โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

รู้จัก Anti-Aging โอกาสทางธุรกิจ เมื่อเทรนด์ดูแลสุขภาพ ที่วันนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด

SMART SME

อัพเดต 10 พ.ย. 2566 เวลา 17.40 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2566 เวลา 23.00 น. • Smart SME

ช่วงนี้ เราจะเริ่มได้ยินคำว่าธุรกิจ Wellness (เวลเนส) รวมไปถึง Anti-Aging (แอนไท-เอจจิ้ง) กันหนาหูมากขึ้น เพราะเป็นหนึ่งประเภทธุรกิจการให้บริการที่สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล

ซึ่งถ้าพูดถึง 'จักรวาล Wellness' นั้นมีหลายประเภทธุรกิจใน Cycle นี้ เช่น ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ , ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม , เทคโนโลยีและวิทยาการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย , วิธีการบำบัดฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจ , สปา-นวดอโรมาเธอราปี ฯลฯ

รวมถึง Anti-Aging (แอนไท-เอจจิ้ง) ที่เราจะขอหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังกับเพื่อน ๆ เพื่อให้ไม่ตกกับเทรนด์ใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ ทั้งนี้ เพื่อน ๆ ผู้ประกอบการธุรกิจหลาย ๆ ท่าน อาจจะต่อยอด Anti-Aging หรือการให้บริการด้านสุขภาพให้กับลูกค้าที่สนใจ ช่วยสร้างฐานลูกค้าใหม่ ๆ และเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจคุณได้อีกด้วย

Anti-Aging เป็นเทรนด์การดูแลสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยจริง ๆ แล้ว ย้อนกลับไปประมาณ 10 ปี ระดับหรือขนาดของตลาดธุรกิจสุขภาพและการชะลอวัยทั่วโลกนั้น มีอัตราการเติบโตในแต่ละปีสูงมาก ๆ

โดยในปี พ.ศ.2565 มูลค่าตลาดสุขภาพทั่วโลก สูงถึง 67.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 2.34 ล้านล้านบาท ซึ่งก็มีการคาดการณ์ว่า ในอีก 5 ปี ข้างหน้า คือปี พ.ศ.2571 (ปี 2028) มูลค่าของธุรกิจหรือตลาดนี้ จะพุ่งสูงถึง 98.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3.43 ล้านล้านบาท !

รู้จัก Anti-Aging โอกาสทางธุรกิจ เมื่อเทรนด์ดูแลสุขภาพ ที่วันนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด

Anti-Aging คืออะไร ? เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างไร ?

โดยปกติแล้ว คนเราเมื่อใช้ร่างกายอย่างหักโหม หรือทำงานหนัก รวมถึงผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี จะเริ่มมีสัญญานบ่งบอกถึงสาเหตุของความเสื่อม ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคและความชรา ซึ่ง "เวชศาตร์ชะลอวัย และการฟื้นฟูร่างกาย" ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้คุณห่างไกลจากโรคภัยที่เกิดขึ้นตามอายุ รวมถึงการแก่กว่าวัย

จึงได้เกิดศาสตร์ใหม่แห่งการรักษาสุขภาพจากภายในที่เรียกว่า "เวชศาสตร์ชะลอวัย" (Anti-aging medicine) ที่ต่อมาสามารถสร้างมูลค่าอย่างมหาศาล จากการที่มี Demand หรือความต้องการจ่ายของผู้บริโภคจำนวนมากเพื่อรักษา ฟื้นฟู ทำให้สุขภาพตัวเองหนุ่มสาวกว่าวัย

ด้วยเหตุนี้ 'แอนไท-เอจจิ้ง' จึงกลายเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดจนนวัตกรรม เครื่องมือและวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ขนาดถึงกับมีการวิเคราะห์ลงลึกไปถึงระดับพันธุกรรม การทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ของอวัยวะภายในร่างกายของคนเรา เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการดูแลรักษาสุขภาพ เพื่อป้องกันการเกิดโรคและชะลอความเสื่อมของร่างกาย

เวชศาสตร์ชะลอวัย และฟื้นฟูสุขภาพ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหลัก ๆ มีดังนี้

• อาหาร (Nutrition)
• อาหารเสริม (Nutraceutical)
• ฮอร์โมน (Hormone)
• การใช้ชีวิตในแต่ละวัน (Lifestyle)
• การออกกำลังกาย (Exercise)
• การแพทย์บูรณาการ (Integrative Medicine)
• ความงาม (Aesthetic)

Anti-Aging เหมาะสมกับใคร ?

