โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องย่านฮอต "นิมมานฯ" เชียงใหม่ วันที่ไร้เงาจีน...โคโรน่าพ่นพิษท่องเที่ยวซึมยาว 6 เดือน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2563 เวลา 07.37 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 03.03 น.

สองฝั่งถนนและทุกตรอกซอยบนถนนนิมมานเหมินท์ จังหวัดเชียงใหม่ มีการใช้พื้นที่ในเชิงพาณิชย์และการบริการอย่างอัดแน่นแทบทุกตารางเมตร กลายเป็นถนนสายเศรษฐกิจสุดฮอตที่นักท่องเที่ยวไทย-เทศจะต้องแวะมาเช็กอิน ช็อปปิ้ง กิน ดื่ม เที่ยว และพักอาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นศูนย์รวมของเหล่านักท่องเที่ยวชาวจีนที่ต่างปักหมุดให้ถนนสายนี้อยู่ในแผนที่การเดินทางเมื่อมาย่ำเยือนจังหวัดเชียงใหม่

ในช่วงระยะ 5-10 ปีที่ผ่านมา กระแสการลงทุนได้พาเหรดปักฐานบนถนนสายนี้อย่างต่อเนื่อง เนืองแน่นไปด้วยโรงแรม คอนโดฯ อพาร์ตเมนต์ ธนาคาร ร้านอาหาร ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ผับ-บาร์ คอมมิวนิตี้มอลล์ รวมถึงร้านจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้าน งานศิลปะ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ยังคงไหลบ่าไม่หยุด

ทว่า ถนนสายนี้ที่เคยคึกคักและคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้งที่มากันเป็นกรุ๊ปทัวร์ และกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) วันนี้แทบไม่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้ง 2 กลุ่มนี้ให้เห็น ที่พอมีอยู่บ้างคือ FIT ถือว่าเบาบางอย่างมาก ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ “COVID-19” ทำให้นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ต้องหยุด และชะลอการเดินทางออกนอกประเทศ ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวและร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ศูนย์การค้าบนถนนนิมมานเหมินท์เงียบสนิท มีคนขายแต่ไม่มีคนซื้อ

จากการสำรวจของ “ประชาชาติธุรกิจ” พบว่าทุกตรอกซอยบนถนนนิมมานเหมินท์ แทบไม่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เห็นเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งไม่ว่าจะซีซั่นไหน ถนนสายนี้ก็ไม่เคยขาดนักท่องเที่ยวจีน วันนี้บนทางเท้ามีความว่างเปล่า ไม่มีแม้เงาของนักท่องเที่ยวจีนให้เห็น

พนักงานร้านผลิตภัณฑ์หมอนยางพาราบนถนนนิมมานเหมินท์ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงตรุษจีน หน้าร้านแทบไม่มีการซื้อขาย เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา ทางร้านจึงต้องเน้นขายออนไลน์ทาง WeChat แทน

เช่นเดียวกับพนักงานร้านขายของที่ระลึกภายในโครงการ One Nimman คอมมิวนิตี้มอลล์ บนถนนนิมมานเหมินท์ กล่าวว่า ร้านค้าทุกร้านภายในโครงการอยู่ในสภาพเดียวกันคือ ไม่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักหายไปกว่า 80% ยอดขายในแต่ละวันลดลงอย่างมาก บางวันขายสินค้าไม่ได้เลย

นายสมฤทธิ์ ไหคำ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์ถือว่าวิกฤต เนื่องจากมีตลาดหลักคือทัวร์จีน ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาลงทุนธุรกิจทัวร์ในจังหวัดเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก และมุ่งเน้นการทำตลาดจีนเพียงอย่างเดียว (single market) ซึ่งบริษัททัวร์จีนรายใหญ่ ๆ คาดว่ามีรถทัวร์ราว 20-30 คัน แต่ขณะนี้ตลาดทัวร์จีนหยุดชะงักทั้งหมด ทำให้แรงงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง อาทิ พนักงานขับรถทัวร์ ไกด์ ต้องหยุดงานอย่างไม่มีกำหนด โดยบริษัทได้จ่ายเงินชดเชยให้ ขณะที่บางบริษัทให้พนักงานมาทำงานเพียง 15 วัน เพื่อลดต้นทุนจากรายได้ที่หายไป และบางบริษัทได้ขอปรับลดเงินเดือนพนักงาน

อย่างไรก็ตาม นอกจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปจากตลาดท่องเที่ยวเชียงใหม่แล้ว ขณะนี้พบว่าตลาดอื่น ๆ เริ่มมีผลกระทบด้วยเช่นกัน คือ ตลาดอินเดีย ยุโรปและอเมริกา ทั้งนี้ จากเดิมที่จะมีการเปิดตลาดอินเดียเป็นตลาดใหม่เพื่อทดแทนจีน พบว่าตลาดอินเดียทั้งในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์และ FIT เริ่มมีการยกเลิกการเดินทางเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่อย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากรัฐบาลไม่มีความมั่นใจต่อสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า ด้วยประชากรของประเทศอินเดียที่มีจำนวนกว่า 1,200 ล้านคน หากมีการแพร่ระบาดภายในประเทศ อาจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

นอกจากนี้ ยังมีการยกเลิกของกรุ๊ปทัวร์และ FIT ของนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกาในช่วงเดือนมีนาคมนี้กว่า 300 คน ซึ่งมีการจองห้องพักโรงแรมระดับ 4-5 ดาว เฉลี่ยวันพัก 4 คืน 5 วัน ขณะนี้ถูกยกเลิกการจองทั้งหมด โดยคาดว่าตลาดท่องเที่ยวจีนจะชะลอตัวนานถึง 6 เดือน และอาจจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงไฮซีซั่นของปีนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...