โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอพี ไทยแลนด์ ยึด5เสาหลักลุยปีม้า

เดลินิวส์

อัพเดต 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21.19 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เอพี ไทยแลนด์ ผู้นำอสังหาฯ ไทย ชูยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ด้วย ‘AP CODE’ แนวคิดหลักที่เริ่มจากความเข้าใจลึกซึ้ง

นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บมจ. เอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่า เอพี ไทยแลนด์ ยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “EMPOWER LIVING หรือชีวิตดี ๆ ที่เลือกเองได้” และเพื่อขับเคลื่อน เอพี ไทยแลนด์ให้แข็งแกร่ง และเติบโตในระยะยาว เอพี ไทยแลนด์ จึงกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING – Leading with Empathy, Growing with Discipline’ โดยหัวใจของยุทธศาสตร์นี้คือ การให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งอย่างเป็นระบบ ผ่านการทำความเข้าใจเชิงลึกในทุกมิติ ควบคู่กับวินัยในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ โดยมี AP CODE เป็นแนวคิดหลักในการสร้างมาตรฐานการทํางานที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง

เจาะลึก ‘CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING’ กับ 5 เสาหลัก โดยเสาหลักที่ 1 มาตรฐานการพัฒนา ขับเคลื่อนจากความเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง กรอบมาตรฐานในการพัฒนาสินค้าและบริการที่เริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ โดยมี Empathy เป็นคีย์สำคัญในการเข้าใจและค้นหา Unspoken Needs ที่ลงลึกไปทุกกระบวนการ

เสาหลักที่ 2 มาตรฐานวินัยทางการเงิน สร้างเสถียรภาพที่มั่นคง วินัยทางการเงินถือเป็นออกซิเจนหล่อเลี้ยงธุรกิจ ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด โดยที่ผ่านมาได้รักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 0.64 เพื่อให้บริษัทมีทั้งสภาพคล่อง ความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุน ตลอดจนความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินที่หลากหลาย

เสาหลักที่ 3 มาตรฐานความร่วมมือระดับสากล ยกระดับคุณภาพทุกมิติ มาตรฐานในการทำงานที่ทำให้เอพีเชื่อมโยงมาตรฐานสากลเข้ากับบริบทตลาดไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับมิตซูบิชิ เอสเตท พันธมิตรญี่ปุ่น โดยหัวใจสำคัญของเสาหลักนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการร่วมลงทุนเท่านั้น แต่อยู่ที่การถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับองค์กร ทั้ง ระบบการคิด วินัยในการทำงานแบบญี่ปุ่น

เสาหลักที่ 4 มาตรฐานศักยภาพองค์กร ต่อยอดความได้เปรียบในระยะยาว กรอบมาตรฐานที่ยกระดับความสามารถขององค์กรทั้งระบบ ตั้งแต่โครงสร้างการบริหาร การพัฒนาคน การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงข้อมูล เพื่อให้ทุกส่วนขององค์กรทำงานอย่างเชื่อมโยงและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรทั้งระบบ ผ่านการใช้ Data, AI และ Technology เพื่อให้เอพีพร้อมที่สุด ขยับตัวได้เร็วที่สุด ภายใต้ความถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด

เสาหลักที่ 5 มาตรฐานความยั่งยืน ส่งมอบคุณภาพชีวิตให้ผู้คน สังคม และโลก กรอบการทำงานที่บูรณาการแนวคิดด้าน ESG เข้าไว้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงพลังงานและสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้างคุณภาพ ภายใต้บทบาทของ Strategic Sustainability Partners การบริหารจัดการของเสียจากการก่อสร้าง ไปจนถึงการสร้างพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ ภายใต้เป้าหมายสูงสุดในการสร้างความยั่งยืนในคุณภาพชีวิตของผู้คน สังคม และโลก

ในปีนี้ได้ตั้งเป้าปี 2569 เดินหน้าขยายพอร์ตโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียมในเครือ ทั่วประเทศไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 200 โครงการ โดยเป็นโครงการพัฒนาใหม่ จำนวน 42 โครงการ มูลค่าประมาณ 55,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ แห่งปี โดยตั้งเป้ายอดขายที่ 49,000 ล้านบาท และเป้ารายได้รวม 100% JV ที่ 49,000 ล้านบาท งบประมาณในการซื้อที่ดินมูลค่า 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%

ด้านสินค้ารอรับรู้รายได้ ปีนี้กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม เตรียมโอนกรรมสิทธิ์ 5 โครงการ ได้แก่ ASPIRE อิสรภาพ สเตชั่น GOOD DAY สุขุมวิท 93 RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค LIFE สาทร-นราธิวาส 22 และ LIFE เจริญนคร-สาทร

ในปี 2568 เอพี ไทยแลนด์ ปิดยอดขายสุทธิ และรายได้รวม ในปี 2568 ได้สูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา (2568) เอพี ไทยแลนด์ มียอดขายสุทธิสูงสุดในอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ถึง 46,865 ล้านบาท มีรายได้รวมจากสินค้ากลุ่มแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100% JV) และธุรกิจอื่นๆ ได้สูงถึง 45,994 ล้านบาท กำไรสุทธิเท่ากับ 4,316 ล้านบาท และมีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.64 เท่า ซึ่งเป็นไปตามนโยบายในการบริหารจัดการสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนในระดับที่ไม่เกิน 1 เท่า

ณ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้มูลค่า 35,936 ล้านบาท แบ่งเป็นสินค้าแนวราบมูลค่า 15,862 ล้านบาท และสินค้าคอนโดมิเนียม มูลค่า 20,074 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 2572

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...