โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ซํ้าซากที่‘พระราม2’

ไทยโพสต์

อัพเดต 18 มกราคม 2569 เวลา 4.17 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เครนมรณะจุดเกิดเหตุโคราช ครบกำหนด 3 วันยังไม่จบการรื้อถอน คืบหน้าแค่ส่วนเดียว กระทบเปิดเส้นทางรถไฟล่าช้า ขณะที่รอง ผบช.ภ.3 จี้พนักงานสืบสวนสอบสวนเร่งรัด สอบปากคำไปกว่า 80 ปาก ขณะที่อาการผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ดีขึ้น หลายส่วนมอบกระเช้าของขวัญและให้กำลังใจ

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนถนนพระรามที่ 2 ซ้ำอีกครั้ง โดยจุดเกิดเหตุเป็นถนนฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร บริเวณหน้าบิ๊กซ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ผิวการจราจรเกิดการทรุดตัวกะทันหัน กลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ ส่งผลให้รถกระบะ ทะเบียน 2 ฒช 5885 กรุงเทพมหานคร ที่นายสัมพันธ์เป็นผู้ขับขี่ ตกลงไปในหลุมดังกล่าว

ผู้เสียหายรายนี้เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถกลับจากอำเภอหัวหิน เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านในกรุงเทพมหานคร ขณะขับมาตามปกติบนถนนพระรามที่ 2 เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ผิวถนนได้ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว ทำให้รถตกลงไปในหลุม และมีน้ำพุ่งขึ้นจากพื้นจนท่วมผิวถนน ตนรู้สึกตกใจอย่างมาก จึงรีบเปิดประตูออกจากรถทันที เนื่องจากเกรงว่ารถจะทรุดลงไปลึกกว่านี้ โชคดีที่ขับรถมาด้วยความเร็วไม่มาก และเดินทางเพียงคนเดียว ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าควบคุมพื้นที่ พร้อมปิดการจราจรบางช่องทาง เพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันอันตราย ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ส่วนสาเหตุของการทรุดตัวของถนนอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดจากหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อยู่ระหว่างการเดินสายหาเสียงที่จังหวัดชุมพร ให้สัมภาษณ์ประเด็นนี้ว่า ทราบว่าเกิดตรงบริเวณเขตเทศบาล มีเรื่องของจำนวนปริมาณน้ำจากท่อน้ำที่แตก ทางเทศบาลก็ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข มันไม่เกี่ยวกับแบบหรือวิธีการก่อสร้างที่ผิดพลาด แต่เป็นความประมาทของคนทำงาน ความเสียหายทั้งหลายก็ต้องชดใช้

"สิ่งที่น่ากลัวคือเรื่องโครงสร้าง อย่างที่ผมเคยอธิบายไป มันไม่ได้เกิดจากโครงสร้างของคอนกรีต แต่เกิดจากการยกโดยใช้วิธีการที่สามารถป้องกันได้ แต่เขาไม่ได้ทำ คือเหตุที่ผมต้องบอกว่าเมื่อเกิดเหตุซ้ำซาก ถ้าไปไล่ตามสัญญาทางแพ่ง พูดจริงๆ ว่าทำอะไรไม่ได้ รัฐบาลถึงบอกว่าต้องใช้คำสั่งทางปกครองในการให้หยุดก่อสร้าง หรือให้ยกเลิกสัญญา มันเป็นเรื่องทางกฎหมาย" นายกฯ กล่าวถึงข้อกังวลของประชาชนที่มีต่อถนนพระรามที่ 2

