โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

[รีวิว] Monster Beef ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง เสิร์ฟเมนูสเต๊กสุดพรีเมียม!

Wongnai

เผยแพร่ 09 พ.ย. 2561 เวลา 05.49 น.
ภาพไฮไลต์

เหล่ามอนส์เตอร์เคลียร์พุงให้พร้อมกับ “Monster Beef” ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง พร้อมเสิร์ฟเมนูสเต๊กและพาสต้าระดับพรีเมียม คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพส่งตรงจากแหล่งกำเนิด

#วงในบอกมา

ร้าน “Monster Beef” ที่สายเนื้อต้องกรีดร้อง ท้องโอดครวญอยากลองไม่ไหวแล้ว!

จากวลีคุ้นหูที่กุ๋ยขอปรับคำเสียใหม่ว่า “เพราะเนื้อย่างจะเยียวยาเราเอง” คล้ายกับช่วงนี้แต้มบุญใกล้จะหมด ต้องการหาไอเท็มดี ๆ ชุบชีวีให้กลับมา Happy ดังเดิม เลยเข้าแอปฯ Wongnai เสิร์ชหาร้านปิ้งย่างสักร้านในกรุงเทพฯ ขอแบบที่เป็นกูรูด้านเนื้อจริง ๆ เน้นคุณภาพวัตถุดิบและลายเนื้อหินอ่อนสวย ๆ ยิ่งถ้ามีอาหารฝรั่งให้เลือกกินด้วย กุ๋ยขออนุญาตเตรียมยกนิ้วเยี่ยมไว้ก่อนเลย แล้วก็เหมือนกับฟ้าประทานให้เจอกับร้าน “Monster Beef” ในซอยสุคนธสวัสดิ์ 30 

ร้าน “Monster Beef” ตกแต่งด้วยโทนสีดำ ตัดกับไฟสีส้มนวลตา ให้ความรู้สึก Casual สบาย ๆ 

เห็นร้านใหญ่ ๆ เท่ ๆ สีดำลึกลับชวนน่าค้นหาอย่างนี้ เลือดนักล่า (เนื้อ) ในตัวมันพลุ่งพล่าน อยากจะสั่งมันทุกเมนูให้ร่างกายสั่นสะท้านร้อง มอ…มอ กันเลยทีเดียว โดยร้าน “Monster Beef” เป็นร้านอาหารที่เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนผู้มี Passion อันร้อนแรง เป็นมอนส์เตอร์ด้านเนื้อจริง ๆ ที่อยากให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ ปราศจากการปรุงรสให้สิ้นความเป็นธรรมชาติ 

บรรยากาศร้านโล่งโปร่ง สีดำทะมึน ลึกลับแต่ไม่อึดอัด

ภาพจำมัดใจของใครหลายคนที่มีต่อร้าน “Monster Beef” คงหนีไม่พ้นร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างพรีเมียม ราคาสะเทือนวงการ ชูโรงด้วยเนื้อลายหินอ่อนล้ำค่าอย่าง “Kagoshima Wagyu Ribeye A5” และ “Kagoshima Wagyu Striploin A5” ริ้วไขมันเรียงตัวกันงดงามเป็นระเบียบ เหมือนทหารเข้าแถวรอเดินสวนสนาม บาดตาบาดใจ สะท้อนแสงที วิบวับแพรวพราว

ส่วน Ribeye จะมีมันแทรกอยู่ภายในชิ้นเนื้อ ตัวอย่างที่จับต้องได้ของคำว่าละลายในปาก ส่วน Striploin มันจะอยู่บริเวณรอบนอกชิ้นเนื้อ

