‘ฉก.อรัญประเทศ’ จับ ‘แก๊งแอดมินเว็บพนัน’ ลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย อ้าง ‘เขมร’ ลอยแพรีดเงิน-ส่งกลับไทย
เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ (ผบ.ฉก.อรัญประเทศ) กกล.บูรพา จ.สระแก้ว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยที่ 1204 นำกำลังพลไปทำการเดินตรวจลาดตระเวนในพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนไทย เพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับคนไทยได้มากถึง 3 กลุ่ม รวม 17 คนและชาวอินโดนีเซีย 1 คน
แยกเป็นกลุ่มที่ 1 เจ้าหน้าที่ทหารพรานจับคนไทยจำนวน 5 คน (ชาย 2, หญิง 3) สอบสวนให้การว่า เดินทางไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย. 68 โดยลักลอบใช้ช่องทางธรรมชาติในการข้ามแดน แต่ทำมาแล้ว 2 เดือนทำยอดได้ไม่ตรงตามเป้าหมายที่นายจ้างตั้งไว้ จึงถูกเลิกจ้าง จึงต้องการลักลอบกลับเข้ามายังประเทศไทย โดยเสียค่าจ้างให้กับชาวกัมพูชา คนละ 10,000 บาท
กลุ่มที่ 2 เจ้าหน้าที่ทหารพรานสามารถสกัดจับคนไทยได้จำนวน 7 คน (ชาย 5, หญิง 2) ได้ที่ในป่าห่างจากแนวชายแดนประมาณ 500 เมตร โดยสอบสวนให้การว่าได้เดินทางไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ที่ตึกในปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย. 68 โดยได้ใช้ช่องทางธรรมชาติลักลอบข้ามแดน และที่ต้องกลับไทยเพราะว่าเว็บพนันที่ทำอยู่ได้ปิดตัวลง และต้องเสียค่าจ้างให้กับชาวกัมพูชา คนละ 8,000 บาท ในการให้พาลักลอบข้ามแดน
กลุ่มที่ 3 เจ้าหน้าที่ทหารพรานสามารถจับคนไทยได้อีกจำนวน 5 คน (ชาย 1, หญิง 4) ได้ที่บริเวณไร่อ้อย บ้านเนินสมบูรณ์ หมู่ 12 ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 500 เมตร และจับชาวอินโดนีเซีย จำนวน 1 คน (เป็นชาย) สอบสวนให้การอ้างว่า ได้เดินทางไปเที่ยวที่ปอยเปต โดยใช้ช่องทางธรรมชาติในการข้ามแดน และเที่ยวเสร็จก็ต้องการกลับไทย ส่วนชาวอินโดนีเซีย อ้างอีกว่าเดินทางไปเที่ยวที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยเครื่องบินโดยสาร แต่เนื่องจากหนังสือเดินทางหาย จึงต้องการเข้ามาทำหนังสือเดินทางที่ประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดได้จ่ายเงินให้กับชาวกัมพูชา คนละ 9,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ภายหลังสอบสวนเบื้องต้นเสร็จแล้วจึงได้นำตัวคนไทยทั้งหมดพร้อมชาวอินโดนีเซียส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติ และดำเนินการตามกฎหมาย แล้วจะประสานไปยัง พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว (ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว) ในการสอบสวนเชิงลึกว่ากลุ่มคนไทยดังกล่าวมีหมายจับหรือ CASE ID ด้วยหรือไม่เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มต่อไป.