โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

การทำลายขื่อแปบ้านเมือง

แนวหน้า

เผยแพร่ 13 ก.พ. 2564 เวลา 19.00 น.

บ้านเมืองแต่ไหนแต่ไรมาดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงก็เพราะขื่อแปของบ้านเมืองมั่นคง จึงคุ้มฟ้าคุ้มฝนคุ้มอันตรายให้แก่คนทั้งหลายได้มายาวนาน เมื่อใดก็ตามถ้าขื่อแปบ้านเมืองถูกทำลายลงแล้วหรือผุพังลงไปแล้ว บ้านเมืองนั้นก็จะไม่เป็นที่อยู่ที่อาศัยที่สันติและสงบสุขได้อีกต่อไป

จะก่อเกิดเป็นกลียุคที่ไม่มีใครเชื่อถือขื่อแปของบ้านเมืองอีก ขัดข้องหมองใจใดๆ ต่อกันก็จะใช้กำลังประหัตประหารแก้ไขปัญหากันเองต่อไป บ้านเมือง
นั้นก็จะกลับเข้าสู่ยุคป่าเถื่อนที่ใครมีกำลังก็บังคับคนอื่นให้ทำตามอำเภอใจของตน

บ้านเมืองของเราสงบร่มเย็นมาช้านาน โดยเฉพาะนับแต่มีการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ปรับปรุงขื่อแปบ้านเมืองให้เป็นสากลและทันสมัยอย่างทั่วด้าน จนเป็นที่ยอมรับนับถือของนานาชาติ จนสามารถปลดแอกการสูญเสียเอกราชทางศาลได้สำเร็จ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อปวงชนชาวไทยมาถึงบัดนี้

สถานการณ์บ้านเมืองมาถึงวันนี้กำลังเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ซ้ำรอย นักล่าอาณานิคมหลงยุค 16 ชาติกำลังเข้ามาล่าอาณานิคมกันใหม่ในหลายภูมิภาคของโลกรวมทั้งภูมิภาคแห่งนี้ และประเทศไทยก็ตกเป็นเป้าหมายของการล่าอาณานิคมยุคใหม่ด้วย

ดังนั้น การก่อความแตกแยกแตกสามัคคีภายในชาติและการปลูกฝังให้เกิดความหลงผิด เห็นผิดเป็นชอบ เห็นฝรั่งเป็นนาย เห็นบรรพบุรุษและสถาบันทั้งหลายในบ้านเมืองเป็นเรื่องล้าหลังล้าสมัยที่จะต้องโค่นล้มทำลายให้หมดสิ้น เหล่านี้คือมูลเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดสถานการณ์ที่เป็นไปในบ้านเมืองของเรา

ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีเหตุการณ์ที่น่าอัปยศอดสูแก่คนไทยทั้งชาติเกิดขึ้นอย่างน้อยสามเหตุการณ์ซึ่งกระทบต่อการดำรงอยู่ของขื่อแปบ้านเมืองและความเชื่อมั่นของประชาชนคือ

เรื่องแรก มีการอวดอ้างว่าศาลและตุลาการบางแห่งบางท่านฝักใฝ่เป็นฝักฝ่ายกับขบวนการกาเหว่า แอบเอื้อเฟื้อช่วยเหลือขบวนการกาเหว่าโดยอ้างคำสั่งของเบื้องบน ซึ่งก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง แต่ก็มีผู้ท้วงติงว่ากรณีไม่น่าเชื่อถือและกรณีน่าจะเป็นเรื่องกลอุบายที่ทำลายความเชื่อมั่นต่อสถาบันศาลและผู้พิพากษาตุลาการที่ทำการในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์

โดยมีเป้าหมายยึดโยงไปที่การทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์นั่นเอง ดังนั้นผู้ที่ได้รับความเสียหายในเรื่องนี้จึงมีหน้าที่ที่จะต้องทำความจริงให้ปรากฏ โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างนั้นมิให้เป็นแบบอย่างแก่คนอื่นต่อไป

เรื่องที่สอง คือเรื่องการใช้ความรุนแรงขว้างระเบิดและทำลายทรัพย์สินทางราชการในค่ำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานทำการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าไปหลายคน ต่อมาก็มีการชักชวนไปก่อม็อบข่มเหงใจให้เจ้าพนักงานต้องปล่อยผู้ที่ถูกควบคุมตัวนั้นทั้งหมด และผลก็สำเร็จตามที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบต้องการ ซึ่งคนทั้งหลายก็เห็นถึงความพ่ายแพ้และความอ่อนแอของเจ้าพนักงาน ไม่ต่างอันใดกับสถานีตำรวจบางแห่งในภาคอีสานที่มีการไปปิดสถานีตำรวจแล้วขึ้นป้ายให้กระทบกระทั่งต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ทำประหนึ่งราวกับมีการแปรพักตร์ไปเข้าข้างม็อบกาเหว่าไปหมดแล้ว

เรื่องที่สาม ผลจากการที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวแกนนำกาเหว่า 4 คน โดยวินิจฉัยว่ามีการกระทำความผิดซ้ำซาก หากศาลอนุญาตให้ประกันตัวก็จะออกมาทำความผิดซ้ำซากให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมืองอีก ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจตามกฎหมายและเป็นไปเพื่อคุ้มครองประโยชน์สุขของบ้านเมือง

ปรากฏว่าแทนที่แกนนำกาเหว่าจะให้ความเคารพคำวินิจฉัยของศาลสถิตยุติธรรม กลับออกมาป่าวประกาศว่ามีอำนาจลึกลับสั่งการกดดันศาลให้ทำการเช่นนั้น เป็นการส่งสัญญาณประกาศศึกกับพวกกาเหว่า

จึงประกาศด้วยความฮึกเหิมลำพองว่า นับแต่นี้ไปจะเป็นการเผชิญหน้าปะทะกันโดยตรงระหว่างขบวนการกาเหว่ากับผู้อยู่เบื้องหลังบงการนั้น ซึ่งความหมายหมายถึงใครก็รู้แก่ใจกันดีอยู่แล้ว นับเป็นความฮึกห้าวลำพองชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในแผ่นดินนี้ ดังนั้นจึงไม่มีข้อสงสัยอันใดแล้วว่าแกนนำกาเหว่าประมาณไม่เกิน 20 คน ที่ขับเคลื่อนสถานการณ์อยู่ในขณะนี้ได้ตั้งตัวเป็นขบวนการอั้งยี่เพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

ก็ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจหน้าที่จะตัดสินใจดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะเท่าที่ผ่านมานั้นการละเว้นไม่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สัมฤทธิผล ไม่ว่าที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดในต่างประเทศก็ดี หรือที่ใช้โซเชียลมีเดียบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเปิดเผยโจ่งแจ้งอยู่ทุกวันก็ดี หรือปรากฏการณ์จับแล้วปล่อยจนสังคมเกิดความเข้าใจผิดและถูกไปอวดอ้างว่านี่คือการปฏิวัติชิงไห่ ซึ่งหมายถึงมีคนจำพวกหยวนซีไขบังเกิดขึ้น

นี่เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเป็นที่ประจักษ์แล้ว ทำให้ประชาชนที่จงรักภักดีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สุดที่จะทนทานได้อีกต่อไป และต่างก็ระแวงแคลงใจคนที่มีอำนาจหน้าที่ในบ้านเมืองว่าเหตุใดจึงปล่อยให้มีการกระทำเช่นนี้เกิดขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...