โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ชนะ" ตระกูลโครงการจากรัฐบาล "ประยุทธ์" ใช้ปลุกใจประชาชน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 05.19 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2564 เวลา 10.34 น.

รวมรายชื่อโครงการจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ใช้คำว่า “ชนะ” ปลุกใจประชาชน ก้าวข้ามผ่านโควิด-19

นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สร้าง “ชนะ” มาแล้ว 3 ครั้ง

“ชนะ” ในทีนี้ เป็นการตั้งชื่อมาตรการและแพลตฟอร์มสิ่งที่รัฐบาลพัฒนาขึ้น เพื่อรับมือและเยียวยาประชาชนจากสถานการณ์โควิดที่มีการระบาดมาแล้วหนึ่งครั้ง และขณะนี้ก็อยู่ในการระบาด “ระลอกใหม่”

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลทั้ง 3 “ชนะ” ของรัฐบาล ได้แก่ ไทยชนะ, หมอชนะ และ เราชนะ ว่าคืออะไร พร้อมอธิบายถึงความสอดคล้องในการตั้งชื่อ เพื่อเป็นการเรียกขวัญและกำลังใจ ในการต่อสู้กับภาวะการระบาดของโรค และผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และเพื่อให้ประชาชนได้สะท้อนความรู้สึก “ชนะ” ต่อโรคโควิด-19 ดังนี้

ไทยชนะ

“ไทยชนะ” ไม่ใช่มาตรการ แต่เป็นระบบลงทะเบียนออนไลน์เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานในพื้นที่สาธารณะของประชาชน ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 และที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)

เป้าหมายในการใช้งาน “ไทยชนะ” เพื่อประเมินความหนาแน่นของสถานประกอบการ ให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการและช่วยผู้ใช้ในการตัดสินใจว่าจะไปใช้บริการหรือไม่และเพื่อการสอบสวนโรค ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดจากพิกัดสถานที่ที่บุคคลเข้าใช้บริการร้านค้า

ทั้งนี้ เริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 หลังจากรัฐบาลอนุญาตผ่อนปรนมาตรการการเฝ้าระวังโควิด-19 ในระยะที่ 2 ของการระบาดรอบแรก

สำหรับการตั้งชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ที่ใช้ชื่อ “่ไทยชนะ” เนื่องจากเวลาได้ยินแล้วจะมีความรู้สึก “ฮึกเหิม”

หมอชนะ

“หมอชนะ” เป็นแอพพลิเคชั่น เปิดให้ดาวน์โหลดครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563 พัฒนาขึ้นเพื่อใช้บันทึกข้อมูลการเดินทางของผู้ใช้งาน ด้วยเทคโนโลยี GPS และ Bluetooth ร่วมกับการสแกน QR Code และจะทำการระบุตำแหน่งของผู้ใช้งาน ซึ่งสามารถตรวจพบความเสี่ยงของผู้ใช้งานหากมีประวัติเคยสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย Covid-19

สำหรับผู้ใช้งานที่มีความเสี่ยงจะได้รับข้อความแนะนำวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องจากกรมควบคุมโรค ผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่น

กรมควบคุมโรคจะทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ส่วนการใช้ชื่อว่า “หมอชนะ” เป็นการปลุกกำลังให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องรักษาและดูแลผู้ป่วยให้มีกำลังใจว่า จะได้รับชัยชนะจากโรคโควิด-19

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ระบุว่า มาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ต้องมี “หมอชนะ” ใช้ควบคู่กับ “ไทยชนะ” หากพบว่าผู้ติดเชื้อโควิดราย ไม่มี “หมอชนะ” ในโทรศัพท์มือถือ จะถือว่าละเมิดข้อกฎหมายตามข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

เราชนะ

“เราชนะ” เป็นมาตรการจากรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้ประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยแจกเงินให้ประชาชนที่เข้าเงื่อนไขที่กำหนดไว้คนละ 7,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2564

มาตรการ “เราชนะ” ผ่านมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 โดยผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2564

สำหรับการตั้งชื่อ “เราชนะ” ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์เดิม คือ ความชนะ เพื่อให้ล้อไปกับ “ไทยชนะ” และ “หมอชนะ”

ม.33 เรารักกัน

“ม.33 เรารักกัน” เป็นมาตรการที่ออกมาเยียวยาผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 หรือบุคคลที่ประกอบอาชีพพนักงานประจำ จำนวน 9.2-9.5 ล้านคน จากทั้งหมด 11 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข มาตรการ “เราชนะ” เพื่อรับเงิน 7,000 บาท

รายละเอียดของ “ม.33 เรารักกัน” นั้น รัฐบาลจะมอบเงินให้ผู้ประกันตน ม.33 จำนวน 3,500 – 4,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ที่จะเข้าเกณฑ์เงื่อนไขของมาตรการ จะต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และที่สำคัญต้องมีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 500,000 บาท

ส่วนชื่อ “ม.33 เรารักกัน” เป็นชื่อที่ตั้งตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือ นั่นคือ ผู้ประกันตน ม.33 นั่นเอง

สำหรับมาตรการดังกล่าว เป็นการผนึกกำลังกัน ระหว่าง กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจะมีการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...