“มีเงินเหลือออม-จะเอาไปทำอะไรดี”.....คำถามที่หาคำตอบได้ด้วยตนเอง?
Wealthy Thai
อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 09.30 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2564 เวลา 14.39 น. • รัตนพร เนาวปฎิเวช“ มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท
อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง
อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน”บทกลอนจากสุนทรภู่กวีเอกของไทย
บทกลอนสุภาษิตที่คอยย้ำเตือนสติในเรื่องการมีวินัยเก็บออมและการใช้จ่ายอย่างประหยัดได้เป็นอย่างดีของคนไทยสำหรับวิธีการง่ายๆ“ให้มีเงินเหลือออม” คือทุกคนควรจะมีการเก็บเงินออมก่อนใช้จ่ายโดยแบ่งเก็บเงิน10 -30 % ของรายได้ทุกเดือนอาจจะเริ่มต้นการออมเงินผ่านการแบ่งเงินออมแยกออกจากบัญชีใช้จ่ายปกติและทำการ“ตั้งเป้าหมายการออมเงิน” ว่าเรามีความต้องการออมเพื่ออะไรบ้างตามเป้าหมายการเงินระยะสั้น(ภายใน1 ปี), ระยะกลาง(2- 5ปี) และระยะยาว(มากกว่า5 ปี) หลังจากนั้นทำการประเมินในแต่ละเป้าหมายของเราว่าได้เก็บเงินและลงทุนตามเป้าหมายที่ต้องการได้หรือไม่?
เงินออมเพื่อเป้าหมายระยะสั้นเช่นเก็บไว้เป็นเงินสำรองยามฉุกเฉินโดยคิดจากค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือนคูณด้วยจำนวนเดือนที่คาดว่าจะเป็นเวลาในการได้งานใหม่หลังจากว่างงาน(ในปัจจุบันผลกระทบจากวิกฤติCOVID-19 ทำให้บางคนต้องตกงานขาดรายได้อาจจะใช้เวลาในการหางานใหม่ประมาณ6- 12 เดือน)“สำหรับหลักการเก็บเงินออมเพื่อเป้าหมายระยะสั้นควรเก็บเงินไว้ในสินทรัพย์ที่มี‘สภาพคล่องสูง’ เช่นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์(ณปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จะให้ผลตอบแทนเพียง0.20 % - 0.30 %) หรืออาจจะเลือกวิธีเก็บเงินผ่านการลงทุนกองทุนตลาดเงิน, กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นรวมถึงเงินฝากออมทรัพย์ในรูปE-Book ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากออมทรัพย์เหมาะกับการเก็บเงินออมสำหรับเป้าหมายระยะสั้นมีสภาพคล่องสูง”
เงินออมเพื่อเป้าหมายระยะกลางเช่นเก็บเงินไว้ซื้อรถซื้อบ้านแต่งงานทุนการศึกษาทุนทำธุรกิจส่วนตัวโดยส่วนใหญ่เงินออมสำหรับเป้าหมายระยะกลางใช้เพื่อการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตดังนั้นเราจะต้องเรียงลำดับความสำคัญของเป้าหมายจากสำคัญมากไปหาความสำคัญน้อยสุดแล้วจากนั้นเลือกที่จะแบ่งเงินเก็บให้ได้ตามเป้าหมายที่สำคัญก่อน“สำหรับเงินออมเพื่อเป้าหมายระยะกลางควรนำเงินไปลงทุนใน‘สินทรัพย์เสี่ยงต่ำ’ เช่นบัญชีเงินฝากประจำระยะยาว, หุ้นกู้(Credit rating ที่เป็นInvestment grade (BBB) ขึ้นไป), กองทุนตราสารหนี้หรือกองทุนผสมโดยมีนโยบายการลงทุนที่มีความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำเป็นต้น”สำหรับตัวอย่างของการออมเงินเพื่อเป้าหมายระยะกลางเช่นตั้งเป้าหมายเก็บเงินไว้สำหรับดาวน์บ้านเป็นระยะเวลา3 ปีโดยมีความตั้งใจเก็บเงินให้ได้1 ล้านบาทดังนั้นต้องออมเงิน27,500 บาทต่อเดือนโดยทำการแบ่งเงินไปฝากในบัญชีเงินฝากประจำทุกเดือนเป็นระยะเวลา3 ปี(ผลตอบแทนคาดหวัง0.5%-0.7% ต่อปี)