บรรจงคีบเนื้อเบา ๆ อย่างทะนุถนอม วางน้องเนื้อลงบนเตาอินฟราเรด ที่คิดมาแล้วเพื่อคนรักสุขภาพ ไม่ต้องกลัวไหม้ ไม่ติดเตา แถมควันยังน้อยเหมาะกับพาแฟนมาเดต แล้วไม่อยากโดนบ่นเรื่องผมเหม็น ขอเพียงแค่ด้านละ 30 วินาที ให้ความร้อนแผ่ซ่านทั่วถึง อย่าพลิกเยอะเกินกว่าสองครั้ง เพราะความชุ่มฉ่ำในตัวเนื้อ จะมลายหายไป ทำให้เนื้อแข็งกระด้างไม่ละมุนลิ้น ถ้ากลิ่นหอมเริ่มลอยเตะจมูกเมื่อไหร่ ให้คีบเข้าปากแบบ Medium Rare ไม่ต้องจิ้มอะไรให้มากความ ดื่มด่ำรสชาติเนื้อกันให้ถึงนิพพาน

เตาอินฟราเรด ควบคุมอุณหภูมิแผ่ความร้อนโดยทั่วเตา ไม่ต้องกลัวควันขโมงให้หัวเหม็น

ฟากซีฟู้ดเขาก็พรีเมียม ยอดเยี่ยมกว่าใครทั้ง “Hokkaido Scallop” เกรดซาซิมิ แนบเตาพอให้สะดุ้งความร้อน หอยเชลล์ตัวอวบอ้วน นุ่มละมุนลิ้น หรือจะ “Canadian Lobster Tail” เนื้อสดเด้ง ชุ่มฉ่ำ อย่าปิ้งนานเช่นเดียวกันเพราะความร้อนจะพาเอาน้ำหวาน ๆ ในตัวหอยและกุ้งออกไปให้ใจสลาย เพราะฉะนั้นพักโซเชียลสักครู่ แล้วมาทำความรู้จักเนื้อคู่เธอที่อยู่บนเตากันดีกว่า

ที่เล่ามาแค่เกริ่นนำนะ ของจริงมันหลังจากนี้! เพลิดเพลินกับบุฟเฟ่ต์ได้ไม่นาน เหลือบไปเห็นเมนูจานเดียวที่พาดหัวเอาไว้ตัวเป้งว่า “Chef Recommended” เมนูเตะตาสุด ๆ เหมือนไปร้านสเต๊กเลย ขอสั่ง “30th Avenue” (3,500 บาท / กิโลกรัม) โทมาฮอว์กชิ้นใหญ่ ทะเลาะกับใครปาใส่ทีมีหัวแบะแน่นอน นำมากริลล์และอบรมควันสลับไปมา ให้ Crust ด้านนอกเกรียมไหม้ ส่วนด้านใน Juicy ขั้นตอนดังกล่าวต้องมีการจับเวลาที่ไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความหนาของชิ้นเนื้อ 

เพราะกรรมวิธีซับซ้อน ละเอียดละออ จึงมีการระบุไว้ที่เมนูเลยว่า ต้องใช้เวลาเตรียมกว่า 45 นาที!

จิ้มเอาชิ้นเนื้อสีทับทิมเข้าปากชิ้นแรก ขอสัมผัสความเนื้อเน้น ๆ แบบไม่เติมแต่ง ขอเพียงโรยเกลือหิมาลายันเพิ่มมิติรสชาติ เกลือบริสุทธิ์อุดมด้วยแร่ธาตุกว่า 30 ชนิด ความเค็มของเกลือที่ไม่แหลมจนต้องหยีตา หากละมุนจนกลายเป็นหวานในท้ายสุด ช่วยขับเอากลิ่นเนื้อเฉพาะตัวให้เด่นชัด สำหรับชิ้นที่สอง ชิ้นที่สาม ขอเสริมด้วย “ซอสบราวน์เกรวี” ผ่านการตุ๋นและเคี่ยวนานกว่า 2 วันจากชิ้นเนื้อและผักหลากชนิด กับ “ซอสบลูชีส” กลิ่นเฉพาะของบลูชีสเขย่าโสตสัมผัสตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้าปาก แข่งกันระเบิดรสชาติสนุกสนาน

สนุกกับการผสมผสานของรสชาติ ผ่านการดิปเนื้อสีทับทิมในซอสบราวน์เกรวี, ซอสบลูชีส และเกลือหิมาลายัน

