ธนชาตประกันภัย เจรจาปิดดีลรับงานค่ายรถอีวียุโรป เป้าเบี้ย 1.2 หมื่นล้าน
ธนชาตประกันภัย ปี2566 ตั้งเป้าเบี้ยรับรวม1.2 หมื่นล้านบาท เติบโต16% ขยายพอร์ตงานรถอีวี–รถบรรทุก–อุบัติเหตุ เล็งเจรจาปิดดีลรับงานค่ายรถอีวียุโรป ขยับมาร์เก็ตแชร์เป็น20% ของตลาด มอนิเตอร์สถานการณ์เงินเฟ้อ ค่าซ่อม และค่าอะไหล่ใกล้ชิด ชี้ยังไม่กระทบขึ้นเบี้ย
วันที่21 มีนาคม2566 นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี2566 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม12,000 ล้านบาท เติบโต16% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน(YOY) มาจากการเติบโตของเบี้ยประกันรถยนต์ (Motor) 17% และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถ (Non-motor) เติบโต34%
โดยบริษัทมีแผนการดำเนินงานคือ1.มุ่งเน้นขยายงานรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า(EV) โดยปีนี้คาดว่าจะมีรถอีวีจดทะเบียนใหม่50,000 คัน ตั้งเป้าจะเป็นผู้นำรับประกันรถอีวี โดยเพิ่มขนาดมาร์เก็ตแชร์เป็น 20% ของตลาด โดยปีที่แล้วมีเบี้ยรถอีวีกว่า200 ล้านบาท เติบโตกว่า1,363% หรือมีจำนวนรถอีวีที่อยู่ในความคุ้มครองกว่า2,000 คัน จากรถอีวีจดทะเบียน10,000 คัน มีสัดส่วนพอร์ตประมาณ80% เป็นรถยุโรป โดยปีนี้อยู่ระหว่างเจรจาผู้ผลิตรถยุโรปเพื่อเป็นพันธมิตรรับประกันเพียงรายเดียว(exclusive partner) อีกด้วย
โดยบริษัทมีจุดเด่นจากค่าเบี้ยใกล้เคียงกับรถยนต์สันดาป มีบริการรถยกไปยังจุดชาร์จที่ใกล้ที่สุดในรัศมี20 กิโลเมตร และมีแผนขยายตลาดผ่านผู้ให้บริการสินเชื่อ, ผู้ผลิตรถยนต์, โบรกเกอร์ประกันภัย และออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง
“ในช่วงแรกค่าเบี้ยรถอีวีในตลาดจะค่อนข้างสูงกว่ารถสันดาป20-30% แต่ตอนนี้แต่ละบริษัทเริ่มมีสถิติมากขึ้น ทำให้จะเห็นเทรนด์ของเบี้ยมีโอกาสลดลงจากเดิม ตอนนี้รถเทสลาที่นำเข้ามาเองก่อนที่จะมีเทสลาไทยแลนด์ ราคารถต่างจากที่เทสลาไทยแลนด์ประกาศเกือบ40-50% เพราะฉะนั้นในปีนี้จำนวนเบี้ยประกันต่อคันจะลดลงตามทุนประกันรถที่ลดลงด้วย”
2.มุ่งเน้นขยายงานรับประกันรถบรรทุก(Truck) ซึ่งมีโอกาสเติบโตมหาศาลจากรถบรรทุกในตลาดที่มีกว่า1 ล้านคัน โดยเฉพาะในกลุ่มโลจิสติกส์ที่เริ่มกลับมาวิ่งตามปกติแล้ว ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทมีเบี้ยเติบโตกว่า300% มีจำนวนรถบรรทุกอยู่ในความคุ้มครองกว่า5,000 คัน
โดยตามแผนจะเน้นขยายตลาดภูมิภาคผ่านผู้ให้บริการสินเชื่อ, โบรกเกอร์ประกันภัย และดีลเลอร์รถบรรทุก และปีนี้ยังได้พัฒนาโปรแกรมโค้ดค่าเบี้ยรถบรรทุกทราบราคาได้ทันที รับประกันชั้น1 อายุรถ1-10 ปี และพัฒนา2+ สำหรับรถบรรทุกที่อายุเกิน10 ปี
