เครือข่ายลุ่มน้ำปิง 5 จังหวัด หนุนโครงการฯผันน้ำยวม-เขื่อนภูมิพล
ขณะเดียวกัน เครือข่ายภาคประชาชนและนักวิชาการในลุ่มน้ำยวม เงา เมย และสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ตาก และเชียงใหม่ ยังกังวลกระทบโครงการ และเรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลปกครองเชียงใหม่
เมื่อวานนี้ (4 ก.ค.2569) ที่ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เครือข่ายผลักดันการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรลุ่มน้ำปิงตอนล่าง 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และนครสวรรค์ ระดมมวลชนนับพันคน เพื่อให้กำลังใจรัฐบาล ให้เร่งผลักดันโครงการเพิ่มปริมาณโครงการเพิ่มต้นทุนในเชื่อนภูมิพล หลังได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องทุกปี
ชาวบ้านที่เดินทางมาจาก อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ปกติทำนา ปีละ 2 ครั้ง คือข้าวนาปีและนาปรัง ช่วงหลายปีต้นข้าวตาย เกือบทุกปีตัวเองต้องออกตามหาน้ำ หากใช้น้ำบ่อบาดาลน้ำมีไม่เพียงพอ หรือจะปลูกพืชอื่นหน้าฝนบางปีก็ยังขาดน้ำ
เช่นเดียวกับชาวบ้าน อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร กล่าวว่า ตัวเองอาชีพทำนา 2 ครั้งต่อปี บางปีน้ำน้อยช่วงหน้าแล้งจะปลูกข้าวโพดแทน หากมีน้ำจะทำนา เพราะต้นทุนปลูกข้าวโพดจะถูกกว่า แต่ปีนี้หน้าฝนแล้งกว่าทุกปี
เมื่อถามว่าหากต้องทำนาครั้งเดียวได้หรือไม่ ?
ชาวบ้าน อ.ขาณุวรลักษบุรี บอกว่า จะมีเงินไม่พอใช้หนี้ เพราะข้าวราคาถูก ถ้าทำนา 30 ไร่ จะได้ประมาณ 20 เกวียนอาจพอได้แค่คืนทุน แต่ถ้าทำนา 2 รอบ ถึงจะมีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายตลอดทั้งปี
มาวันนี้อยากขอน้ำ หากมีน้ำเพิ่มเติมจะผันน้ำใช้ช่วงหน้าแล้ง จะได้ปลูกข้าวหรือปลูกพืชอย่างอื่นให้มีรายได้ ถ้าไม่มีน้ำทำอะไรไม่ได้
ส่วน ชาวบ้าน จ.พิจิตร กล่าวว่า ตัวเองมีอาชีพทำนา ช่วงหลังฝนทิ้งช่วง น้ำในคลองไปไม่ถึงจะเดือดร้อนทุกปี แม้จะมีบ่อน้ำบาดาล จะต้องสูบแต่ต้นทุนน้ำมันแพง ทำให้ต้นทุนเพราะปลูกสูงขึ้น ยังไม่รวมค่าใช้จ่าย เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ตอนนี้สวนทางกับราคาข้าว หากต้นทุนน้ำยังสูง เกษตกรจะอยู่กันไม่ได้
ส่วนบรรยากาศการรวมตัวของเครือข่ายฯ เป็นไปอย่างเรียบร้อย ตั้งแต่เวลา 09.00 น. มีการขึ้นปราศรัยจากแกนนำเครือข่ายฯใน 5 จังหวัด ถึงผลกระทบภัยแล้ง และน้ำมีไม่เพียงพอต่อการทำนาและเกษตรกรรม
ด้านตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลังยื่นรายชื่อเกษตรกรมากกว่า 15,000 คนสนับสนุนโครงการฯ แต่ไม่มีความคืบหน้า วันนี้จึงรวมตัวอีกครั้ง เพื่อยื่นหนังสือทวงถาม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์
โดยมี นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ มารับหนังสือ นายสรวุฒิ กล่าวช่วงหนึ่งว่า ยืนยันในนาม ครม.และรัฐมนตรีฯ จะเร่งผลักดันโครงการฯนี้ให้สำเร็จให้ได้ เพราะต้องการแก้ปัญหาให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำ สิ่งใดที่แก้ปัญหาให้ประชาชนได้ต้องทำ ส่วนอุปสรรคต่างๆทั้งโครงการใหญ่หรือเล็ก ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายในการแก้ปัญหา
ผมจะบอกว่า ผมก็เอาด้วยกับโครงการฯ เพราะโครงการนี้มีประโยชน์จริงๆ
นายสรวุฒิ กล่าวว่า โครงการผันน้ำยวม จาก จ.แม่ฮ่องสอน ที่ไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน ประเทศเมียนมา มีปริมาณน้ำมากทุกปี และทิ้งเปล่าประโยชน์ หากต่อท่อมาลงเขื่อนภูมิพล จะเพิ่มพื้นที่ต้นทุนน้ำในเขื่อนภูมิพล ประมาณปีละประมาณ 1,500 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำอุปโภคและบริโภคประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร เกษตรกรจะได้รับประโยชน์ช่วงหน้าแล้ง 1.6 ล้านไร่ ผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 400 ล้านหน่วย และเกิดอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง
กระทรวงเกษตรฯและรัฐบาล พร้อมผลักดันโครงการฯเต็มที่ ข้อจำกัดคือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จะหมดอายุในเดือนต.ค.69 นั้น ตอนนี้สั่งการให้รองปลัด กระทรวงเกษตรฯกลับไปทำทันที เร่งเสนอ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ส่งผ่านตามกระบวนการเสนอ ครม.จะต้องทำให้เต็มที่ จะต้องเร่งเวลาให้ลดความเดือนร้อนเกษตรกรให้มากที่สุด
นายสราวุฒิ กล่าวถึงเงินงบประมาณที่คาดว่าจะลงทุนประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท ซึ่งใช้ในโครงการหลายปี เช่น การก่อสร้างเขื่อนแม่ยวม เจาะอุโมงค์ โดยเชื่อมั่นว่าเครือข่ายฯจะเป็นกำลังใจให้กระทรวงเกษตรฯดำเนินการให้สำเร็จ ก่อนที่จะไปพบปะชาวบ้านและลงพื้นที่ดูฝายในแม่น้ำปิง
รายละเอียดข้อเรียกร้องของเครือข่ายเกษตรกรลุ่มน้ำปิงตอนล่าง 5 จังหวัดฯ ถึงรัฐบาล ผ่านทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี 3 ประเด็น คือ
1.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งให้มีการอนุมัติโครงการผันน้ำยวม เพื่อเพิ่มต้นทุนน้ำในเขื่อนภูมิพล ตามที่กำหนดไว้โดยเร็ว
2.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำเรื่องโครงการเพิ่มต้นทุนปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล หรือโครงการผันน้ำยวม เข้าประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นวาระเร่งด่วน
3.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคำสั่งตั้งคณะทำงาน ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการผันน้ำยวม และการแก้ปัญหาน้ำขาดแคลน เพื่อการเกษตรในลุ่มน้ำปิงตอนล่าง โดยมีตัวแทนของเครือข่ายเกษตรกรลุ่มน้ำปิงตอนล่าง 5 จังหวัด เข้าร่วมเป็นคณะทำงานด้วย
ภาคประชาชนลุ่มน้ำสาละวิน กังวลผลกระทบโครงการฯ
ด้าน นายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ เครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ตั้งคำถามถึงโครงการผันน้ำยวมว่า ปัจจุบันแม่น้ำยวมที่ชาวบ้านใช้ยังมีน้ำไม่เพียงพอในการเกษตร และห่วงผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่จะตามมา
จุดยืนของชาวบ้านในพื้นที่ตอนนี้ไม่อยากให้สร้าง เพราะโครงการจะส่งผลกระทบกับชาวบ้าน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้าง ส่วนหนึ่งยังเชื่อมั่นศาลปกครองเชียงใหม่ ที่ภาคประชาชนฟ้องจะคุ้มครองประเด็นการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ไม่ชอบธรรม
อ่านเพิ่มเติม : ภาคประชาชนฟ้อง "โครงการผันน้ำยวม" ขาดการมีส่วนร่วม https://www.thaipbs.or.th/news/content/332954
นายสะท้าน กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวว่าลุ่มน้ำปิงตอนล่างจะผลักดันโครงการฯ และใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ ก่อสร้างเขื่อน ทำอุโมงค์ผันน้ำ สถานีสูบน้ำ และสายส่งไฟฟ้าจะผ่านป่าเข้ามาพื้นที่ อยากถามถึงโครงการฯ จะคุ้มค่าหรือไม่กับการลงทุน พื้นที่ป่าที่จะได้รับผลกระทบป่ารอยต่อ 3 จังหวัด วิถีชีวิตของชาวบ้านที่ต้องแลกกับโครงการฯ
ด้าน ผศ.ดร.มาลี สิทธิเกรียงไกร ภาควิชาสังคมศาสตร์กับการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งคำถามถึงความรีบเร่งโครงการ และปัจจุบันโครงการยังอยู่ระหว่างภาคประชาชนฟ้องร้องกับศาลปกครอง
ชาวบ้านเพิ่งมาทราบว่า โครงการฯผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว เรื่องการมีส่วนร่วมถึงเป็นหัวใจของการศึกษา
ผศ.ดร.มาลี กล่าวว่า โครงการฯผันแม่น้ำยวม เป็นโครงการขนาดใหญ่ ไม่ใช่การสร้างเขื่อน แต่ผันน้ำข้ามจังหวัดผ่านอุโมงค์ส่งน้ำ บ.แม่เงา-แม่งูด ลงเขื่อนภูมิพล ซึ่งที่ผ่านชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วม ยื่นต่อศาลปกครองเชียงใหม่ ศาลปกครองยังไม่ได้ตัดสิน จึงอยากให้รอการตัดสินของศาลฯ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
พร้อมกับตั้งคำถาม หากโครงการฯ ดึงเอกชนมาร่วมลงทุน ถ้ากรมชลประทานมาดูแลโครงการฯนี้ หน้าที่การจัดสรรน้ำ หากรัฐเลือกเอกชนมาร่วมลงทุน คำถามผลกำไรของเอกชน จะเอาเงินคืนที่ไหน หากไม่เอาน้ำไปขาย จะคุ้มค่าการลงทุนหรือทำได้หรือไม่
สำหรับโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล คาดว่าจะใช้งบประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำยวม ใน จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านอุโมงค์ใต้ดินระยะทาง 62 กิโลเมตร ไปเติมเขื่อนภูมิพล จ.ตาก เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและผลิตไฟฟ้า
ปัจจุบันโครงการฯ อยู่ระหว่างพิจารณของศาลปกครองเชียงใหม่ ที่ภาคประชาชนยื่นฟ้องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566
โกวิทย์ บุญธรรม ไทยพีบีเอส