Anti-Aging (แอนไท-เอจจิ้ง) หรือ "เวชศาสตร์ชะลอวัย" เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจในภาวะสุขภาพ ต้องการมีอายุที่ยืนยาว โดยปราศจาคโรค และผู้ที่ต้องการทำให้ตนเองดูดีอยู่เสมอ

โดยเป็นศาสตร์ที่ผูกพันกับไลฟ์สไตล์ของคนแทบทุกเจนเนอเรชัน ตั้งแต่เป็นทารกจนย่างเข้าวัยชรา ภายใต้เงื่อนไข ทำอย่างไร ? เราจะมีอายุยืนยาว สุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ทั้งนี้ สามารถจำแนกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ตัวอย่างเช่น

1. กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงจากกรรมพันธุ์ : อาทิ พ่อแม่หรือคนในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคต่าง ๆ อาทิเช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคความดันโลหิตสูง

2. กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว : อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นอักเสบ โรคไขมันในเลือดสูง โรคผื่นคันผิดปกติต่างๆ , ภาวะอาการปวดเรื้อรังบางชนิด

3. กลุ่มคนที่อยากรักษาสุขภาพ ชะลอความแก่ : เพราะอาการบางอาการ เช่น เหนื่อยง่าย ไม่สดชื่นหลังตื่นนอน นอนไม่หลับ ซึ่งการไปตรวจที่โรงพยาบาลอาจจะยังไม่พบสาเหตุหรือสามารถแก้ไขได้ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาแบบ Anti-Aging

ขั้นตอน/วิธีการดูแลสุขภาพ Anti-Aging

Consult : แพทย์จะสอบถามประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้นของคนไข้โดยละเอียด ทั้งในเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวัน การรับประทานอาหาร การทำงาน การออกกำลังกาย การพักผ่อน การเข้านอนและการตื่นนอนในแต่ละวันเป็นอย่างไร เพื่อตรวจหาสมมุติฐานเบื้องต้นถึงสาเหตุของอาการผิดปกติหรือโรคที่เป็นอยู่

Analyze : แพทย์จะนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการสอบถามคนไข้และการตรวจร่างกายเบื้องต้นมาวิเคราะห์ และเลือกการตรวจสอบขั้นตอนต่อไปตามความเหมาะสมสำหรับแต่ละคน เช่น การตรวจหยดเลือดทางกล้องจุลทรรศน์เพื่อประเมินความผิดปกติเบื้องต้น ตรวจการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ตรวจระดับฮอร์โมน ตรวจระดับวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น

Check Up : การตรวจสุขภาพแบบ Anti-Aging จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้มาตรฐานสากลระดับโลก เพราะการตรวจสุขภาพแบบ Anti-Aging จะลงลึกและละเอียดมากกว่าการตรวจสุขภาพแบบทั่วไปของโรงพยาบาล โดยจะสามารถวิเคราะห์ถึงการทำงานของระดับเซลล์ได้เลย ซึ่งถ้ามีการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์ เราจะสามารถตรวจพบและแก้ไขได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่เริ่มต้น

Treatment : แพทย์จะออกแบบโปรแกรมการรักษาแบบเฉพาะแต่ละบุคคลเพื่อความเหมาะสมและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับคนไข้ โดยการรักษาจะมีการ follow up ทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อติดตามผลและดูการเปลี่ยนแปลงการร่างกาย ทั้งนี้คนไข้จะสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนตั้งแต่ 2 ส้ปดาห์แรก

การรักษาในแนวทาง Anti-Aging

1. การปรับการใช้ชีวิตประจำวัน : การใช้ชีวิตที่สมดุลและถูกต้องคือวิธีรักษาร่างกายที่ดีที่สุดทางธรรมชาติ โดยแพทย์จะแนะนำคนไข้ในเรื่องของ การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง การพักผ่อนที่เพียงพอ การออกกำลังกาย การจัดการกับความเครียด ซึ่งแต่ละคนจะมีการออกแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกันไป เนื่องด้วยแต่ละคน สภาพร่างกายมีความแตกต่างกันไป

2. อาหารเสริมด้วยวิตามินและฮอร์โมน : ในกรณีที่ร่างกายมีปัญหาในระบบการทำงาน หรือ ร่างกายเริ่มมีความเสื่อมด้วยอายุที่มากขึ้น แพทย์จะแนะนำให้ใช้อาหารเสริมที่มาจากธรรมชาติ โดยออกแบบวิตามินและฮอร์โมนที่เหมาะสมในแต่ละบุคคลนั้น ๆ โดยใช้ผลจากการตรวจเป็นข้อมูลอ้างอิง ซึ่งจะทำให้ร่างกายฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองได้ดีมากขึ้น

