‘ประชาธิปัตย์’ จัดระดมทุนสู้เลือกตั้ง แย้มได้เยอะเกินคาด ‘มาร์ค’ โวปชป.อาจได้เป็นแกนนำ
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. เวลา 14.00 น. ที่โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน พรรคประชาธิปัตย์จัดงานระดมทุนพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้ชื่อที่ว่า “รวมพลคนทำเป็น” ซึ่งการระดมทุนครั้งนี้เป็นการให้ผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์บริจาคด้วยการซื้อบัตรที่นั่ง ราคาตั้งแต่ 30,000-300,000 บาท โดยมีคณะผู้บริหารพรรค ผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งระบบเขต และบัญชีรายชื่อ รวมถึงผู้สนับสนุนพรรคมาร่วมงานอย่างคึกคัก อีกทั้งมีการเปิดให้ผู้ที่มาร่วมงานเขียนข้อความแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ “ฝากความหวังอะไรให้คนทำเป็น” และมีการจำหน่ายของที่ระลึก อาทิ เสื้อยืดสีเทาที่สกรีนข้อความว่า “เสื้อเทา คนไม่เทา” ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สวมใส่ในการปราศรัยที่สวนเบญจสิริ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา
ขณะที่กิจกรรมบนเวที ได้มีตัวแทนของผู้สมัคร สส. 3 คน ประกอบด้วย นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.สงขลา, นายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส.เขต 4 กรุงเทพฯ และ น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์ ผู้สมัคร สส.เขต 23 กรุงเทพฯ มาเล่าความเป็นมาของตัวเองในการทำงานทางการเมืองและลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ในนามพรรคประชาธิปัตย์
จากนั้น เป็นการแสดงวิสัยทัศน์โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ 3 คน ได้แก่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนขอขอบคุณทุกคนจากใจจริง งานในวันนี้ไม่ใช่แค่การระดมทุน แต่เป็นการที่ทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเมืองที่สุจริต 2 ปีที่ผ่านมา ตนลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เจอประชาชนตามที่ต่างๆ ที่ได้ยินบ่อยมากว่า คุณปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ซึ่งอยู่เฉยได้อย่างไร ประเทศที่ประชาชนกับความเสื่อมของค่านิยมที่ปล่อยให้การโกงการทุจริตคอร์รัปชันระบาดไปทั่ว และบ่อนทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านเมืองของเรา บุคคลที่มีประวัติทำผิดคดีร้ายแรง สามารถลอยนวลหรือมีอำนาจในทางการเมืองได้อย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งมีบางคนรวมถึงพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง บอกกับตนว่าอย่ากลับไปการเมืองเลย คนอย่างคุณกะล่อนไม่เป็น ไม่ควรไปเป็นนักการเมือง ซึ่งตนเถียงในใจว่าอยากจะกลับมาพิสูจน์สักครั้งเถอะว่าคนไม่กะล่อนเนี่ยแหละจะทำให้การเมืองดีขึ้นได้ ขณะที่พรรคการเมืองนี้ไม่เหมือนพรรคอื่น เป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาเป็นสถาบัน เป็นจุดศูนย์รวมของคนที่มีความคิดคล้ายคลึงกันในแง่ของการขับเคลื่อนบ้านเมือง และไม่ได้ทำงานเพื่อเป้าหมายเฉพาะหน้าหรือการเลือกตั้งครั้งใดครั้งหนึ่ง จะต้องสามารถส่งต่อความคิดอุดมการณ์ต่อสู้ในสิ่งที่เราเชื่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ และวันนี้พรรคประชาธิปัตย์รักษาอุดมการณ์เดิมแต่เปลี่ยนไปแล้ว
“พรรคประชาธิปัตย์ 3 เดือน เดินมาถึงจุดนี้ จนมีความอุ่นใจระดับหนึ่ง เพราะไม่มีใครพูดเรื่องสูญพันธุ์แล้ว แต่เริ่มมีคนบอกว่าไม่ใช่พรรคเล็กแล้ว และเริ่มเป็นพรรคตัวแปร ผมกลัวอย่างเดียวว่าเดี๋ยวอีก 20 วัน เราจะกลายเป็นพรรคแกนนำ แล้วจะเตรียมตัวไม่ทัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การสร้างความเจริญทั้งหลายทั้งปวง จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ถ้าเราปล่อยให้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันรุนแรงขนาดนี้ โดนสิ่งที่ทำให้บ้านเมืองทุจริตมาจาก 4 P เริ่มจาก 1.Petty Corruption (พิตตี้คอร์รัปชัน) คือ การทุจริตเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น การติดต่อราชการถ้าอยากจะทำได้เร็วขึ้น ก็จ่ายใต้โต๊ะ ซึ่งการแก้ไขเป็นวิธีเรื่องนี้ต้องปิดช่องทางการทุจริตด้วยการปฏิรูประบบราชการ แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2.Project Corruption การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ มีเรื่องเงินทอน โดยสิ่งแรกที่จะทำภายใน 90 วันแรก คือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย การปรับกฎหมาย ให้บังคับว่าต้องเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการประมูลในโครงการ และบริษัทที่เข้ามาร่วมตรงนั้น มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่และมีใครบ้าง
3.Position Corruption คือการทุจริตคอร์รัปชันซื้อตำแหน่งในกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายที่สุดในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา นักการเมืองชอบเรื่องนี้ เพราะเขาบังคับให้ข้าราชการเอาเงินมาซื้อตำแหน่ง เมื่อนักการเมืองเอาเงินไปแล้ว โดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องรับไป เราจึงต้องแก้ไขโดยทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการมีความโปร่งใส ซึ่งอย่างน้อยที่สุด จะต้องทำให้การซื้อขายตำแหน่งแบบโลดโผนกระโดดค้ำถ่อ มาเป็นปลัดกระทรวง หรือมาเป็นอธิบดี จะต้องลดลงไป 4.Policy นโยบายซึ่งเป็นที่มาของความขัดแย้งกันในเรื่องของผลประโยชน์ จึงต้องแก้ไขด้วยการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในเชิงนโยบายในการบริหารในระดับสูงทั้งหมด เปิดเผยต่อสาธารณชนว่าตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือเครือข่ายธุรกิจไหน อย่างไรบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่ในแนวทางที่เราจะทำภายใน 90 วันแรกของรัฐบาลประชาธิปัตย์
"ฉะนั้นสิ่งที่เราทำในวันนี้ เราเดินหน้าเต็มที่ และเราทำไม่ได้ ถ้าไม่มีผู้สนับสนุน ทุกคนที่มาในวันนี้จึงขอให้ภูมิใจได้ว่าทุกคนคือผู้ที่ร่วมกับเราที่จะสร้างการเมืองสุจริตและชีวิตของคนไทยที่มั่นคงสำหรับคนไทยทุกคน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า ทุกคนเห็นสภาพของประเทศเราเสมือนกระดาษ หมายถึงเรามีทุกอย่างบนแผ่นกระดาษ เพราะทุกอย่างมีกฎหมายเป็น 100,000 ฉบับ มากกว่าเกือบทุกประเทศ แต่มีปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย คนไทยทุกคนรู้หมด นี่คือสภาพความเป็นจริงของการเป็นกระดาษที่ขาดผู้บริหาร ผู้นำที่มีความเด็ดเดี่ยว ที่มีความเป็นมืออาชีพ เพราะฉะนั้นเป้าหมายของพวกเราคือนำพาการบริหารบ้านเมืองด้วยมือมืออาชีพ กลับคืนสภาพประเทศที่พวกเราทุกคนคาดหวังและตามศักยภาพของพวกเราทำได้
ขณะที่นางการดี กล่าวว่า การต่อสู้ยุคนี้ไม่ได้ใช้กำลังอย่างเดียว ใช้สมอง ใช้ความตั้งใจ และการทำงานหนักตลอดชีวิตของตน การที่ตนเข้ามาในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ คือภารกิจกู้เรือไททานิคหรือไม่ ในวันที่รู้อยู่แล้วว่าต้องลำบาก แต่ตนก็ไม่กลัว และมั่นใจว่ามีทั้งใจและโอกาส สามารถตอบโจทย์ว่าเราอยากทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น และเวลาที่ทำนโยบาย ไม่ได้คิดถึงเรื่องเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ต้องมีความรับผิดชอบ จะเอาแค่วันนี้ แล้วก่อให้เกิดภาระภาษีให้ลูกหลานเราไม่ทำ การทำงานที่ดีของพวกเรา ในฐานะผู้ใหญ่ ตนมักจะพูดเสมอว่าการทำอาชีพนักการเมืองเป็นอาชีพที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงสุด ตื้นตันเสมอ ที่เห็นผู้แทน สส. ทุกท่านมาด้วยใจทั้งสิ้น อยากจะทำสิ่งนี้ให้ดี เราควรที่จะส่งต่อประเทศไทยที่ดีกว่าวันที่เราเกิดมาให้กับลูกหลาน เราควรที่จะเป็นนักการเมืองที่เฝ้ามองและประคับประคองอนาคตที่ลูกหลานเราอยากได้
ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การรับบริจาคครั้งนี้ ยังไม่สามารถบอกตัวเลขได้ว่าได้จำนวนเท่าไหร่ แต่ดีกว่าที่คาดไว้ เพราะขณะนี้ยังมีการบริจาคเข้ามาเรื่อยๆ