โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

BRN ชี้กระบวนการสันติภาพไม่คืบ ทำตึงเครียด-ปฏิบัติการทหารเพิ่มขึ้น

Thai PBS

อัพเดต 22 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (5 ก.ค.2569) กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพฝ่ายบีอาร์เอ็น ออกเเถลงการณ์แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (BRN) โดย นายฮาร่า ชินทาโร่ ผู้เชี่ยวชาญด้านมลายูศึกษา แปลข้อความในเเถลงการณ์ดังกล่าว สรุปเนื้อหาได้ว่า กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพฝ่ายบีอาร์เอ็น มองว่า พัฒนาการล่าสุดที่มีปฏิบัติการทางการทหารเพิ่มขึ้นในพื้นที่ความขัดแย้ง สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งยังดำเนินอยู่และไม่มีสัญญาณใด ๆ สำหรับการแก้ไขอย่างยั่งยืน

กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพฝ่ายบีอาร์เอ็น ระบุว่า การต่อสู้ของบีอาร์เอ็นมีเป้าหมายชัดเจนคือ กองกำลังติดอาวุธของไทย และโครงการของนายทุนที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ทำลายสิ่งแวดล้อมและลิดรอนคุณค่าด้านอัตลักษณ์ของสังคมมลายู

โดยบีอาร์เอ็นเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายสงครามระหว่างประเทศ และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ บีอาร์เอ็นจึงเรียกร้องให้สังคมทั่วไป ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตน หลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้สถานที่ ที่เป็นเป้าหมายของปฏิบัติการทางการทหารหรือสถานที่ที่มีความเสี่ยง

นอกจากนี้ กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพฝ่ายบีอาร์เอ็น ยังมองว่า ความตึงเครียดและปฏิบัติการทางการทหารที่เพิ่มขึ้นในความขัดแย้งขณะนี้ เป็นหนึ่งในผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการสันติภาพขาดความคืบหน้า และย้ำว่าการเจรจาสันติภาพเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งอย่างมีศักดิ์ศรี ยุติธรรมและยั่งยืน ซึ่งการแก้ไขความขัดแย้งที่ผ่านวิธีการทางการเมือง เป็นวิธีการที่จะสามารถยุติความขัดแย้งกับรัฐบาลไทย เพื่อให้เกิดสันติภาพและความสงบอันแท้จริง มีศักดิ์ศรีและความยั่งยืน

บีอาร์เอ็นยังขอบคุณบทบาทของรัฐบาลมาเลเซีย ในฐานะเป็นผู้อำนวยความสะดวกของกระบวนการเจรจาสันติภาพ และการมีส่วนร่วมของสังคมนานาชาติ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นมืออาชีพ เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไข สำหรับความขัดแย้งอันยาวนาน โดยหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนในการเจรจาสันติภาพรอบนี้จากประชาคม เพื่อให้เกิดความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในความพยายามเพื่อแก้ไขความขัดแย้งนี้

กอ.รมน.ภาค 4 ย้ำทุกกระบวนการสันติภาพอยู่ภายใต้กฎหมาย

ขณะที่ พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลอ้างตัวว่า เป็นผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธของขบวนการบีอาร์เอ็นในพื้นที่ จ.นราธิวาส และมีการเสนอเงื่อนไขเกี่ยวกับการวางอาวุธและการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันตัวตน สถานะ หรืออำนาจในการสั่งการของบุคคลดังกล่าวได้ จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาข้อมูล และไม่อาจนำคำกล่าวอ้างดังกล่าวมาใช้เป็นข้อยืนยันถึงจุดยืนขององค์กรหรือกลุ่มใดได้

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยืนยันว่า ประเทศไทยมีกลไกและช่องทางในการสร้างสันติสุข ที่ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบายของรัฐอย่างชัดเจน หากบุคคลใดมีความประสงค์จะยุติการใช้ความรุนแรง กลับเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย หรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายสถานการณ์ รัฐพร้อมดำเนินการผ่านช่องทางที่เป็นทางการ โดยยึดหลักนิติธรรม ความเป็นธรรมและการคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย

พ.อ.เอกวริทธิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรพิจารณาคือ การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้ จากการยุติการใช้ความรุนแรงอย่างแท้จริง และการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำกล่าวอ้าง หรือการสื่อสารผ่านสื่อมวลชนเพียงด้านเดียว

โดย กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยประชาชน บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมสนับสนุนทุกแนวทางที่นำไปสู่การลดความรุนแรงและสร้างสันติสุข ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมายและผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ

อ่านข่าว

กบฉ.ต่อเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัดชายแดนใต้ถึง 19 ต.ค.นี้

ทหารเมียนมารบหนักฝ่ายกะเหรี่ยง กระสุนข้ามตกฝั่งไทยชายแดนตาก

รวบอีกหนึ่งเครือข่าย "อุทัย" รับรู้ข่าวแอร์แล้วกลัว ชิงทำลายหลักฐานหนีผิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เพจเวียดนามปลอมชื่อสวนไทย ยิงโฆษณา AI ขายพันธุ์เงาะโรงเรียน พบคนหลงเชื่อสนใจนับพันคน

42 นาทีที่แล้ว

ก.พ.คุมเข้มสอบปี 69 สั่งเช็กใบหน้าผู้เข้าสอบกับรูปถ่าย 3 จุด สกัดทุจริต

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...