3. กลุ่ม Stem Cell : อีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลดีและกำลังเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง นั่นก็คือการรักษาด้วย Stem Cell หรือ เซลล์ต้นกำเนิดนั่นเอง การรักษาด้วย Stem Cell ถือเป็นการรักษาที่ตรงจุดและแก้ที่สาเหตุโดยตรง เพราะเมื่อเราฉีด Stem Cell เข้าไปในร่างกาย Stem Cell จะเข้าไปช่วยสร้างและช่วยในการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์ต่าง ๆ จากเซลล์เดิมที่เสื่อมสภาพหรือตายไป ทำให้ร่างกายเรากลับมาแข็งแรงเหมือนวัยหนุ่มวัยสาวอีกครั้ง

การรักษาด้วย Stem Cell แพทย์จะพิจารณาการรักษาทางเลือกอื่นร่วมด้วยตามความเหมาะสม อาทิเช่น PRP : การรักษาด้วย Stem Cell จากเกล็ดเลือด , Placenta : การรักษาด้วย Growth Factor จากสารสกัดของรกเด็ก รวมกับการบำบัดรักษาด้วยอุปกรณ์การแพทย์ด้านชะลอวัยที่มีความทันสมัยระดับสากล

รู้จัก Anti-Aging โอกาสทางธุรกิจ เมื่อเทรนด์ดูแลสุขภาพ ที่วันนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด

อยากทำ Anti-Aging ไปที่ไหน ? ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ?

โดยส่วนใหญ่ การเข้ารับการดูแลรักษาสุขภาพ Anti-Aging ทำได้โดยการเข้าไปสอบถามขอคำปรึกษาที่ ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพที่ให้บริการตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ตลอดจนคลินิกเพื่อสุขภาพที่มีอยู่ทั่วประเทศ (ปัจจุบันมีมากกว่า 1,500 แห่ง) อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่จะให้บริการอยู่ใน รพ.เอกชน เนื่องจาก เครื่องมือวิทยาการทางการแพทย์ค่อนข้างครบครัน ได้มาตรฐาน

ตัวอย่างรายชื่อ โรงพยาบาลเสริมความงามที่มีเทคโนโลยีชะลอวัย (Anti-Aging Center)

• ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลกรุงเทพ

ศูนย์ใหญ่ของโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่เขตห้วยขวาง มีศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ให้บริการแพ็คเกจตรวจสุขภาพของผู้หญิง หรือ ผู้ชาย ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเริ่มต้นตรวจ ฮอร์โมน, สารอาหาร, ตรวจวิตามิน ที่มีอยู่ในร่างกายของคุณเพื่อประเมินว่า ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอแล้วหรือไม่ ? และจะรักษาด้วยการให้เพิ่มสารอาหารด้วยสมุนไพร และแนะนำอาหาร เพื่อให้ดูดีจากภายใน เปล่งปลั่งออกมาทางผิว

• Vitallife ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ศูนย์ Vitallife อยู่ในเครือเดียวกับโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยมีให้บริการ 6 อย่าง ได้แก่..

1) โปรแกรมชะลอวัย เสริมอาหารจากการออกแบบโปรแกรมให้อาหารเสริมเฉพาะตัวแต่ละท่าน ปรับสมดุลโดยวิตามิน
2) โปรแกรมชีวิตสมดุล เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางร่างกายด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทางการแพทย์
3) โปรแกรมคืนความสมดุลแห่งฮอร์โมน ตรวจวิเคราะห์ฮอร์โมนเฉพาะบุคคล พร้อมช่วยออกแบบโปรแกรมที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของคุณ
4) โปรแกรมเวชศาสตร์กีฬา เสริมสร้างกล้ามเนื้อและมวลกระดูก ด้วยการออกกำลังกาย ดีกว่าการรับประทานอาหารเสริม
5) โปรแกรมเสริมความงาม เปลี่ยนผิวพรรณของคุณด้วยอาหารที่รับประทานต่อวัน หรือด้วยเลเซอร์ และ ครีมบำรุงผิว
6) โปรแกรมควบคุมน้ำหนัก สำหรับผู้สูงวัยที่เริ่มมีน้ำหนักเกิน รักษาความอยากอาหารด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ

• Anti-Aging Center ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 3 (PWA Center)