อีกเมนูแค่ชื่อก็ซื้อแล้วกับ “Rockefeller” (690 บาท) สเต๊กเนื้อขั้วตับ (Onglet) นุ่ม ๆ ไม่มีไขมันแทรก หอมกลิ่นตับจาง ๆ หรือในภาษาอังกฤษจะเรียกส่วนนี้ว่า “Butcher’s steak” เพราะความแรร์และรสชาติที่ลุ่มลึก ทำให้คนขายเนื้อมักจะเก็บไว้เอง ไม่เอาออกมาโชว์หน้าร้าน สำหรับเนื้อส่วนนี้ บางคนที่ไม่คุ้นกับกลิ่นเนื้อแรง ๆ อาจจะต้องค่อย ๆ ทำความรู้จักกันดู หรือจะกินคู่กับซอสทรัฟเฟิลให้กลิ่นทั้งสองอย่างมาบาลานซ์กันในปาก ก็บอกเลยว่าแจ่ม!

เนื้อขั้วตับ คือ Hidden Gem ของวัวที่แท้ทรู กลิ่นเนื้อเย้ายวน ชวนฝัน ดิปซอสเเห็ดทรัฟเฟิลหอมฟุ้ง

ยังไม่จบเท่านี้เพราะไม่ใช่แค่เนื้อวัวที่ทางร้านเขาชัวร์ตัวจริง ยังมี “Dinosaur” (550 บาท) ซี่โครงหมูหมักเครื่องเทศในสไตล์เม็กซิกัน โดยปกติสเต๊กซี่โครงหมูที่เราคุ้นรสชาติกัน จะออกแนวเค็ม ๆ หวาน ๆ กินได้สักสามท่อนก็ค่อนข้างเลี่ยนแล้ว แต่สูตรเม็กซิกันของร้านจะได้ความเผ็ดอมเปรี้ยวเล็ก ๆ จากพริกฮาลาพินโญ ตัวเนื้อซี่โครงก็ตุ๋นและอบมาได้กำลังกิน ไม่ร่วนร่อนเรรวนจนเกินงาม

ซี่โครงไซส์ใหญ่ นึกว่ากระดูกไดโนเสาร์ กับความเผ็ด ๆ เปรี้ยว ๆ ของพริกฮาลาพินโญ

ไปถึงเม็กซิโกแล้ว ขอกระโดดข้ามไปเยอรมันต่อกับ “Bavarian Haxe” (450 บาท) ขาหมูเยอรมันหนังกรอบ เนื้อในสีชมพูนุ่มชุ่มฉ่ำ Mash Potato กับ Green Pea Mash ก็ทำออกมาให้กินคู่กัน โดยที่รสชาติไม่กลบขาหมูไปเสียหมด ถ้าเลิฟสุด ๆ ก็น่าจะเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ด ที่เวรีกู้ด จี๊ดจัดถูกปาก กับ น้ำจิ้มมัสตาร์ต ที่ผสมเมล็ดมัสตาร์ตมาให้ความฉุนกำลังดีของของซอส ช่วยตัดความเลี่ยนในแบบที่กินได้เรื่อย ๆ

ไม่ใช่แค่ขาหมูทอดหนังกรอบเท่านั้นที่ยกใจให้  ซอสมัสตาร์ตสูตรเฉพาะก็โดดเด่นไม่แพ้กัน

ขนสเต๊กกันมาเกือบจะหมดสต็อกแบบนี้ จะขาด “Aroki” (950 บาท) สเต๊กซี่โครงแกะออสเตรเลียชิ้นใหญ่ไปก็กระไรอยู่ กลิ่นแกะที่บางคนพยักหน้ารอรัว ๆ กับบางคนขอเมินหน้าหนีเร็ว ๆ ทางร้านเข้าใจถึงความพิเศษนั้นดี จึงขอพบกันครึ่งทางด้วยการหมักเนื้อแกะให้เข้าเนื้อด้วยเครื่องเทศหลากชนิด หากยังคงกลิ่นอันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวตามแบบฉบับเอาไว้ เพื่อให้ทั้งคนที่ชอบรักมันมากกว่าเดิม ส่วนคนที่เมินก็อยากจะเชื้อชวนให้ลองดู

