ไขข้อข้องใจ "ประกันภัย" ที่เกี่ยวข้องกับบ้าน และคอนโด มีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง?
ไขข้อข้องใจ "ประกันภัย" ที่เกี่ยวข้องกับบ้าน และคอนโด มีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง?
เคยสับสนเรื่องประกันที่เกี่ยวกับบ้าน และคอนโดกันบ้างไหมคะ? ถ้าหากเราซื้อบ้าน หรือคอนโดผ่านบริษัทผู้ประกอบการ ในโครงการที่มีนิติบุคคล จะมีการทำประกันภัยครอบคลุมไว้แล้ว แต่กับคนที่ต้องกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน มักจะมีการยื่นเสนอให้ทำประกันจากธนาคารพ่วงมาด้วย ซึ่งก็ทำให้เราสับสนไม่น้อยว่า จะให้ทำประกันอะไรนักหนา เราจำเป็นต้องทำหรือไม่ วันนี้จะมาแยกแยะให้พอเห็นภาพกันค่ะว่า ประกันทั้งหลายนี้ คืออะไร และมีประโยชน์ยังไงกับเราบ้าง
เมื่อเราซื้อบ้านหลังหนึ่ง โดยการกู้ผ่านธนาคาร ทางธนาคารจะบังคับให้เราทำประกันอัคคีภัยบ้าน แต่ถ้าซื้อเงินสดเราก็สามารถเลือกทำประกันอัคคีภัยบ้านได้เองเช่นกัน ประกันอัคคีภัยบ้านนี้ ไม่ได้คุ้มครองแค่ในส่วนของไฟไหม้อย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น "ภัยหลัก" และ "ภัยธรรมชาติ" โดยทรัพย์สินที่คุ้มครองก็จะแบ่งออกเป็น "สิ่งปลูกสร้าง" และ "ทรัพย์สินที่อยู่ภายในสิ่งปลูกสร้าง"
เราสามารถเลือกทำประกันครอบคลุมทั้ง "สิ่งปลูกสร้าง" และ "ทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้าง" ได้ในทีเดียว ซึ่งเบี้ยประกันก็จะขึ้นอยู่กับทรัพย์สินที่เราคุ้มครอง ยิ่งคุ้มครองมาก เบี้ยก็สูงขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ การทำประกันภัยสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สิน เมื่อเกิดเหตุตามเงื่อนไข เราจะได้รับเงินตามมูลค่าความเสียหายก็จริงแต่จะไม่ได้เกินไปกว่ามูลค่าทรัพย์สิน เช่น มูลค่าบ้าน 1,000,000 บาท ทำทุนไว้ที่ 1,200,000 บาท เมื่อเกิดเพลิงไหม้ทั้งหลังมีความเสียหายที่ 1,500,000 บาท เงินค่าสินไหมชดเชยก็จะได้รับเพียง 1,000,000 บาทเท่านั้น ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงประกันอัคคีภัยได้ง่ายขึ้น จึงได้ออกนโยบาย "ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัด" ขึ้นมา ค่าเบี้ยเริ่มต้นที่ 600 บาท/ปี เท่านั้น ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://bit.ly/2W20c6w ในการทำประกันอัคคีภัยบ้าน สามารถติดต่อบริษัทที่รับทำวินาศภัยได้ทุกที่เลย หรือจะติดต่อผ่านบริษัทนายหน้าก็ได้ และอีกวิธีที่สะดวกสบายไม่แพ้กัน คือ ซื้อประกันผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้เลย ตัวอย่างเช่น https://www.gettgo.com/home-condo หรือจะเข้าไปในแต่ละเว็บไซต์ของบริษัทประกันโดยตรงก็ได้เช่นกัน
ประกันภัยคอนโดมิเนียม หรือ ประกันภัยอาคารชุด จะมีการทำประกันไว้ตั้งแต่การเริ่มก่อสร้างตัวอาคาร โดยในช่วงระยะเวลาที่กำลังก่อสร้างอยู่นั้น ทางบริษัทผู้ประกอบการจะเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องของเบี้ยประกันก่อน แต่พอสร้างเสร็จแล้ว มาถึงวันที่เราต้องเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อนั้นจะเปลี่ยนไม้ต่อมาให้เราเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันแทน ซึ่งทางโครงการจะเรียกเก็บเบี้ยประกันในวันที่เซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์เลย หลังจากนั้นจะมีนิติบุคคลมาคอยจัดการในส่วนนี้ ระยะเวลาคุ้มครองของประกันภัยอาคารชุดมีเวลา 1 ปี และหลังจากนั้นทางนิติบุคคลก็จะมีการปรึกษาหารือกันว่าจะมีการต่ออายุประกันหรือไม่ต่อไป หรือจะทำประกันภัยกับบริษัทประกันเจ้าอื่นไปเลย
