โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทขยับอ่อนค่า 30.30 บาทต่อดอลลาร์ ตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ก.พ. 2564 เวลา 08.08 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2564 เวลา 08.06 น.

แบงก์ประเมินกรอบเงินบาทเคลื่อนไหว 29.95-30.30 บาทต่อดอลลาร์ เผยสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัว ทำดอลลาร์แข็งค่า ดันบาทขยับอ่อนค่า จับตาทองคำ-บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าว่า ประเมินกรอบเงินบาทอยู่ที่ 29.95-30.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยทิศทางค่าเงินบาทมีโอกาสขยับอ่อนค่าได้ เนื่องจากเงินสกุลดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าตามข่าวดีของตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดูดีกว่าประเทศอื่น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทีผ่านความเห็นชอบ

อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ต้องจับตามองจะเป็นราคาทองคำที่ค่อนข้างผันผวน หากราคามีการปรับเพิ่มขึ้นอีกราว 50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะเห็นตลาดเทขายทำกำไรระยะสั้น ซึ่งจะกดดันบาทได้ ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังไร้ปัจจัยสนับสนุนใหม่

สำหรับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ 1-5 ก.พ. 64) พบว่า ตลาดหุ้นมีแรงเทขายสุทธิอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท และตลาดพันธบัตรไหลเข้าสุทธิ 5,400 ล้านบาท โดยภาพรวมกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิราว 4,000 ล้านบาท สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

“เราเห็นค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าระยะสั้น เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัวดีกว่าคนอื่น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเดินไปตามแผน ทำให้เราเห็นเงินบาทขยับอ่อนค่า แต่เราจะเห็นเงินบาทอ่อนค่าไม่แรงเทียบเท่าดอลลาร์แข็งค่า เพราะผู้ส่งออกและนำเข้ายังไม่เฮดจิ้ง ดังนั้น เราคงไม่เห็นเงินบาทอ่อนทะลุ 30.20 บาทต่อดอลลาร์”

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เกตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทในสัปดาห์หน้า (วันที่ 8-12 ก.พ.64) ประเมินกรอบเงินบาทเคลื่อนไหวไหวอยู่ที่ 29.95-30.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามจะมีตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมกราคมของสหรัฐฯ ที่จะออกมา หากออกมาดีกว่า 1 แสนตำแหน่ง คาดว่าเงินดอลลาร์น่าจะเคลื่อนไหวแข็งค่า ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนได้

นอกจากนี้ ประเด็นที่ต้องจับตา จะเป็นผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (บอนด์ยิลด์) และราคาทองคำ รวมถึงการกระจายวัคซีนฝั่งยุโรปที่ดำเนินการค่อนข้างช้า ขณะที่ประเทศแถบนี้ ปริมาณธุรกรรมอาจบางลง เนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีน

“ในประเทศ ยังไม่มียังไม่มีปัจจัยใหม่ โดยค่าเงินบาทยังเกาะกลุ่มไปกับตลาดโลก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...