เผยเยาวชน 15-24 ปีติด HIV พุ่ง เหตุมีเซ็กซ์ไม่ป้องกัน สภาพัฒน์ฯ แนะสร้างสุขภาวะทางเพศ
สภาพัฒน์ฯ เผยรายงานภาวะสังคมไทยฯ พบผู้ติดเชื้อ HIV ในปี 2568 สูงกว่าที่กรมควบคุมโรคคาดถึง 1.5 เท่า พบ 1 ใน 3 เป็นกลุ่มอายุ 15-24 ปี มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ไม่จำกัดคนรัก ลามไปถึงคนรู้จัก เพื่อน บุคคลจากสถานบันเทิงและแอปฯ หาคู่ แนะเสริมสร้างสุขภาวะทางเพศของคนไทย
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสสี่และภาพรวม ปี 2568 หัวข้อ "Safe Sex: เพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องต้องห้าม แต่ต้องปลอดภัย" ระบุว่า แม้การตั้งครรภ์และการคลอดในกลุ่มวัยรุ่นหญิงมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่ได้สะท้อนว่าเยาวชนไทยมีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อ HIV ในปี 2568 สูงกว่าที่กรมควบคุมโรคคาดประมาณถึง 1.5 เท่า โดย 1 ใน 3 เป็นกลุ่มอายุ 15-24 ปี ซึ่งเกือบทั้งหมดติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
อีกทั้ง อัตราการป่วยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เฝ้าระวังอื่น ๆ ของกลุ่มนี้ยังสูงกว่าภาพรวม และจำนวนมากยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเก็บรักษาและการใช้ถุงยางอนามัย ตลอดจนบางกลุ่มมีรูปแบบการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะกับคู่รัก แต่รวมไปถึงคนรู้จัก เพื่อน บุคคลจากสถานบันเทิง/แอปพลิเคชันหาคู่ ที่มีข้อจำกัดในการป้องกัน โดยช่องว่างระหว่างความรู้กับพฤติกรรมทางเพศเป็นผลจากปัจจัยหลายประการ คือ
(1) การเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาของไทยยังมีข้อจำกัดในเชิงคุณภาพ โดยเนื้อหายังเน้นเชิงชีววิทยา แต่ขาดด้านทักษะชีวิตที่จำเป็นต่อการตัดสินใจทางเพศอย่างปลอดภัย ขณะที่การเรียนการสอนยังเน้นบรรยายมากกว่าการมีส่วนร่วม และครูมีทักษะและความมั่นใจในการสอนต่ำ
(2) เยาวชนบางส่วนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และขาดทักษะการต่อรองเพื่อป้องกันอย่างเหมาะสม โดยแม่วัยรุ่นส่วนใหญ่มุ่งเน้นการป้องกันการตั้งครรภ์มากกว่าการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อีกทั้ง คู่รักวัยรุ่นยังมีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในระดับต่ำเพราะเชื่อว่าคู่นอนไม่มีความเสี่ยงหรือกลัวคู่ไม่พึงพอใจ
(3) สังคมไทยยังไม่เอื้อต่อการพูดคุยเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างเปิดกว้าง วัฒนธรรมที่มองเรื่องเพศเป็นสิ่งต้องห้าม ส่งผลต่อระดับความพร้อมของพ่อแม่และครูในการให้คำแนะนำที่เหมาะสม
และ (4) ระบบบริการสุขภาพทางเพศยังไม่เอื้อต่อเยาวชน ทั้งในด้านเวลาทำการ ทัศนคติของผู้ให้บริการ และทางเลือกของผลิตภัณฑ์ป้องกัน
ปัจจัยข้างต้นส่งผลกระทบต่อทั้งเยาวชนและต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงต้องมีการเสริมสร้างสุขภาวะทางเพศของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ดังนี้
(1) ยกระดับการจัดการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาให้เน้นทักษะเชิงปฏิบัติ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน
(2) ปรับระบบนิเวศให้เอื้อต่อการเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสุขภาพทางเพศของเยาวชน
และ (3) ประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม อาทิ การวางถุงยางอนามัยในจุดที่เข้าถึงง่ายและเป็นส่วนตัว
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO