ฝ่ายค้านอย่าคิดมาก อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฟาด อย่ามองเป็นเรื่องการเมือง องคมนตรี ฟังแผนแก้แล้ง-น้ำท่วม
วันนี้ 21 พฤษภาคม 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงและแสดงทัศนะเกี่ยวกับกรณีที่องคมนตรีเข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุปแผนป้องกันภัยแล้งและอุทกภัย ซึ่งถูกนักการเมืองฝ่ายค้านบางส่วนนำไปวิพากษ์วิจารณ์ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "อย่าคิดมาก การที่องคมนตรีได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปของกองบัญชาการป้องกันสาธารณะภัยแห่งชาติ ที่กรมบรรเทาสาธารณะภัย กระทรวงมหาดไทย โดยมีนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีมหาดไทยและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ร่วมในการชี้แจงการ เตรียมความพร้อมเพื่อต่อสู้กับภัยแล้งและอุทกภัย ในปี 2569 ซึ่งมีการพยากรณ์อากาศล่วงหน้าแล้วว่า ไทยอาจประสบภัยแล้งเนื่องจากสภาพเอลนิโญน่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่องคมนตรีในฐานะผู้ให้ คำแนะนำ คำปรึกษาแก่องค์พระประมุขได้มารับทราบการเตรียมการของมหาดไทย
แต่นักการเมืองฝ่ายค้านกลับมองตรงข้าม เห็นว่าการที่องคมนตรีมาร่วมรับฟัง น่าจะเป็นการก้าวก่ายการบริหารงานของรัฐบาล หรือพูดภาษาชาวบ้าน กลัวองคมนตรีล้วงลูกความจริงฝ่ายค้านควรเตรียมข้อมูลนี้ไว้ตรวจสอบรัฐบาลว่า ทำตามแผนนี้หรือไม่เมื่อเกิดเหตุภัยแล้งหรืออุทกภัย อย่ามองทุกอย่างเป็นเรื่องการเมืองไปเสียหมด ดีกว่าไปยืนถ่ายรูปน้ำท่วมแค่ข้อเท้า นี่อาจเป็นการสะท้อนว่า นักการเมืองคิดมากเกินไป สถาบันไม่ได้มาหาเสียงแข่งกับนักการเมืองแน่นอนอย่าคิดมาก อย่ากังวลใจเกินกว่าเหตุ
การมาร่วมประชุมขององคมนตรีเพียงรับฟังการ เตรียมความพร้อม องคมนตรีไม่ได้มีการสั่งการ อาจแสดงความคิดเห็นบ้าง แต่รัฐบาลจะทำตามหรือไม่ทำตาม ก็ได้ไม่มีความผิดใดๆ ไม่มีกฎหมายบังคับองค์พระประมุขทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ที่จะได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยและภัยแล้ง ประการสำคัญ เมื่อเกิดเหตุร้าย รถโรงครัวพระราชทานไปถึงจุดเกิดเหตุก่อนใครๆเพื่อเลี้ยง ดูแลคนไทยไม่ให้อดอยาก นี่คือ ความรักความห่วงใยขององค์พระประมุขที่มีต่อพสกนิกร ไม่ต้องทุ่มเถียงกันเพื่อกล่าวหาว่าใครผิด ใครทำไม่ดี โอเคนะ"
หลังจากที่โพสต์ของ นันทิวัฒน์ สามารถ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลได้ไม่นาน บรรดาชาวเน็ตและลูกเพจต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้กันอย่างดุเดือดและหลากหลายแง่มุม เช่น
"บูรณาการะดับTop ของประเทศ"
"มันดิ้นเหมือนสุนัขถูกน้ำร้อน"
"พรรคสัมแผลเยอะ"
"คณะองคมนตรีมาสังเกตุการณ์และให้คำแนะนำ…แต่อินฟลูเลียหนูและด้อมหนูก็เอาไปปั่นโหนสถาบันฯเพื่ออวยอนุทิน + ส่วนอนุทินชอบโหนสถาบันฯและแอบอ้างสถาบันฯบังหน้าเพือผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง + อนุทินบริหารบ้านเมืองไม่เป็น มีข้อครหาเอื้อนายทุนพลังงาน จนทำให้ประชาชนเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน มีข่าวฉาวโกงกินคอรัปชั่นของรมตในสังกัดพรรค = ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่พอใจอย่างมากกับการบริหารประทศของอนุทิน และประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้าใจสถาบันฯผิด และเป็นการเปิดช่องให้พรรคส้มโจมตีสถาบันฯ…ถ้าอนุทินเป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ทำงานเป็นมีความรู้ ความสามารถ และทำงานเพื่อชาติและประชาชนอย่างจริงใจเหมือนลุงตู่…ปัญหาการโจมตีสถาบันฯจากพรรคส้มก็จะไม่มีน้ำหนักแต่อย่างไร…อนุทินคือตัวปัญหาของชาติ หรือไม่??"
"พักนี้กลัวอะไรนักหนานักหนาแทนที่คุณจะเอาความกลัวไปทำประโยชน์ให้ประเทศชาติบ้านเมืองดีกว่าไหมและไปประพฤติตัวให้ดีด้วยก่อนที่จะดูถูกก่อนที่จะว่าคนอื่นก่อนที่จะก้าวก่ายคนอื่นพรรคคุณเองตัวคุณเองนั่นแหละทำประโยชน์ให้บ้านเมืองดีแล้วหรือยัง แต่งตั้งแต่หัวหน้าพรรคอย่าลูกน้องมีคดีกันทุกคนเกือบทุกคนในพรรคก็ว่าได้มีแต่คดีทุเรศทุเรศทั้งนั้นเลยกลับไปคิดดูใหม่นะพรรคนั้นน่ะ แทนที่จะหาข้อมูลมาทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้านอะไรกันมันร้อนรนอะไรเรื่องนี้ก็ใช่สิเพราะเธออ่ะมีคดีติดหลังเยอะก็เลยกลัวใช่ไหมสสเนี่ยพรรคคุณก็มีแต่คนแย่แย่มีแต่คดีซะส่วนใหญ่เนี่ยนะคนของประชาชนเสียดายเงินค่ารถไปเลือกตั้งบางคนอาจจะคิดแบบนี้เลือกมาแล้วก็เฮงซวยไง"
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart