โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่อตระกูล ย้อนรอย 3 อภิมหาโครงการ หมื่นล้าน ล้มเหลว ที่กลายเป็นซากคอนกรีตสูญเปล่า

แนวหน้า

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอยก 3 โครงการเมกะโปรเจคก่อสร้าง ที่ล้มเหลว ภาคประชาชนได้รับแต่ซากคอนกรีต แต่นักโกงเมืองได้ความร่ำรวยไป สาเหตุล้วนมาจากความลุ่มหลง มัวเมาในอำนาจ ไม่ฟังใคร !

ในอดีตเงินโครงการ เป็นหลักหมื่นล้าน ต่อมาเริ่มมีเป็นแสนล้าน มาถึงวันนี้มีโครงการ Land Bridge มูลค่าเป็นล้าน ล้านบาท ที่อ้างว่าทำวิจัยแล้วว่าเป็นโครงการดี แต่ไม่เปิดให้ประชาชนเห็น ได้อ่าน รายละเอียด !!!

…อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ตัวอย่าง 3 โครงการเมกะโปรเจคก่อสร้าง ที่ล้มเหลว นี้นับเป็นประวัติศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเมกะโปรเจกต์ของประเทศไทยในรอบ 60 ปีที่ผ่านมาที่มีคุณค่าเป็นบทเรียนในการเรียนรู้ จากความผิดพลาด

มีโครงการขนาดใหญ่ระดับ “หมื่นล้าน” อยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถเปิดใช้งานหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์เดิม กลายเป็นความสูญเสียทางงบประมาณและโอกาสของประเทศอย่างมหาศาล

โดยมี 3 โครงการเด่นที่มักถูกหยิบยกมาเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุด ดังนี้

1. โครงการโฮปเวลล์ (Hopewell Project)

*ระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร เริ่มลงนามสัญญาสัมปทานในปี พ.ศ. 2533 (สมัยรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ) มูลค่าโครงการกว่า 80,000 ล้านบาท โดยให้บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ลงทุนก่อสร้างทางยกระดับเพื่อแก้ปัญหาจราจรแออัด

* **ความล้มเหลว:** การก่อสร้างล่าช้าและติดปัญหาเรื่องรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาฐานะทางการเงินของผู้รับเหมาจนกระทั่งมาเจอกับวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 โครงการจึงหยุดชะงักอย่างสิ้นเชิงด้วยความคืบหน้าเพียง 13.77% และถูกบอกเลิกสัญญาในปี 2541

* **ความเสียหายทางงบประมาณ:** นอกจากงบประมาณลงทุนที่สูญเปล่าแล้ว รัฐบาลไทยยังต้องเผชิญกับมหากาพย์การฟ้องร้อง “ค่าโง่โฮปเวลล์” ยาวนานหลายสิบปี ซึ่งตัวเลขค่าชดเชยรวมดอกเบี้ยที่เคยมีการเรียกร้องพุ่งสูงกว่า 25,000 ล้านบาท

ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

2. โครงการระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ

*อภิมหาโครงการสิ่งแวดล้อมที่สร้างเสร็จเกือบ 100% แต่ไม่เคยได้เปิดใช้งาน*

เริ่มต้นโครงการในปี พ.ศ. 2538 เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีการรวมสัญญาและย้ายพื้นที่ก่อสร้างมายัง ต.คลองด่าน ทำให้งบประมาณพุ่งสูงจากประมาณ 13,600 ล้านบาท ไปแตะที่ราว 23,000 ล้านบาท

* **ความล้มเหลว:** เกิดจากการทุจริตเชิงนโยบายอย่างรุนแรง ตั้งแต่การจัดซื้อที่ดินในราคาแพงเกินจริงและการเอื้อประโยชน์ในสัญญาก่อสร้าง ประกอบกับการประท้วงอย่างหนักจากชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลและอาชีพประมงพื้นบ้าน จนกระทั่งรัฐบาลประกาศระงับและยกเลิกโครงการในปี พ.ศ. 2546 ในขณะที่การก่อสร้างเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 90%

* **ความเสียหายทางงบประมาณ:** มูลค่าความเสียหายรวมค่าก่อสร้างและการจ่ายเงินชดเชย (ค่าโง่คลองด่าน) ให้กับกลุ่มบริษัทผู้รับเหมาตามคำชี้ขาดรวมแล้ว**มากกว่า 30,000 ล้านบาท** โดยที่ระบบบำบัดน้ำเสียนี้ไม่เคยได้รับการเปิดใช้งานเพื่อบำบัดน้ำเสียแม้แต่หยดเดียว

3. โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท (พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ)

*โครงการเมกะโปรเจกต์ที่ล้มพับไปตั้งแต่ขั้นตอนการประมูลและเตรียมลงนาม*

โครงการเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี พ.ศ. 2554 รัฐบาลในขณะนั้นได้ออก พ.ศ.ก. กู้เงินวงเงิน 350,000 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2556 เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างฟลัดเวย์ (Floodway) และทางผันน้ำขนาดใหญ่

ความล้มเหลว: มาจากการเร่งรัดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและใช้อำนาจรัฐบาลยกเว้นการใช้ ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างปกติ

จนนำไปสู่การคัดค้านจากองค์กรวิชาชีพวิศวกรรม ภาคประชาชน และNGO เนื่องจากไม่มีการทำประชาพิจารณ์อย่างทั่วถึงและขาดรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ที่ถูกต้อง

ต่อมาศาลปกครองได้มีคำสั่งให้รัฐบาลต้องกลับไปจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน ทำให้โครงการต้องชะลอออกไป จนกระทั่งเกิดการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2557 โครงการนี้จึงถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ

* **ความเสียหายทางงบประมาณ:** แม้ว่าเงินงบส่วนใหญ่จะยังไม่ได้ถูกจ่ายออกไปเต็มจำนวนเหมือนสองโครงการแรก แต่ก็มีความเสียหายในแง่ของ**งบประมาณค่าศึกษาออกแบบ ค่าเตรียมการ วงเงินผูกพัน และค่าเสียโอกาส**ทางเศรษฐกิจของประเทศในการบริหารจัดการภัยแล้งและน้ำท่วมคิดเป็นมูลค่าหลักพันล้านถึงหมื่นล้านบาทเช่นกัน

สรุปบทเรียนสำคัญ

หากวิเคราะห์ในเชิงวิศวกรรมและการบริหารจัดการ โครงการเมกะโปรเจกต์เหล่านี้มักไม่ได้ล้มเหลวเพราะตัวเทคโนโลยีหรือความสามารถของวิศวกร แต่มีจุดร่วมที่เป็นแผลสำคัญอยู่ 3 ประการ คือ:

1. ปัญหาด้านความโปร่งใสและธรรมาภิบาล:** มีการทุจริตเชิงนโยบายและการเอื้อประโยชน์ในตัวสัญญา

2. **การขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน:** การละเลยกระบวนการทำประชาพิจารณ์และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง

3. **ความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง:** การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลและข้อกฎหมายที่มักทำให้โครงการขนาดใหญ่ที่ผูกพันระยะยาวต้องหยุดชะงักลง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...