โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ชัยยศ” ชูอิเล็กฯ นำตลาดรับ AI บูม พร้อมแนะเก็บ AOT-BH อานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 27 พ.ค. เวลา 03.54 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. เวลา 03.54 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปัจจัยหลักที่ยังต้องติดตามคือสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน แม้จะมีความพยายามผลักดันข้อตกลงหยุดยิง แต่สถานการณ์จริงยังมีความไม่สอดคล้องกัน หลังยังพบการโจมตีบางจุด ซึ่งอาจกระทบต่อความไว้วางใจในการเจรจาและทำให้ตลาดยังเผชิญความผันผวน

สำหรับประเด็นอัตราดอกเบี้ยในภูมิภาค หลังบางประเทศในเอเชีย เช่น ศรีลังกาและอินโดนีเซีย ปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้น บล.กรุงศรีมองว่า สาเหตุของแต่ละประเทศแตกต่างกัน โดยศรีลังกายังเผชิญเศรษฐกิจอ่อนแอและแรงกดดันด้านพลังงาน ขณะที่อินโดนีเซียได้รับผลกระทบจากเงินทุนไหลออก รวมถึงปัจจัยด้านการถูกลดน้ำหนักในดัชนี MSCI และแรงกดดันจากเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม กรณีของไทยยังไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยตาม เนื่องจากไทยยังไม่เห็นสัญญาณเงินทุนไหลออกอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์

นายชยศ ระบุอีกว่า หากมีเงินทุนไหลออกจากอินโดนีเซีย เม็ดเงินบางส่วนอาจหมุนกลับมายังตลาดเกิดใหม่ในกลุ่มเดียวกัน เช่น ไทยและฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะหากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางคลี่คลายลง จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้ Fund Flow ต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น

ขณะที่ภาพตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น ดัชนีที่ปรับตัวขึ้นยังได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE และบริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET ซึ่งได้อานิสงส์จากกระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI, Data Center และเทคโนโลยีที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.กรุงศรีมองว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยวยังน่าสนใจ หลังจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น โดยปรับเพิ่มขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนภาพการกลับมาของโมเมนตัมเชิงบวกในกลุ่มดังกล่าว

ทั้งนี้แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ราคาเป้าหมาย 45 บาท จากแนวโน้มการฟื้นตัวของการเดินทางและภาคท่องเที่ยว รวมถึงแนะนำ “ซื้อ” บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ราคาเป้าหมาย 210 บาท โดยมองว่าผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง มีโอกาสเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 2/2569 หลังผ่านช่วงรอมฎอน ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ยังออกมาอยู่ในเกณฑ์ดี แม้จำนวนผู้ป่วยบางส่วนชะลอลง

อย่างไรก็ตามหุ้นที่ควรระมัดระวังในระยะสั้นคือกลุ่มไฟแนนซ์ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เร่งตัวขึ้นอาจกดดันจิตวิทยาการลงทุนโดยตรง เพราะธุรกิจกลุ่มนี้มีต้นทุนทางการเงินเกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อ ขณะเดียวกันผลกระทบจากราคาน้ำมัน สงคราม และเงินเฟ้อในไตรมาส 2/2569 อาจทำให้นักลงทุนต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์และแนวโน้ม NPL ของกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...