TKN ปี 68 กำไรลด 51% เหลือ 409 ล้านบาท พิษเศรษฐกิจโลกชะลอ ค่าเงินผันผวน
เถ้าแก่น้อย ฟู๊ด หรือ TKN ปี 68 กำไรลด 51% เหลือ 409 ล้านบาท เซ่นพิษเศรษฐกิจโลกชะลอ ค่าเงินผันผวน
24 ก.พ. 2569- บมจ. เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568 มีรายได้รวม 1,376.3 ล้านบาท ลดลง 6.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 6.5% จากไตรมาส 3/2568 โดยเป็นยอดขายจากตลาดในประเทศ 615.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% และยอดขายจากต่างประเทศ 759.8 ล้านบาท ลดลง 12.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ ตลาดในประเทศสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้ต่อเนื่องทุกไตรมาส และทำสถิติยอดขายรายไตรมาสสูงสุดในรอบหลายปี จากการเติบโตของสินค้าสาหร่ายและการเพิ่มสินค้าใหม่ในพอร์ต โดยบริษัทได้เปิดตัวสินค้าแบรนด์ ซูเปอร์กรุบ (SUPER GROOB) ในไตรมาสนี้ เพื่อรุกตลาดขนมเส้นบุกปรุงรสซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดขนมขบเคี้ยว
สำหรับตลาดต่างประเทศ แม้ยอดขายยังลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในบางประเทศ เช่น จีน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จากการทำกิจกรรมการตลาดที่มุ่งเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยบริษัทได้เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่ “เฉินเจ๋อหยวน” เพื่อขยายตลาดสู่ระดับสากลและเจาะกลุ่ม Gen Z ในเอเชีย พร้อมทั้งขยายช่องทางจำหน่ายในประเทศจีนผ่านร้าน Snack Store ซึ่งมีการเติบโตสูง
สำหรับทั้งปี 2568 มีรายได้รวม 5,307.9 ล้านบาท ลดลง 7.1% จากปีก่อน โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 9.7% ขณะที่ยอดขายต่างประเทศลดลง 17.1% จากผลกระทบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม ยอดขายในประเทศทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2,339 ล้านบาท จากการขยายฐานผู้บริโภคผ่านการพัฒนาสินค้าสาหร่ายใหม่ เช่น สาหร่ายโรยข้าว และการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าขนมสาหร่าย พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เข้มข้นต่อเนื่อง
ยอดขายต่างประเทศในปี 2568 อยู่ที่ 2,967.9 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง รวมถึงการแข่งขันด้านราคาจากสินค้าท้องถิ่นที่มีราคาต่ำกว่า
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เพิ่มงบการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในหลายประเทศ และปรับกลยุทธ์โดยหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อผลักดันการเติบโตระยะยาว อีกทั้งในไตรมาส 4 ได้จัดตั้งบริษัท PT TAOKAENOI FOOD INDONESIA เพื่อรองรับการขยายตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ 3GO (Go Firm, Go Broad, Go Global) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
ด้านโครงสร้างรายได้ปี 2568 มาจากตลาดในประเทศ 44% และตลาดต่างประเทศ 56%
กำไรสุทธิไตรมาส 4 จำนวน 112.4 ล้านบาท คิดเป็น 8.2% ของรายได้จากการขาย ลดลง 19.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มงบการตลาดเพื่อสนับสนุนสินค้าใหม่และการใช้พรีเซนเตอร์ระดับสากล เพื่อเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ในระยะยาว
กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 409.4 ล้านบาท คิดเป็น 7.7% ของรายได้จากการขาย ลดลง 51 % จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากยอดขายต่างประเทศที่ชะลอตัว ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ทำให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและอัตรากำไร
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 TKN ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะประคองตัวภายใต้ความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย ทั้งความตึงเครียดทางการค้าโลก การแข่งขันจากสินค้านำเข้า โดยเฉพาะสินค้าจีน ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย และความเสี่ยงทางการเมืองในประเทศ จึงปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเปิดโอกาสหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตของยอดขายและกำไรในอนาคต
ทั้งนี้ TKN ยังคงดำเนินกลยุทธ์ 3GO (Go Firm, Go Broad, Go Global) โดยมุ่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และเพิ่มความสามารถในการทำกำไร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว