โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CBG ปิดบวก 3% เสี่ยงเจอขายทำกำไร หลังราคาพุ่งเฉียดเป้า

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2564 เวลา 11.36 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 135 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4 บาท หรือ 3.05% สูงสุดที่ 136.50 บาท ต่ำสุดที่ 131 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.46 พันล้านบาท

บริษัท หลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ เมื่อวันที่ (28 พ.ค. 2564) ในประเด็นของ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ว่าแนวโน้มส่งออกที่เริ่มดีขึ้น แต่อย่างไรก็ดียังได้ผลกระทบจากมาร์จิ้นที่ลดลง เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ทางบริษัทฯคาดว่าผลกระทบการส่งออกผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/2564 แล้ว ทั้งจากประเทศกัมพูชาที่มีสถานการณ์ยอดขายที่ดีขึ้นหลังจากโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และประเทศเมียนมาร์มีการประท้วงแค่บางพื้นที่เท่านั้น

ขณะที่บริษัทฯยังคงตั้งเป้าหมายยอดขายในประเทศจีนยังเติบโตราว 1,400 ล้านบาท หรือ 300% ด้วยจากการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายทำการตลาดและขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ส่วนยอดขายในประเทศไทยมีแผน ออกสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มพลังงาน และคาดยอดเครื่องดื่มเสริมอาหารในส่วนของ woody C+Lock เติบโตได้ 100% หลังจากออกสินค้าใหม่ Woody C+Lock คอลลาเจน มิกซ์เบอรี่ ได้รับการตอบรับดี โดยด้านต้นทุนในไตรมาส 2/2564 คาดจะได้รับผลกระทบจากอะลูมิเนียมกระป๋องที่เพิ่มขึ้นกระทบมาร์จิ้นลดลง  และในส่วนกลุ่มเครื่องดื่มส่งออกและแผนการผลิต packaging เองในส่วนฉลากและกล่องมีการเลื่อนไปในช่วงครึ่งหลังปี 2564 ซึ่งบริษัทฯมีแผนปรับสูตรใหม่ลดน้ำตาลคาดจะช่วยลดต้นทุนและช่วยลดภาษีความหวานได้ในครึ่งปีหลังหากแผนเป็นไปตามที่วางไว้

นอกจากนี้ทางฝ่ายวิจัยมีการประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/2564 คาดลดลงเล็กน้อยหรือใกล้เคียงเมื่อเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เหตุเพราะกัมพูชาและเมียนมาร์เริ่มดีขึ้น รวมถึงยอดขายที่จีนเพิ่มขึ้นจากช่วงหน้าร้อนและมีการทำการตลาดดีขึ้น พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นคาดลดลงทั้งจากงวดเดียวกันของปีที่แล้วและจากไตรมาสก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบอะลูมิเนียมกระป๋องที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก

ทั้งนี้ยังมีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้นจากเดิม 5% อยู่ที่ 3,533 ล้านบาท โดยคาดคงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และในปี 2565 เพิ่มขึ้น 12% อยู่ที่ 4,403 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 25% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ด้วยคาดการณ์ว่าส่งออกจีนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการทำการตลาด ประกอบกับผลกระทบในประเทศกัมพูชาและเมียนมาร์ไม่มากอย่างที่คาดไว้

ขณะที่เครื่องดื่มพลังงานในประเทศทรงตัวจากผลกระทบโควิด-19 แต่คาดยอดขาย C+Lock รับรู้รายได้เต็มปี พร้อมกับมีการเพิ่มสินค้าใหม่ รวมทั้งธุรกิจรับจ้างส่งสินค้าผ่าน Cash Van จากสินค้าประเภทเหล้าที่เพิ่มขึ้น และคาดอัตรามาร์จิ้นลดลงตามยอดส่งออกที่ลดลงและผลกระทบวัตถุดิบกระป๋องอะลูมิเนียมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าคาดมาร์จิ้นจากการเพิ่มไลน์ผลิต packaging และการปรับสูตรลดน้ำตาลช่วยลดต้นทุน

อย่างไรก็ดี ยังคงแนะนำ “ถือ” เนื่องจากคาดผลประกอบการปีนี้ลดลงแต่คาดปีหน้าจะเพิ่มขึ้นจากการทำการตลาดประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม ,จีน และยังมีโอกาสเติบโตจากการขยายตลาดเครื่องดื่ม กัญชงที่ยังไม่รวมในประมาณการที่คาดจะเข้ามาช่วงปลายปีนี้ ทั้งนี้ให้ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2565 อยู่ที่ 136 จากเดิม 104 บาท อ้างอิงกลุ่มเครื่องดื่ม PER+1STDEV ที่ 31 เท่า ใกล้เคียงกับ PER เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของ CBG ที่ 34 เท่า โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2565 ที่ 29.1 เท่า, อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ปี 2565 ที่ 2.3% ความเสี่ยง : 1) ยอดขายไม่เป็นตามคาด 2) ภาพรวมเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...