และ3.มุ่งเน้นขยายงานรับประกันอุบัติเหตุ(PA) เจาะเซกเมนต์กลุ่มครอบครัว รองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยมี4 โปรดักต์เรือธงที่จะขยายงานในปีนี้คือ1.PA อุ่นรัก เพื่อเป็นมรดก2.PA for child ซื้อ1 กรมธรรม์คุ้มครอง2 คน(พ่อหรือแม่ซื้อให้ลูก) 3.PA แทนรัก ร่วมมือกับttb ขายประกันบนแอปพลิเคชั่นttb touch และ4.สบายใจPA for loan เจาะลูกค้าอาชีพอิสระ เมื่อเกิดอุบัติเหตุต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและขาดรายได้ ความคุ้มครองนี้จะเข้าไปผ่อนรถหรือผ่อนบ้านให้สูงสุด3 งวด เพื่อไม่ให้เป็นหนี้เสีย(NPL)
นายพีระพัฒน์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี ปีนี้ความท้าทายที่ต้องระวังคือ1.ภัยพิบัติ โดยตั้งแต่ปีนี้จะเจอภาวะภัยแล้งมากขึ้น และ2.ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นตัวเร่งที่ต้องหาวิธีการบริหารความเสี่ยงให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะสะท้อนถึงต้นทุนการทำธุรกิจ ซึ่งตอนนี้มอนิเตอร์ใกล้ชิดว่าค่าแรง ค่าซ่อม และค่าอะไหล่ จะเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน โดยปีที่แล้วเงินเฟ้อส่วนนี้เพิ่มขึ้นราว1-2% โดยเฉพาะเทรนด์ค่าอะไหล่ของรถยุโรปที่สูงขึ้นเป็นดับเบิลดิจิต แต่อย่างไรก็ดี ยังไม่ถึงขนาดต้องขึ้นเบี้ยพอร์ตรวม
ส่วนผลงานในปี2565 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ697 ล้านบาท มีเบี้ยรับรวม10,320 ล้านบาท เติบโต24% YOY พอร์ตรถยนต์คิดเป็นสัดส่วน89% มีอัตราความเสียหายรวม(Loss ratio) 52% ถือว่าดูแลต้นทุนได้อย่างมืออาชีพ ในขณะที่อุตสาหกรรมมีเบี้ยรับรวม2.75 แสนล้านบาท เติบโต4.3% โดยปิดสิ้นปีที่แล้วบริษัทสามารถขึ้นมาอยู่ในอันดับ 6 ของอุตสาหกรรม จากทั้งหมดกว่า50 บริษัท และมีเบี้ยประกันรถยนต์ขึ้นมาอยู่ในอันดับ5 ของตลาดแล้ว
ปัจจุบันช่องทางการขายผ่านธนาคารมีสัดส่วน46% และช่องทางพันธมิตรภายนอกกลุ่มธนชาตมีสัดส่วนกว่า54% โดยบริษัทมีฐานลูกค้าทั้งหมด1.1 ล้านราย จำนวนกรมธรรม์1.5 ล้านกรมธรรม์ มีลูกค้ากว่า6 แสนรายแล้วที่อยู่บนดิจิทัลแพลตฟอร์ม
และมีสินทรัพย์รวม17,481 ล้านบาท มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว4,930 ล้านบาท มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน(CAR) สูงกว่า576.8% และได้รับอันดับความน่าเชื่อถือจากทริสเรตติ้งที่ระดับAA- (stable) อีกด้วย สะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินของบริษัทเป็นอย่างมาก