เปิดผล “กวาดล้างนอมินี” 4 จังหวัดฝั่งอ่าวไทย-อันดามัน จับแล้ว 65 คน
วันนี้ (22 มิ.ย.2569) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลดำเนินการปราบปรามและดำเนินคดีกับคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย แบ่งเป็น 3 เฟส ครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญในภาคใต้ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน 4 จังหวัด คือ จ.สุราษฎร์ธานี, จ.ภูเก็ต, จ.พังงา และ จ.กระบี่ โดยมีเป้าหมายตรวจค้นที่ดิน 172 แปลง พื้นที่รวม 130 ไร่ 1 งาน 25.8 ตร.ว. รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประมาณ 1,671 ล้านบาท
ศาลอนุมัติหมายจับ 107 หมายจับ 96 คน แบ่งเป็นชาวไทย 29 คน ชาวต่างชาติ 67 คน โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 65 คน 73 หมายจับ แบ่งเป็นคนไทย 24 คน 25 หมายจับ เป็นชาวต่างชาติ 41 คน 48 หมายจับ
ทั้งนี้ ชาวต่างชาติ ประกอบด้วย สัญชาติอิสราเอล 15 คน, ฝรั่งเศส 6 คน, รัสเซีย 4 คน ,โปแลนด์ 2 คน, สวิสเซอร์แลนด์ 2 คน, แอฟริกาใต้ 2 คน, อังกฤษ 2 คน, เนเธอร์แลนด์ 2 คน, ยูเครน 2 คน, สโลวัก 1 คน, ออสเตรเลีย 1 คน, ฟิลิปปินส์ 1 คน, ตุรกี 1 คน โดยมีรายละเอียดการปฏิบัติในแต่ละเฟส มีดังนี้
ปฏิบัติการ เฟส 1 (13 พ.ค.2569) - เฟส 2 (23 พ.ค.2569)
ดำเนินคดีกับบริษัทฯ ซึ่งต้องสงสัยเป็นธุรกิจนอมินี ในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 105 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 22 คน ศาลมีคำพิพากษาลงโทษแล้ว 14 คดี ผู้ต้องหา 14 คน ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี 3 เดือน ปรับ 15,000 บาท และให้จัดการจำหน่ายที่ดิน ซึ่งได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือได้มาโดยไม่ได้รับอนุญาตภายในระยะเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่า 180 วันเเต่ไม่เกิน 1 ปี หากไม่จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่กำหนดให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นได้
ปฏิบัติการ เฟส 3 (20 มิ.ย.2569)
ฝั่งอันดามัน พื้นที่ จ.ภูเก็ต, จ.พังงา และ จ.กระบี่ แบ่งปฎิบัติตามจังหวัดได้ดังนี้ จ.ภูเก็ต ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งประเภทความผิด เป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 10 บริษัท ที่ดิน 4 แปลง จำนวน 2 ไร่ 1 งาน 50.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับชาวต่างชาติ 12 คน หมายจับ 13 หมายจับ จับกุมตามหมายจับได้ 10 หมาย เป็นผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 9 คน (อิสราเอล 5 คน, ฝรั่งเศส 2 คน, เนเธอร์แลนด์ 1 คน, รัสเซีย 1 คน)
กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 39 บริษัท ที่ดิน 52 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 12 ไร่ 2 งาน 62.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายค้น 29 หมายค้น เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน และเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินในนามบริษัท รวมที่ดินกลุ่มที่ 1 และ 2 จำนวน 56 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ 13 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 231 ล้านบาท
คดีสำคัญในภูเก็ต
สำหรับคดีสำคัญที่ดำเนินการใน จ.ภูเก็ต คือ การตรวจค้นจับกุม กลุ่มเครือข่ายบริษัท จีแมทฯ ได้แก่ บริษัท จีแมทฯ ประกอบธุรกิจ โรงแรมรีสอร์ท ห้องชุด และบริการเช่ารถจักรยานยนต์, บริษัท อาบาฯ ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ร้านกัญชา และบริษัท ฟิตเนสฯ ประกอบธุรกิจสถานที่ออกกำลังกาย
พังงา ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี 9 บริษัท ที่ดิน 7 แปลง จำนวน 13 ไร่ 0 งาน 35 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 269 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 6 หมายจับ ศาลอนุมัติหมายค้น 3 หมายค้น สามารถจับกุมตามหมายจับได้ 6 หมาย เป็นผู้ต้องหาชาวอังกฤษ 1 คน
กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 1 บริษัท ที่ดิน 1 แปลง จำนวน 9 ไร่ 3 งาน 20.4 ตร.ว. เจ้าพนักงานที่ดินสาขาตะกั่วป่า จ.พังงา ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ บริษัท อตาฯ ซึ่งถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่าประมาณ 54 ล้านบาท รวมที่ดินกลุ่มที่ 1 และ 2 จำนวน 8 แปลง เนื้อที่ 22 ไร่ 3 งาน 55.4 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 323 ล้านบาท
