โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TKN ปี 68 กำไรลด 51% เหลือ 409 ล้านบาท พิษเศรษฐกิจโลกชะลอ ค่าเงินผันผวน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เถ้าแก่น้อย ฟู๊ด หรือ TKN ปี 68 กำไรลด 51% เหลือ 409 ล้านบาท เซ่นพิษเศรษฐกิจโลกชะลอ ค่าเงินผันผวน

24 ก.พ. 2569- บมจ. เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568 มีรายได้รวม 1,376.3 ล้านบาท ลดลง 6.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 6.5% จากไตรมาส 3/2568 โดยเป็นยอดขายจากตลาดในประเทศ 615.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% และยอดขายจากต่างประเทศ 759.8 ล้านบาท ลดลง 12.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้ ตลาดในประเทศสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้ต่อเนื่องทุกไตรมาส และทำสถิติยอดขายรายไตรมาสสูงสุดในรอบหลายปี จากการเติบโตของสินค้าสาหร่ายและการเพิ่มสินค้าใหม่ในพอร์ต โดยบริษัทได้เปิดตัวสินค้าแบรนด์ ซูเปอร์กรุบ (SUPER GROOB) ในไตรมาสนี้ เพื่อรุกตลาดขนมเส้นบุกปรุงรสซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดขนมขบเคี้ยว

สำหรับตลาดต่างประเทศ แม้ยอดขายยังลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในบางประเทศ เช่น จีน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จากการทำกิจกรรมการตลาดที่มุ่งเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยบริษัทได้เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่ “เฉินเจ๋อหยวน” เพื่อขยายตลาดสู่ระดับสากลและเจาะกลุ่ม Gen Z ในเอเชีย พร้อมทั้งขยายช่องทางจำหน่ายในประเทศจีนผ่านร้าน Snack Store ซึ่งมีการเติบโตสูง

สำหรับทั้งปี 2568 มีรายได้รวม 5,307.9 ล้านบาท ลดลง 7.1% จากปีก่อน โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 9.7% ขณะที่ยอดขายต่างประเทศลดลง 17.1% จากผลกระทบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม ยอดขายในประเทศทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2,339 ล้านบาท จากการขยายฐานผู้บริโภคผ่านการพัฒนาสินค้าสาหร่ายใหม่ เช่น สาหร่ายโรยข้าว และการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าขนมสาหร่าย พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เข้มข้นต่อเนื่อง

ยอดขายต่างประเทศในปี 2568 อยู่ที่ 2,967.9 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง รวมถึงการแข่งขันด้านราคาจากสินค้าท้องถิ่นที่มีราคาต่ำกว่า

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เพิ่มงบการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในหลายประเทศ และปรับกลยุทธ์โดยหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อผลักดันการเติบโตระยะยาว อีกทั้งในไตรมาส 4 ได้จัดตั้งบริษัท PT TAOKAENOI FOOD INDONESIA เพื่อรองรับการขยายตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ 3GO (Go Firm, Go Broad, Go Global) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ

ด้านโครงสร้างรายได้ปี 2568 มาจากตลาดในประเทศ 44% และตลาดต่างประเทศ 56%

กำไรสุทธิไตรมาส 4 จำนวน 112.4 ล้านบาท คิดเป็น 8.2% ของรายได้จากการขาย ลดลง 19.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มงบการตลาดเพื่อสนับสนุนสินค้าใหม่และการใช้พรีเซนเตอร์ระดับสากล เพื่อเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ในระยะยาว

กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 409.4 ล้านบาท คิดเป็น 7.7% ของรายได้จากการขาย ลดลง 51 % จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากยอดขายต่างประเทศที่ชะลอตัว ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ทำให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและอัตรากำไร

สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 TKN ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะประคองตัวภายใต้ความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย ทั้งความตึงเครียดทางการค้าโลก การแข่งขันจากสินค้านำเข้า โดยเฉพาะสินค้าจีน ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย และความเสี่ยงทางการเมืองในประเทศ จึงปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเปิดโอกาสหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตของยอดขายและกำไรในอนาคต

ทั้งนี้ TKN ยังคงดำเนินกลยุทธ์ 3GO (Go Firm, Go Broad, Go Global) โดยมุ่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และเพิ่มความสามารถในการทำกำไร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...