ตัวอย่างเอกสารแสดงความคุ้มครองประกันภัยอาคารชุดของโครงการแห่งหนึ่ง
ประกันสินเชื่อ (บ้าน หรือ คอนโด) MRTA (Mortgage Reducing Term Assurance) ในบทความนี้จะขอเรียกว่า "ประกันสินเชื่อ MRTA" แล้วกัน ประกันตัวนี้มีจุดประสงค์เพื่อคุ้มครองสินเชื่อของเรากับธนาคาร เมื่อเราเกิดเสียชีวิตขึ้นมาในระหว่างที่อยู่ในระยะเวลาคุ้มครอง บริษัทประกันก็จะมาจ่ายยอดหนี้ที่เหลือของเราให้กับธนาคารแทนนั่นเอง โดยประกันนี้จะมีหลังจากที่เรายื่นกู้และทางธนาคารได้อนุมัติแล้ว เจ้าหน้าที่สินเชื่อมักจะเสนอ "ประกันสินเชื่อ MRTA" ตัวนี้ตามมาด้วย ปกติแล้วประกันตัวนี้จะพ่วงประกันอัคคีภัยในระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปีมาให้ด้วย ถ้าเป็นคอนโด เราต้องมาดูรายละเอียดของความคุ้มครองของประกันอัคคีภัยบ้านตัวนี้ให้ดีก่อน บางทีความคุ้มครองนี้อาจจะไปทับซ้อนกับประกันภัยที่ทางโครงการคอนโดมีมาให้เราอยู่แล้วก็ได้ ประกันสินเชื่อบ้าน MRTA มีหลักการทำงานอย่างไร? โดยปกติแล้วทุนประกันของประกันชนิดนี้จะเท่ากับยอดที่เรากู้ สมมติเรากู้เพื่อซื้อคอนโด 2,000,000 บาท ทุนประกันของเราก็จะอยู่ที่ 2,000,000 บาท แต่ประกันชนิดนี้เป็นประกันที่เรียกว่า MRTA (Mortgage Reducing Term Assurance) คือประกันที่เบี้ยประกันจะลดลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เอาประกัน ซึ่งก็จะสอดคล้องกับการจ่ายค่างวดบ้านที่เราจ่ายในแต่ละเดือนก็ทำให้ยอดหนี้ของเราลดลงไปด้วย โดยส่วนใหญ่ระยะเวลาเอาประกันจะอยู่ที่ 10 ปี แต่เรากู้บ้านในระยะเวลา 30 ปี ทำให้ทุนประกันจะลดลงเร็วกว่ายอดสินเชื่อนั่นเอง
ทำประกันสินเชื่อแล้วจะคุ้มค่าไหม ? จริงๆ แล้วธนาคารไม่มีสิทธิ์มาบังคับให้เราทำประกันสินเชื่อบ้านตัวนี้นะคะ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีการโน้มน้าว หว่านล้อมให้เราสนใจในตัวประกัน บ้างก็โปรยโปรโมชั่นว่าจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยในการกู้บ้าน ทำให้บางทีเราก็เผลอใจตกลงสมัครประกันไป เช่น กู้บ้านธนาคาร A ดอกเบี้ยปีแรก 1.75% แต่ถ้าทำประกันสินเชื่อบ้านพ่วงไปด้วย จะเหลือดอกเบี้ยปีแรกที่ 1.25% เราเห็นก็อาจจะว้าว ดอกลดเยอะ แต่จริงๆ แล้วเราก็ต้องมาจ่ายค่าเบี้ยประกันด้วย อันนี้ก็ต้องมาคำนวณกันว่า ถ้าเราเอาส่วนลดดอกเบี้ย 0.50% นั้นมา แต่ต้องมาจ่ายค่าเบี้ยประกันด้วย จะคุ้มไหม? อย่างไรก็ตาม ประกันชนิดนี้ก็มีไว้เพื่อความเสี่ยงของผู้ทำประกันได้อยู่เหมือนกันค่ะ ถ้าหากว่าเราต้องเป็นผู้ผ่อนบ้านอยู่คนเดียว เราอาจจะมีความจำเป็นในส่วนนี้ เผื่อว่าวันนึงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ผู้ที่เป็นทายาทและอาศัยอยู่ในบ้านหรือคอนโดเดียวกับเราจะได้ไม่รับภาระหนักเกินไปในส่วนของหนี้สินที่เหลือ ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้กู้ โดยที่ทางธนาคารไม่สามารถมาบังคับเราได้ ทั้งนี้ถ้าหากเราอยากทำประกันตัวนี้ แต่ไม่อยากทำกับทางธนาคาร เราก็สามารถ Walk-in โดยตรงไปยังบริษัทรับทำประกันชนิดนี้ได้ทุกที่เหมือนกันค่ะ ซึ่งเราก็จะสามารถเลือกได้ว่า จะทำประกันคุ้มครองยอดหนี้แบบจำนวนเงินเอาประกันคงที่ หรือแบบจำนวนเงินเอาประกันภัยลดลง (MRTA) นี้ก็ได้ทั้งนั้น และเลือกทุนประกันเองได้ด้วยค่ะ อ่าน กู้เงินซื้อบ้านแล้วทำประกันคุ้มครองยอดหนี้ด้วยดีไหม?