โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมต้องตอกตะปูบนตุ๊กตาฟาง? อุชิโนะโคคุไมริ การสาปแช่งโบราณของคนญี่ปุ่น

conomi

อัพเดต 02 ธ.ค. 2566 เวลา 14.38 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2566 เวลา 12.00 น. • conomi.co

หากเรามองประเทศญี่ปุ่นดูให้ลึกซึ้ง จะพบว่าผู้คนต่างก็มีความผูกพันกับความเชื่อและสิ่งลี้ลับไม่แพ้ประเทศไทย อย่างที่เราได้เคยแนะนำการละเล่นทางไสยศาสตร์ที่คล้ายกับผีถ้วยแก้วไทยชื่อว่า คกคุริซัง ไป วันนี้เราก็จะกลับมาพาทุกคนไปรู้จักกับอีกหนึ่งไสยศาสตร์ ชื่อว่า อุชิโนะโคคุไมริ (หรืออุชิโนะโทคิไมริ) ซึ่งนิยามง่าย ๆ ว่าคือ พิธีสาปแช่งด้วยการตอกตะปูที่ตุ๊กตาฟาง

ตี 1-3 ช่วงเวลาแห่ง “อุชิโนะโคคุไมริ”

อุชิโนะโคคุไมริ

อุชิโนะโคคุไมริ (丑の刻参り) เป็นอีกหนึ่งในเรื่องเล่าวงสยองขวัญที่เป็นที่นิยม โดยเป็นพิธีกรรมที่เชื่อว่าเป็นการยืมพลังจากภูตผีปีศาจเพื่อนำมาใช้ในการสาปแช่งคน ๆ หนึ่งให้ถึงแก่ความตาย โดยหากยึดเวลาในปัจจุบัน พิธีกรรมนี้มักจะเกิดในยามช่วงวิกาล หรือก็คือประมาณ ตี 1-3

ที่เป็นเวลานี้ก็เพราะเล่ากันว่าช่วงเวลาดังกล่าวในอดีต ทุกอย่างรอบตัวจะมืดสนิท ไม่มีแม้แต่แสงไฟสักดวงเดียว ทั้งมนุษย์ สัตว์ แม้แต่พวกบรรดาต้นไม้ใบหญ้ายังหลับไหล นั่นจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดให้พวกภูติผีปรากฏกาย แต่หากมองในบรรยากาศปัจจุบันที่เต็มไปด้วยแสงไฟจากร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร เครื่องขายของอัตโนมัติ หรือพวกบรรดาป้ายไฟต่าง ๆ จึงไม่แปลกใจหากมีหลายคนจินตนาการบรรยากาศในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ออก

อย่าให้ใครเห็นหรือได้ยิน ขั้นตอนพิธีกรรมสาปแช่ง

อุชิโนะโคคุไมริ เป็นเรื่องเล่าที่นิยมในหมู่สตรีชั้นสูงในสมัยเอโดะ โดยเล่ากันว่าในช่วงเวลายามวิกาล ให้นำตุ๊กตาฟางของคนที่เราต้องการสาปแช่งไปที่ ต้นไม้ชินโบคุ (ต้นไม้ศักสิทธิ์ที่มักปลูกอยู่ใกล้ศาลเจ้าชินโต) จากนั้นนำตะปูยาวตอกลงไปที่ตุ๊กตาฟางตัวนั้น แล้วคน ๆ นั้นจะโดนคำสาปแช่งจนถึงแก่ความตายได้

เพื่อให้การสาปแช่งสัมฤทธิ์ผลให้แต่งกายโดยการสวมชุดคลุมสีขาว พร้อมกับคาดเทียนสามเล่มเอาไว้บนหัว ส่วนตัวตุ๊กตาฟางให้ใส่เส้นผมของคนที่เราต้องการสาปแช่งลงไป พิธีกรรมนี้จะต้องทำต่อเนื่อง 7 วัน โดยที่ห้ามให้ใครเห็นหรือได้ยิน

อุชิโนะโคคุไมริ มีที่มาจากเรื่องเล่า “ฮาชิฮิเมะ”

มีการกล่าวกันว่าจุดเริ่มต้นของอุชิโนะโคคุไมริ น่าจะมาจากนิทานเรื่องเล่า ชื่อเรื่องว่า ฮาชิฮิเมะ (橋姫伝説) โดยเป็นเรื่องของลูกสาวขุนนางชั้นสูงที่ได้เกิดริษยาหึงหวงหญิงสาวนางหนึ่งจนอยากฆ่าให้ตาย จึงไปอ้อนวอนขอกับเทพเจ้าให้เปลี่ยนนางให้กลายเป็นปีศาจไปแก้แค้น เทพเจ้าจึงได้ให้นางไปแช่อยู่ในแม่น้ำอุจิเป็นเวลา 21 วัน แล้วคำขอจะเป็นจริง ฮาชิฮิเมะก็ปฏิบัติตามคำแนะนำนั้นและเมื่อครบกำหนดวันนางก็ได้กลายร่างเป็นปีศาจตามคำขอในที่สุด

อย่างไรก็ตามในตำนานของฮาชิฮิเมะปรากฏสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอุชิโนะโคคุไมริแค่ในด้านของการแต่งกาย โดยเล่าว่าชุดที่นางใส่ไปอยู่ในแม่น้ำอุจิ 21 วันนั้นเป็นชุดขาว พร้อมเทียนบนหัวสามเล่ม ส่วนความเชื่อของ ตะปูและตุ๊กตาฟาง คาดว่าเริ่มมาบทละครโนในสมัยมุโรมาจิ ว่าด้วยเรื่องของภรรยาเก่าที่ต้องการแก้แค้นสามีที่มีภรรยาใหม่ จึงแปลงกายเป็นปีศาจที่ถือตะปูจุดไฟ

ร่องรอยของพิธีสาปแช่งที่ยังหลงเหลือในปัจจุบัน

この投稿をInstagramで見る

もか(@s.yamano.moka)がシェアした投稿

ที่ศาลเจ้าจิชุจินจะ (地主神社) ซึ่งตั้งติดกับวัดน้ำใส คิโยมิซุ ในเกียวโต จะมีศาลเจ้าเล็ก ๆ ที่เรียกว่า โอคาเงะเมียวจิน (おかげ明神) ซึ่งด้านหลังของศาลเจ้านั้นก็จะมี ต้นไม้ศักศิทธิ์ขนาดใหญ่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้ขอพรแต่ก็เป็นต้นไม้สาปแช่ง ได้อีกด้วย เพราะหากสังเกตดูที่บริเวณลำต้น จะเห็นรอยตะปูขนาด 5 นิ้ว จำนวนนับไม่ถ้วน จึงเป็นที่มาของเรื่องเล่ากว่านี่คือต้นไม้จริงที่ถูกนำมาใช้ทำพิธีอุชิโนะโคคุไมริ!

โดยสรุปแล้วเราจะเห็นได้ว่าพิธีสาปแช่งอุชิโนะโคคุไมริ นั้นมีรากความเป็นมาตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว แม้ในปัจจุบันสิ่งนี้อาจจะกลายเป็นแค่เรื่องเล่าในวงสยองขวัญ แต่ใครจะรู้ล่ะคะว่าหากเราลองไปศาลเจ้าในช่วงเวลาวิกาลที่เงียบสงบ อาจจะยังเจอเสียงตอกตะปูปริศนาก็ได้นะ

อ้างอิงข้อมูลจาก mag.japaaan.com kyotoside.jp jishujinja.or.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...