โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชาวสวนลุ่มน้ำปากพนัง ลุยโค่นยาง “ปลูกปาล์มน้ำมัน”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ต.ค. 2566 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2566 เวลา 23.33 น.

เกษตรกร 3 จังหวัดรอยต่อลุ่มน้ำปากพนัง แห่โค่นยางปลูกปาล์มน้ำมัน หลังราคามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ราคาต้นกล้าร่วงจาก 240 บาท/ต้น เหลือ 150 บาท/ต้น หวั่นทิ้งเป็นพื้นที่รกร้าง นาร้าง เสียภาษี

แหล่งข่าวจากเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการลงทุนขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันกันมากบริเวณลุ่มน้ำปากพนัง รอยต่อ 3 จังหวัด คือ จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง และ จ.สงขลา ประมาณกว่า 100,000 ไร่

เนื่องจากมีชาวสวนยางรายย่อยจำนวนมากได้สมัครเข้าร่วมโครงการของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่มีเป้าหมายลดพื้นที่ปลูกยาง 150,000 ไร่ โดยให้เงินทุนอุดหนุน ไร่ละ 10,000 บาท เพื่อให้ชาวสวนยางพัฒนาอาชีพใหม่ทดแทนการทำสวนยาง ประกอบกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมาราคาปาล์มน้ำมันก็ดีมาตลอด โดยขณะนี้เคลื่อนไหวอยู่ที่ 5.80-6 บาท และมีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น จูงใจให้ชาวสวนยางรายย่อยโค่นยางหันมาปลูกปาล์มน้ำมันทดแทน ที่สำคัญตอนนี้หากปล่อยพื้นที่รกร้างจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นทุกปี

“โดยเฉพาะ อ.ระโนด จ.สงขลา ปัจจุบันเหลือเพียงอำเภอเดียว ซึ่งเป็นแหล่งนาข้าวรายใหญ่ ประมาณ 100,000 ไร่ ตอนนี้ได้หันมาปลูกปาล์มน้ำมัน ทำให้เหลือพื้นที่นาข้าวประมาณ 70,000 ไร่ ยังไม่รวมถึง อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ อ.สิงหนคร ส่วนช่วงรอยต่อ 3 จังหวัดพื้นที่บริเวณริมทะเลสาบสงขลา และลุ่มน้ำปากพนัง ได้หันโค่นยางไปปลูกปาล์มน้ำมันกันเกินกว่า 100,000 ไร่แล้ว”

นายทศพล ขวัญรอด เจ้าของสวนผสมผสานปาล์มน้ำมัน มะพร้าวและหมาก ประธานเครือข่ายชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ในภาคใต้มีการโค่นยางพารา เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันกันอย่างต่อเนื่อง คาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้าผลผลิตปาล์มน้ำมันจะเพิ่มขึ้นอีกปริมาณมาก ตอนนี้ต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมันของกลุ่มอยู่ที่ 4.70-4.80 บาท/กก.

ขณะนี้ราคาตลาดเคลื่อนไหวอยู่ที่ 5.80-6 บาท แต่ตนเองลดต้นทุนโดยให้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยน้ำหมักมูลไก่ และใช้ปุ๋ยเคมีบางส่วน ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตไปได้อีกระดับหนึ่ง ทั้งนี้ หากรัฐบาลยังให้การสนับสนุนนำปาล์มน้ำมันไปแปรรูปเป็นพลังงาน การปลูกปาล์มน้ำมันยังเดินหน้าต่อไปได้

นายสมศักดิ์ พาณิชย์ เจ้าของสวนปาล์มน้ำมันและลานปาล์มน้ำมัน อ.ระโนด จ.สงขลา เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันอยู่ในเกณฑ์ดีมาจากปัจจัยภายในประเทศ และต่างประเทศ ทั้งสถานการณ์เอลนีโญที่ก่อให้เกิดภัยแล้ง อัตราแลกเปลี่ยน สงครามยูเครน-รัสเซีย และล่าสุดสงครามระหว่างอิสราเอล และกลุ่มฮามาส ประกอบกับราคาต้นกล้าปาล์มปรับตัวลดลงจาก 240 บาท/ต้น มาอยู่ที่ 150 บาท/ต้น ทำให้มีคนหันมาปลูกปาล์มเพิ่มขึ้นมาก

ภาพรวมขณะนี้มีการลงทุนปลูกเพิ่มขึ้นเกือบ 40%

ส่วนต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ คือ สายพันธุ์ยูนิค จ.กระบี่ จ.นครศรีธรรมราช เพราะมีปริมาณน้ำมันสูงสุดถึง 22% นอกจากนี้มีสายพันธุ์สุราษฎร์ 1 2 และสุราษฎร์ 7 ฯลฯ สำหรับประเด็นเรื่องพันธุ์ปาล์มน้ำมันปลอมหรือด้อยคุณภาพมีผลิตปริมาณน้อย ยังมีอยู่

เนื่องจากกระบวนการเพาะพันธุ์ที่ไม่ถูกต้อง อาจจะเอาลูกร่วงใต้โคนต้นไปเพาะพันธุ์ ดังนั้นผู้ลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันจะต้องรอบคอบ ซื้อต้นกล้าปาล์มน้ำมันจากศูนย์เพาะที่มีใบอนุญาตรับรองจากทางราชการ จึงจะได้ต้นกล้าพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่มีคุณภาพ

นายสมศักดิ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันควรทราบคือ ข้อมูล รู้เรื่องเปอร์เซ็นต์ และน้ำหนักปาล์มน้ำมัน โดยปาล์มน้ำมันที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร จะได้เปอร์เซ็นต์กว่า 18% และสูงสุดถึง 20-22% แต่เมื่อนำไปขายจะได้ประมาณ 18% ซึ่งจะสูญเสียไป 4% สูงสุด

นอกจากนี้ ต้องทราบเวลาเก็บเกี่ยวตัดปาล์มน้ำมันจะต้องตัดปาล์มสุกอยู่ที่ประมาณ 80% ไม่ใช่ 100% ซึ่งเป็นลูกร่วงจะสูญเสียน้ำหนักไปประมาณ 10-15% หากคิดเป็นปริมาณต่อตัน น้ำหนักจะหายไปประมาณ 100-150 กก.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...