“ไม่งั้นก็กลายเป็นว่า ถ้าผมไปบอกว่าแล้วแต่ทางหน่วยงาน ก็มาว่าทำไมไม่ไปกดดันหน่วยงาน พอกดดันก็บอกว่าไปกดดันเขาทำไม เขาไม่ผิด พอใช้กำลังทางปกครอง ก็บอกว่าทำไมไม่ใช้มาตรการตามสัญญา เอาใจทุกฝ่ายไม่ได้ ฝ่ายที่ต้องการทำเรื่องนี้ให้เป็นการเมืองก็มี ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องการเมือง มันเป็นเรื่องทางวิศวกรรม ไม่เป็นไร รัฐบาลก็สั่งการไปแล้วว่าให้ใช้อำนาจทางปกครอง คนที่รับข้อสั่งการไปก็ต้องปฏิบัติ นายกฯ ไม่มีสิทธิ์ไปเซ็นยกเลิกสัญญาเอง นายกฯ ในฐานะรัฐบาลสั่งไปแล้ว คนที่ไม่ปฏิบัติ ถ้าเป็นข้าราชการก็โดนมาตรา 157” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า กระทรวงคมนาคมได้แจ้งความคืบหน้าเรื่องสัญญามาหรือยัง นายอนุทินตอบว่า เขาก็ต้องมีขั้นตอนอยู่แล้ว

ขณะที่กรมทางหลวงขอชี้แจงว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ณ บริเวณกิโลเมตรที่ 29+350 ทิศทางคู่ขนาน ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ส่งผลให้รถกระบะของประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 1 คัน

จากการตรวจสอบ พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่กองการประปา เทศบาลนครสมุทรสาคร ได้ดำเนินการขุดเปิดผิวจราจร เพื่อดำเนินงานเชื่อมท่อส่งน้ำประปา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,000 มิลลิเมตร และได้ทำการบดอัดคืนสภาพผิวจราจรแล้ว ต่อมาเกิดเหตุท่อประปาแตก ส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของผิวจราจรบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เพื่ออำนวยการจราจร และดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางในเบื้องต้น พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครสมุทรสาคร ซึ่งขณะนี้ได้เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขสถานการณ์แล้ว

กรมทางหลวงขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวชั่วคราว โดยรถจากทางคู่ขนานสามารถใช้ทางเบี่ยงเพื่อเข้าสู่ช่องทางหลักได้ที่บริเวณ กม.ที่ 29+600

ศ. ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการยุบตัวของพื้นถนนดังกล่าวไว้ 3 ประเด็น ได้แก่

1.บริเวณข้างถนน สังเกตเห็นมีการก่อสร้างบ่อ มีท่อต่อเข้าบ่อ และมีการปักแผ่นเหล็กชีตไพล์ ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่ดินใต้พื้นถนนไหลเข้าไปในบ่อ จนพื้นถนนเกิดการยุบตัว

2.สำหรับการไหลของดินเข้าบ่อ มองไว้ 2 กรณีคือ ดินทรายชั้นบนโดนน้ำพาเข้าบ่อจากทางด้านบน เนื่องจากแผ่นชีตไพล์ปักในระดับใกล้เคียงกับพื้นถนน หรือ

3.เป็นการไหลของดินเหนียวอ่อนเข้าทางด้านใต้ของบ่อ หากแผ่นเหล็กชีตไพล์ปักในดินไม่ลึกพอ

ทั้งนี้ การไหลของดินในบ่อจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องไปดูพื้นที่จริงจึงจะหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ ทั้งนี้มีข้อแนะนำว่า การก่อสร้างใกล้ถนนที่มีชั้นดินอ่อน จะต้องระวังเหตุดินเคลื่อนตัว โดยต้องมีระบบโครงสร้างกันดินที่แข็งแรงกันดินเคลื่อนตัวได้ ทั้งนี้เมื่อเดือน ก.ย. ปี 2568 เกิดเหตุหลุมยุบขนาดใหญ่ที่สุดที่บริเวณถนนสามเสน ซึ่งเกิดจากการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน

ส่วนความคืบหน้ากรณีเครนถล่มทับขบวนรถไฟ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากตามที่เสนอข่าวไปแล้ว และการรื้อถอนเครน เรื่องดังกล่าวบริษัทรถไฟความเร็วสูงเร่งปฏิบัติการรื้อย้ายเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่เกิดเหตุ ตั้งแต่เวลา 08.00 น.ของวันที่ 17 ม.ค. หลังเครนเกิดการเคลื่อนตัวจนมีชิ้นส่วนเหล็กหล่นใส่ขบวนรถไฟ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตก่อนหน้านี้ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ตกลงกับบริษัทผู้รับเหมาว่าจะต้องดำเนินการรื้อย้ายให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันนี้