คดีสำคัญในพังงา
สำหรับคดีสำคัญที่ดำเนินการใน จ.พังงา คือ การตรวจค้นจับกุม โรงแรม ซาวา บีชฯ จากการตรวจสอบพบวิลล่าเปิดให้บริการ 7 หลัง มีพนักงานให้คอยบริการ และเก็บค่าที่พักหรือค่าตอบแทนเป็นรายวัน ซึ่งมีลักษณะเป็นการเปิดให้บริการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมนายแอนดรูว์ สัญชาติอังกฤษ กรรมการบริษัท
จากการสืบสวนพบว่ามีคนไทย มีชื่อเป็นผู้จดทะเบียนบริษัทและถือหุ้น ในหลายบริษัทในลักษณะถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) และมีบัตรประกันสังคม จึงมีลักษณะเป็นลูกจ้าง หรือ พนักงานบริษัท ซึ่งไม่มีทางที่จะมีเงินไปลงทุน หรือถือหุ้นในบริษัทต่าง ๆ ได้เลย และยังพบว่าคนไทยดังกล่าว เป็นกลุ่มพนักงานหรือญาติพี่น้องของกรรมการบริษัท ที่ช่วยเหลือในการใช้สิทธิของคนไทยในการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว
คดีสำคัญในกระบี่
จ.กระบี่ ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี 9 บริษัท ที่ดิน 17 แปลง จำนวน 6 ไร่ 1 งาน 12.4 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 40 หมายจับ หมายค้น 14 หมายค้น สามารถจับกุมตามหมายจับได้ 32 หมายเป็นผู้ต้องหาชาวไทย 22 คน ชาวต่างชาติ 9 คน (อิสราเอล 4 คน, โปแลนด์ 2 คน, สวิสเซอร์แลนด์ 2 คน, แอฟริกาใต้ 1 คน)
กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 8 บริษัท ที่ดิน 8 แปลง จำนวน 8 ไร่ 25.6 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท ศาลได้อนุมัติหมายค้น 6 หมาย เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน และเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินในนามของบริษัท รวมที่ดินกลุ่มที่ 1 และ 2 จำนวน 25 แปลง เนื้อที่ 14 ไร่ 1 งาน 38 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 499 ล้านบาท
สำหรับคดีสำคัญที่ดำเนินการใน จ.กระบี่ จำนวน 3 คดี ดังนี้ ขบวนการจัดตั้งบริษัทนอมินีอย่างเป็นระบบ พบพฤติการณ์ใช้สำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีเป็นต้นทางในการจดทะเบียนบริษัท จัดหาผู้ถือหุ้นชาวไทยอำพรางโครงสร้างการถือหุ้น เปลี่ยนแปลงกรรมการและผู้ถือหุ้นภายหลัง เพื่อให้คนต่างด้าวสามารถควบคุมกิจการ ขอวีซ่าธุรกิจ ขอใบอนุญาตทำงาน และซื้อถือครองที่ดินในนามบริษัทได้
มีการดำเนินคดีกับผู้ให้ความช่วยเหลือในการจัดตั้งบริษัทนอมินี 7 บริษัท และมีคดีที่ศาลพิพากษาลงโทษ คนต่างชาติ จำคุก 2 ปี ปรับ 240,000 บาท รับสารภาพเหลือ จำคุก 1 ปี ปรับ 120,000 บาท ส่วนคนไทย จำคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท และให้อบรมกฎหมายการประกอบธุรกิจ
ขบวนการนอมินีธุรกิจนำเที่ยวและบันเทิง พบการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว โดยได้รับความช่วยเหลือจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านกฎหมายและบัญชีในการจัดทำเอกสารเท็จ รวมถึงการนำลายมือชื่อของผู้เสียชีวิตมาใช้ในเอกสารราชการ และเอกสารจดทะเบียนบริษัท เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเอกสาร คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
รีสอร์ตเปลือยกายและนอมินีอำพรางธุรกิจต่างด้าว กระทบภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว ตรวจพบการประกอบธุรกิจที่พักและโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ในลักษณะที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย รวมถึงพบว่าคนต่างด้าว มีบทบาทสำคัญในการบริหารกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตทำงาน จากการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น พบข้อพิรุธหลายประการ ส่อให้เห็นถึงการใช้นอมินีถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินคดี และขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
อ่านข่าว :
"พิพัฒน์" ตั้ง กก.สอบเหตุผนังอุโมงค์ดอยหลวงถล่ม ยังไม่แบล็กลิสต์ผู้รับเหมา
“ปู มัณฑนา” ได้ประกันตัว หลังศาลฯ สั่งจำคุก 2 ปี คดีหมิ่นประมาท “ลูกหมี รัศมี”
"กรวีร์" ไม่ขัดข้อง ชะลอถกร่างแก้ไข รธน.รอภาค ปชช. จ่อหารือวิป 3 ฝ่าย