บริการตรวจปรับระดับสมดุลของฮอร์โมน และ บริการอาหารเสริมเฉพาะบุคคล รวมถึงการตรวจการแพ้อาหารต่าง ๆ และตรวจความสามารถในการทำงานของเซลล์ที่ลดลง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงการตรวจความเสื่อมของอายุ จากความยาวของส่วนปลายของโครโมโซมที่เรียกว่า Telomere Length สำหรับคุณผู้ชาย และ คุณผู้หญิง โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาโดยเฉพาะ

• ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน (PWC Center)

ใช้ชีวิตตามอายุที่เพิ่มขึ้นของสาว ๆ วัย 30 ปลาย ๆ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เวชศาสตร์ชะลอวัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยการรักษาแบบองค์รวม ผ่านการสอบถามเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคุณ และให้การวินิจฉัยฟื้นฟูด้วยการกำหนดแผนรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สวยงามตามอายุ

• ศูนย์คลินิกผู้ใหญ่ โรงพยาบาลสมิติเวช (ทุกสาขา)

โรงพยาบาลสมิติเวช ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในโรงพยาบาลชั้นนำที่มีบริการสำหรับตรวจสอบหาความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและสารอาหารในร่างกายของ หญิง ชาย วัย 30+ เพื่อตรวจสอบหาความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ตามอายุที่เปลี่ยนแปลงไป

รวมถึงให้ 'วิตามิน' ก่อนที่ร่างกายจะมีอาการเตือนว่า ขาดวิตามินที่จำเป็นสำหรับช่วงวัยที่กำลังจะก้าวสู่หลัก 4 อาทิ วิตามินบี 12 , วิตามิน D โดยเป็นการตรวจวัดผ่านทางกระแสเลือด และตรวจความสามารถของการต้านอนุมูลอิสระในผู้สูงอายุได้อีกด้วย

ในส่วนราคาหรือค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการรักษา Anti-Aging สำหรับผู้สนใจนั้น มีรูปแบบเป็นแพ็กเกจการดูแล โดยแต่ละคอร์สของการเข้ารับการดูแลสุขภาพ ก็จะมีขั้นตอนและวิธีการดูแลรักษาแตกต่างกันออกไป

โดยเฉลี่ยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,000 บาท ไล่เรียงไปจนถึงราคาหลักแสนบาทขึ้นไป โดยยกตัวอย่าง บริการรักษา Anti-Aging ได้แก่

• คอร์สนวดเท้ากดจุดแบบญี่ปุ่น Japanese Foot Electro-Reflexology เพื่อปรับสมดุลร่างกาย 10 ครั้ง ที่ Dr. Orawan Holistic Dermatology & Anti-Aging Institute ราคาเริ่มต้น 2,419 บาท

• Ozone Therapy ทำโอโซนบำบัด กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย 1 ครั้ง ที่ Holistic Medical Centre (คลองเตย) ราคาเริ่มต้น 4,900 บาท

• โปรแกรมชะลอวัย 8 รายการ (Complete Anti Aging) ที่ N Health (เอ็นเฮลท์ทุกสาขาทั่วประเทศ) ราคาเริ่มต้น 9,000 บาท

• ตรวจสุขภาพ 50 รายการ โปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนฉีด Cell Therapy สำหรับผู้หญิง ที่ Bangkok Wellness Medical Clinic (คันนายาว) ราคาเริ่มต้น 17,000 บาท

• ตรวจสุขภาพสำหรับการชะลอวัยแบบสมบูรณ์ Wellness 39 รายการ ที่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ราคาเริ่มต้น 31,000 บาท

บทสรุป การดูแลสุขภาพ Anti-Aging ไม่ว่าจะเป็นการเสริมวิตามิน ฮอร์โมน หรืออาหารเสริม เป็นเพียงส่วนประกอบเพื่อดูแลสุขภาพในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

เพราะการดูแลสุขภาพจะไม่สมบูรณ์เลย.. ถ้าไม่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมด้วย เช่น ยังนอนดึกหรือนอนน้อย , ยังสูบบุหรี่ดื่มแอลกอฮอลล์อยู่ ฯลฯ ซึ่งคุณควรต้องปรับการใช้ชีวิตใหม่ เลือกปฏิบัติและบริโภคในสิ่งที่ดีมีประโยชน์ หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นผลเสียกับสุขภาพในทุก ๆ ด้าน

โดย 'แพทย์เฉพาะทาง' เสมือนเป็นแค่โค้ช ที่คอยให้คำแนะนำพฤติกรรมของไลฟ์สไตล์แต่ละบุคคล เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมและควรจะเป็นเท่านั้น

การมีสุขภาพที่ดี ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น ต้องใส่ใจ และพร้อมปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตอย่างจริงจัง สุขภาพที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดี จึงจะเกิดขึ้นกับทุกคนแบบยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...