความเข้าใจความซับซ้อนของพล็อตที่ต้องเลือกระหว่างความเป็นมนุษย์และความเป็นอมนุษย์ได้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ผู้ชมลองรับชอมทั้ง 2 เลือกว่าเห็นความคล้ายกันมาก ๆ ของทั้ง 2 เรื่องเหมือนกันหรือไม่

เกี่ยวกับผู้เขียน

วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วถึง 4 แห่ง โดยเคยได้รับทุนแลกเปลี่ยนระหว่างที่ว่าการจังหวัด Okinawa และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปศึกษาที่ The University of the Ryukyus รวมทั้งเคยได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นแบบสอบผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ไปศึกษาที่ 1) Tokyo University of Foreign Studies / 2) International Christian University / และ 3) Keio University มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย เคยเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้บริษัท Nippon Production Service (บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์ NHK) / เป็นผู้สอนภาษาไทยที่สถาบันภาษาไทยหลายแห่งในโตเกียว / เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการตลาดให้บริษัท Corporate Directions Inc. ของประเทศญี่ปุ่น / เป็นผู้ก่อตั้งสาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจของคณะศิลปศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ / เป็นผู้อำนวยการบริษัท AIRA Capital และเป็นทีมงานก่อตั้งบริษัท AIRA and AIFUL รวมทั้งบัตรกดเงินสด A-Money / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท TOYO Business Service / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท JECC ประเทศญี่ปุ่น / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจของบริษัท Business Consultants South East Asia / มีประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัยมากกว่า 10 แห่งในประเทศไทย / เป็นที่ปรึกษาและจัดฝึกอบรมให้องค์กรหลายแห่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...