ซี่โครงแกะออสเตรเลีย กับการหมักสมุนไพรให้เข้าเนื้อ กลิ่นแกะกับโรสแมรีสด เข้ากันได้ดีเกินห้ามใจ

จัดไปหมดในส่วนของสเต๊ก ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของงูหลามที่ต้องอยู่เฉย ๆ หลังกินเหยื่อ เพราะท้องมันแน่นไปหมดแล้วค่ะคุณขา แต่ไม่ได้สงคราม (อาหาร) ยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพ (จานเปล่า) ขอพลิกเมนูไปลองพาสต้าแองเจิลแฮร์ของที่ร้าน ที่ผัดเส้นแองเจิลแฮร์ให้ยังคงความ Al dente เล็ก ๆ ด้วยธรรมชาติเส้นพาสต้าแบบนี้จะเล็ก บาง เละง่าย ต้องอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมา กะเวลาและอุณหภูมิให้พอเหมาะตั้งแต่การลวกเส้น จัดมากับ “Sorrento” (420 บาท) พาสต้าเส้นแองเจิลแฮร์ผัดซอสเพสโต เคียงมาด้วยสเต๊กปลาแซลมอนชิ้นเบิ้ม  

ซอสเพสโตรสชาติเข้มข้นถึงใจ หอมกลิ่นใบ Basil จัดเต็มถึงเครื่อง

และ “Ebiko” (450 บาท) พาสต้าเส้นแองเจิลแฮร์ผัดพริกแห้ง พร้อมกุ้งอาร์เจนตินา ท็อปด้วยไข่ Ebiko กุ้งน้ำหนาวอาร์เจนตินานำเข้ามาสด ๆ เทกซ์เจอร์ของกุ้งชนิดนี้ จะแน่น เด้ง เคี้ยวกรึบกว่าเนื้อกุ้งทั่วไป ผัดกับน้ำมันมะกอกและพริกแห้ง กินเพลินลืมไปเลยว่าพุงจะแตกแล้ว

เส้นแองเจิลแฮร์นำมาผัดแบบแห้ง ๆ นี่แหละเหมาะสมดีงาม

ถึงถ่องแท้คำกล่าวที่ว่า “เมื่อหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน” ก็มื้อนี่แหละ สายเนื้ออย่างกุ๋ยอิ่มเอมเปรมปรีดิ์กับทุกเมนูที่ปรุงแต่งอย่างสุดฝีมือ ด้วยความปรารถดีอยากให้ทุกคนได้เข้าถึงรสชาติวัตถุดิบแท้ ๆ ส่งตรงจากแหล่งกำเนิดชั้นเยี่ยม หลังจากนี้ขอดีท็อกซ์ตัวเองรัว ๆ ด้วยน้ำผักสักสามสิบมื้อ ไม่จริงหรอก เดี๋ยวพอย่อยหมดใจมันก็ร่ำร้องอยากกลับมาซ้ำอีกเป็นแน่ เพราะ สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตและเดบิต UnionPay เขาพร้อมให้ส่วนลดถล่มทลาย เพียงแค่เลือกอิ่มหมีพีมันกับ

บัตรเครดิตและเดบิตจาก UnionPay พร้อมมอบส่วนลดให้คุ้มกว่าใคร

การเดินทาง

ใครอยากมาใช้เวลาคุณภาพ ในบรรยากาศสุด Cozy กับร้านอาหารย่านลาดพร้าวระดับพรีเมียม ที่ไม่ต้องมากความเรื่องการแต่งตัว ร้าน “Monster Beef” มาไม่ยากค่ะ เลี้ยวเข้ามาจากปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 30 เพียงนิดเดียวก็จะเห็นร้านตั้งเด่นติดริมถนน หรือ MRT ลงสถานีลาดพร้าวแล้วต่อแท็กซี่เข้ามาก็ได้เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...