โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยอดผลิตรถยนต์เดือนม.ค.69พุ่ง10.53% สวนทางส่งออกวูบ6.28%ต่ำสุดรอบ45ด.

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ส.อ.ท.เผยยอดผลิตรถยนต์ไทย เดือนม.ค. 2569 อยู่ที่ 118,386 คัน โตขึ้น 10.53% ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 2,471 คัน เพิ่มขึ้น 48.41 % ขาย 73,936 คัน เพิ่มขึ้น 53.74 % ส่งออก 58,405 คัน ลดลง 6.28 % ต่ำสุดรอบ 45เดือน จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพื่อส่งออกตามมาตรฐานการปล่อยคาร์บอน โดยมีการส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า 1,265 คัน และส่งออกรถกระบะไฟฟ้า 59 คัน เพิ่มขึ้น 100%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม 2569 มีทั้งสิ้น 118,386 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2568 ร้อยละ 3.98 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 10.53 โดยผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.56 และผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 153.57 รวมทั้งผลิตรถบรรทุกเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 76.18 ตามการลงทุนของภาคเอกชนในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 และผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยการนำเข้ามาขายในปี 2567 – 2568 เป็นปีแรกจากโครงการ EV 3.5

รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 41,535 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 คิดเป็น 16.30 % แบ่งเป็นรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาป (ICE) มีจำนวน 17,991 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 คิดเป็น12.65 % รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 2,471 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 คิดเป็น 48.4 %,รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 1,725 คัน ลดลง20.32%จากเดือนมกราคม 2568 ,รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 19,348 คัน เพิ่มขึ้น 21.58% รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 75,468 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ประมาณ 6.89%

การผลิตเพื่อส่งออกในเดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 79,686 คัน เท่ากับ 75.71 %ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ประมาณ 6.19%

รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2569 ผลิตเพื่อการส่งออก 20,451 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 คิดเป็น 46.56% รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 59,235 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ราว 3.04%

การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศในเดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 38,700 คัน เท่ากับ 24.29% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 20.71% โดยรถยนต์นั่งเดือนมกราคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 21,084 คัน ลดลง3.11%จากช่วงเดียวกันปีก่อน รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 16,233 คัน เพิ่มขึ้น70.62%จากเดือนมกราคม 2568

ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนมกราคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 73,936 คัน ลดลง1.58%จากเดือนธันวาคม 2568 และ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ประมาณ 53.77% เพิ่มขึ้นจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 ซึ่งสิ้นสุดลง 2568 รวมทั้งเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในอัตรา 2:1 ของโครงการ EV 3.5 ส่งผลยอดขายรถยนต์นั่งและรถ SUV เพิ่มขึ้น 76.2%และ 93.6%ตามลำดับจากมกราคม 2568 แต่รถกระบะยังคงขายลดลง 5.5% จากมกราคม 2568 เพราะสถาบันการเงินยังเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ จากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้อของประชาชนยังคงอ่อนแอ ภาคอุตสาหกรรมยังใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60% ของกำลังการผลิตทั้งหมด

แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตมากกว่าที่คาดในอัตรา 2.5% ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 จากการลงทุนรวมที่ขยายตัว 8.1% โดยเป็นการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว 6.5% จากการปลดล็อกให้นักลงทุนมีความคล่องตัวมากขึ้นส่งผลให้การก่อสร้างโรงงานขยายตัวถึง 12.2% และจากภาครัฐที่เร่งลงทุนขยายตัว 13.3% รวมถึงมีการนำเข้าสินค้าที่ขยายตัว 12.8% โดยเฉพาะเครื่องจักรขยายตัว 21.8% คงต้องรอรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาผลักดันการลงทุนที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาทในปี 2568 ให้ลงทุนเร็วขึ้นเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้คนไทยมากขึ้น เศรษฐกิจประเทศไทยจะได้เติบโตมากกว่า 5% เหมือนในอดีต

การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนมกราคม 2569 ส่งออกได้ 58,405 คัน ลดลง 6.28% จากเดือนมกราคม 2568 ต่ำสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 หรือรอบ 45 เดือนจากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพื่อส่งออก และความเข้มงวดในการนำเข้ารถยนต์ที่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยขับในด้านความปลอดภัยรวมทั้งการเข้มงวดการปล่อยคาร์บอน ส่งผลให้ส่งออกรถยนต์ลดลงในตลาดเอเชีย ตลาดแอฟริกา ตลาดอเมริกาเหนือ ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้ รวมมูลค่าการส่งออก 63,967.95 ล้านบาท ลดลง6.03%จากปี 2568

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...