อย่างไรก็ตาม จากสภาพหน้างานพบว่า การรื้อย้ายยังคืบหน้าเพียงขั้นตอนนำรอกสีน้ำเงิน น้ำหนัก 80 ตัน ลงมาจากตัวเครนสีส้มเท่านั้น ขณะที่โครงสร้างเครนส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพเดิม และยังไม่สามารถเคลียร์พื้นที่ได้ทั้งหมดตามแผนที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ ผู้รับเหมายังคงเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก โดยมีการนำเครนขนาดใหญ่เพิ่มเติมเกือบ 10 ตัวเข้ามาช่วยพยุงตัวเครนสีส้มไว้ด้วยสลิง เพื่อป้องกันการทรุดตัวหรือเคลื่อนที่ระหว่างการรื้อถอน พร้อมใช้วิธีส่งคนงานขึ้นไปด้านบนเพื่อ ขันนอตแยกโครงเหล็กออกทีละชิ้น แทนการใช้ไฟตัด เนื่องจากอาจเกิดประกายไฟและเสี่ยงเพลิงไหม้ เพราะบริเวณที่เกิดเหตุยังพบคราบน้ำมันจากขบวนรถไฟที่เกิดการระเบิดก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน การเปิดเส้นทางเดินรถไฟบริเวณดังกล่าวยังคงต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากหากยังมีชิ้นส่วนเครนค้างอยู่ในพื้นที่จะถือว่ายังไม่ปลอดภัย และการรถไฟแห่งประเทศไทยยังไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปซ่อมแซมรางรถไฟได้เต็มพื้นที่

ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถสายอุบลราชธานีเป็นการชั่วคราว โดยให้ใช้เส้นทาง ชุมทางแก่งคอย-ชุมทางบัวใหญ่-นครราชสีมาแทน พร้อมเปิดให้ผู้โดยสารที่มีตั๋วโดยสารและมีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 14-19 มกราคม 2569 หากไม่ประสงค์จะเดินทาง สามารถยื่นขอคืนเงินได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่ สภ.สีคิ้ว พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เผยถึงความคืบหน้าของคดีว่า ขณะนี้มีการสอบสวนไปแล้วกว่า 80 ปาก และอยู่ระหว่างสอบสวนชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ โดยได้เน้นย้ำคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนที่ตั้งขึ้นมารับผิดชอบ ซึ่งมีพนักงานหลายฝ่ายร่วมดำเนินการในการเร่งรัดให้เร็วที่สุด คดีนี้ยืนยันตำรวจทำคดีกันอย่างรอบคอบรอบด้าน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจต้องใช้เวลาบ้าง

ในส่วนกล่อง CCTV หรือกล่องดำนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่การรถไฟและพนักงานสอบสวนได้ค้นหาพบแล้ว 2 กล่อง คือโบกี้ที่ 1 และโบกี้ที่ 3 ในส่วนของโบกี้ที่ 2 ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ อาจจะต้องทำการกู้ กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ จะนำไปดูและประมวลเหตุการณ์ ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวนต่อไป ขณะนี้ตำรวจก็พยายามเร่งที่จะสอบคดีให้เสร็จโดยเร็ว โดยทำอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในทุกขั้นตอนการสอบสวน เพราะคดีอยู่ในความสนใจของประชาชน

ขณะที่บุคคลที่ตำรวจเชิญมาให้ปากคำพนักงานสอบปากคำได้ทยอยเดินทางมาให้สอบเรื่อยๆ เบื้องต้นจนถึงขณะนี้ ผู้ที่ได้รับการเชิญมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนได้ทยอยเดินทางเข้าพบ และให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยคาดว่าการสอบสวนจะใช้เวลาไม่นานนัก ก่อนสรุปแนวทางความรับผิดชอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...