"ชนะ" ตระกูลโครงการจากรัฐบาล "ประยุทธ์" ใช้ปลุกใจประชาชน
รวมรายชื่อโครงการจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ใช้คำว่า “ชนะ” ปลุกใจประชาชน ก้าวข้ามผ่านโควิด-19
นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สร้าง “ชนะ” มาแล้ว 3 ครั้ง
“ชนะ” ในทีนี้ เป็นการตั้งชื่อมาตรการและแพลตฟอร์มสิ่งที่รัฐบาลพัฒนาขึ้น เพื่อรับมือและเยียวยาประชาชนจากสถานการณ์โควิดที่มีการระบาดมาแล้วหนึ่งครั้ง และขณะนี้ก็อยู่ในการระบาด “ระลอกใหม่”
“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลทั้ง 3 “ชนะ” ของรัฐบาล ได้แก่ ไทยชนะ, หมอชนะ และ เราชนะ ว่าคืออะไร พร้อมอธิบายถึงความสอดคล้องในการตั้งชื่อ เพื่อเป็นการเรียกขวัญและกำลังใจ ในการต่อสู้กับภาวะการระบาดของโรค และผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และเพื่อให้ประชาชนได้สะท้อนความรู้สึก “ชนะ” ต่อโรคโควิด-19 ดังนี้
ไทยชนะ
“ไทยชนะ” ไม่ใช่มาตรการ แต่เป็นระบบลงทะเบียนออนไลน์เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานในพื้นที่สาธารณะของประชาชน ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 และที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
เป้าหมายในการใช้งาน “ไทยชนะ” เพื่อประเมินความหนาแน่นของสถานประกอบการ ให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการและช่วยผู้ใช้ในการตัดสินใจว่าจะไปใช้บริการหรือไม่และเพื่อการสอบสวนโรค ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดจากพิกัดสถานที่ที่บุคคลเข้าใช้บริการร้านค้า
ทั้งนี้ เริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 หลังจากรัฐบาลอนุญาตผ่อนปรนมาตรการการเฝ้าระวังโควิด-19 ในระยะที่ 2 ของการระบาดรอบแรก
สำหรับการตั้งชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ที่ใช้ชื่อ “่ไทยชนะ” เนื่องจากเวลาได้ยินแล้วจะมีความรู้สึก “ฮึกเหิม”
หมอชนะ
“หมอชนะ” เป็นแอพพลิเคชั่น เปิดให้ดาวน์โหลดครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563 พัฒนาขึ้นเพื่อใช้บันทึกข้อมูลการเดินทางของผู้ใช้งาน ด้วยเทคโนโลยี GPS และ Bluetooth ร่วมกับการสแกน QR Code และจะทำการระบุตำแหน่งของผู้ใช้งาน ซึ่งสามารถตรวจพบความเสี่ยงของผู้ใช้งานหากมีประวัติเคยสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย Covid-19
สำหรับผู้ใช้งานที่มีความเสี่ยงจะได้รับข้อความแนะนำวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องจากกรมควบคุมโรค ผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่น
กรมควบคุมโรคจะทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ส่วนการใช้ชื่อว่า “หมอชนะ” เป็นการปลุกกำลังให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องรักษาและดูแลผู้ป่วยให้มีกำลังใจว่า จะได้รับชัยชนะจากโรคโควิด-19
เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ระบุว่า มาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ต้องมี “หมอชนะ” ใช้ควบคู่กับ “ไทยชนะ” หากพบว่าผู้ติดเชื้อโควิดราย ไม่มี “หมอชนะ” ในโทรศัพท์มือถือ จะถือว่าละเมิดข้อกฎหมายตามข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
เราชนะ
“เราชนะ” เป็นมาตรการจากรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้ประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยแจกเงินให้ประชาชนที่เข้าเงื่อนไขที่กำหนดไว้คนละ 7,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2564
มาตรการ “เราชนะ” ผ่านมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 โดยผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2564
สำหรับการตั้งชื่อ “เราชนะ” ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์เดิม คือ ความชนะ เพื่อให้ล้อไปกับ “ไทยชนะ” และ “หมอชนะ”
ม.33 เรารักกัน
“ม.33 เรารักกัน” เป็นมาตรการที่ออกมาเยียวยาผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 หรือบุคคลที่ประกอบอาชีพพนักงานประจำ จำนวน 9.2-9.5 ล้านคน จากทั้งหมด 11 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข มาตรการ “เราชนะ” เพื่อรับเงิน 7,000 บาท
รายละเอียดของ “ม.33 เรารักกัน” นั้น รัฐบาลจะมอบเงินให้ผู้ประกันตน ม.33 จำนวน 3,500 – 4,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ที่จะเข้าเกณฑ์เงื่อนไขของมาตรการ จะต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และที่สำคัญต้องมีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 500,000 บาท
ส่วนชื่อ “ม.33 เรารักกัน” เป็นชื่อที่ตั้งตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือ นั่นคือ ผู้ประกันตน ม.33 นั่นเอง
สำหรับมาตรการดังกล่าว เป็นการผนึกกำลังกัน ระหว่าง กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจะมีการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 นี้