เงินออมเพื่อเป้าหมายระยะยาวเช่นเงินทุนใช้เพื่อการเกษียณถือได้ว่าเป็นเงินทุนที่สำคัญในอนาคตของชีวิตเพราะเป็นเงินก้อนที่เก็บไว้ใช้ในการดำรงชีพหลังเกษียณซึ่งไม่มีรายได้แล้วถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินก้อนนี้แต่อย่างไรก็ตามเราก็ควรจะทำการวางแผนเก็บเงินไว้ก่อนเพื่อจะได้มีเวลาทยอยเก็บเงินและทยอยลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆโดยมีอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้เช่นลงทุนในกองทุนผสม(มีสินทรัพย์เสี่ยงสูง50-75 %), หุ้นสามัญ, กองทุนหุ้นไทย, กองทุนหุ้นต่างประเทศหรือกองทุนอสังหาริมทรัพย์“โดยหลักการลงทุนที่ดีควรมีการจัดสรรพอร์ตลงทุนให้มีการ‘กระจายการลงทุน’ ในหลากหลายประเภทสินทรัพย์(Asset Allocation) เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการลงทุนโดยอัตโนมัติ”
สำหรับตัวอย่างของเงินออมเพื่อเป้าหมายระยะยาวเช่นณปัจจุบันนายกมีอายุ30 ปีตั้งเป้าเกษียณอายุ60 ปีและคาดว่าจะมีอายุขัย90ปีหมายความว่านายกได้ตั้งเป้าใช้เงินเพื่อการดำรงชีพในวัยเกษียณเป็นระยะเวลา30 ปีโดยคิดเป็นค่าใช้จ่ายเดือนละ30,000 บาท(ตามมูลค่าปัจจุบันไม่รวมเงินเฟ้อ) ณปัจจุบันนายกมีเวลาทำงานหาเงินออมได้อีก30 ปีจึงทำการเริ่มเก็บเงินออมเพื่อการเกษียณเดือนละ12,200 บาท“และออมเพิ่มปีละ5% ในทุกปีโดยนำเงินไปลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ(PVD), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) และกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งมีอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังโดยเฉลี่ย6% ต่อปีโดยนายกสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้สูงและต้องการให้ได้ผลตอบแทนที่สูงเพื่อเป็นการชนะเงินเฟ้อ(เงินเฟ้อทั่วไปโดยเฉลี่ยเท่ากับ3 % ต่อปี)”
ดังนั้น“การตั้งเป้าหมาย” โดยมีการแบ่งตามช่วงระยะเวลาตามที่ได้ตั้งเป้าไว้อย่างชัดเจนจะสามารถช่วยให้การวางแผนการออมเงินทำได้ง่ายขึ้นและเราจะสามารถตอบคำถามตนเองได้ว่าจะออมเงินไปเพื่ออะไรต้องออมเงินเท่าไรจึงจะเพียงพอและลงทุนในสินทรัพย์ใดเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการแต่อย่างไรก็ตามเราควร“เรียงลำดับความสำคัญ” ของเป้าหมายกล่าวคือเป้าหมายที่จำเป็นต้องมาก่อนเป้าหมายที่ต้องการเช่นเป้าหมายเก็บเงินออมเพื่อทุนการศึกษาปริญญาโทมีความจำเป็นมากกว่าเป้าหมายท่องเที่ยวต่างประเทศติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทยได้ที่LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทยFacebook Fanpageและwww.tfpa.or.th