โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดที่มา “ดอกโสน” ดอกไม้ประจำจังหวัดอยุธยา จากต้นไม้ริมน้ำ สู่จิตวิญญาณและสำรับขนมแห่งกรุงเก่า

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ในบรรดาดอกไม้ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตชาวไทยริมน้ำ “ดอกโสน” คือสัญลักษณ์ที่เด่นชัดที่สุดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดอกไม้สีเหลืองอร่ามนี้ไม่เพียงแต่เป็นดอกไม้ประจำจังหวัด แต่ยังมีเรื่องราวสืบเนื่องมาตั้งแต่การสถาปนากรุงศรีอยุธยา จนกลายเป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อมาถึงสำรับขนมไทยโบราณที่หารับประทานยากในปัจจุบัน

ที่มาของดอกโสน สัญลักษณ์แห่งการตั้งกรุงศรีอยุธยา

คุณสุวรรณ อาจคงหาญ หรือคุณอ้อน เจ้าของร้านเรือนมารี ขนมไทยวิจิตร ได้เล่าถึงที่มาของดอกโสนที่เกี่ยวพันกับจังหวัดอยุธยาให้กับทีมไลฟ์สไตล์ไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ. 1893 ทรงเลือกทำเลที่เรียกว่า “หนองโสน” เป็นที่ตั้งพระราชวัง

คุณสุวรรณ อาจคงหาญ เจ้าของร้านเรือนมารี ขนมไทยวิจิตร

เนื่องจากมีต้นโสนขึ้นปกคลุมหนาแน่นอยู่ทั่วบริเวณ ดอกโสนจึงเป็นพรรณไม้ริมน้ำที่อยู่คู่กับอยุธยามานานกว่า 200-300 ปี จึงเป็นที่มาของดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน

การต่อยอดสู่ “ขนมดอกโสน” รสชาติที่เกือบเลือนหาย

จากพรรณไม้ริมทางที่มีรสขมนิด ๆ ตามธรรมชาติ ภูมิปัญญาชาวอยุธยาได้นำดอกโสนมาสร้างสรรค์เป็นเมนูทั้งคาวและหวาน แม้เราจะคุ้นเคยกับการนำดอกโสนไปลวกจิ้มน้ำพริกหรือทำแกงส้ม แต่การต่อยอดเป็น “ขนมดอกโสน” ถือเป็นงานประณีตที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของคนกรุงเก่า

“ดอกโสนมีความขมเล็กน้อย แต่ด้วยภูมิปัญญาของคนอยุธยาสมัยโบราณที่นำดอกโสนมาคลุกกับแป้งข้าวเจ้าแล้วเอาไปนึ่ง จากนั้นโรยด้วยมะพร้าวกับน้ำตาล ก็ทำให้มีรสชาติที่อร่อยลงตัวมากๆ” คุณสุวรรณกล่าว

ด้วยเหตุนี้ ขนมดอกโสน จัดเป็นหนึ่งในเมนูจากโครงการ The Lost Thai Taste ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นขนมที่หาทานได้ยากในตลาดทั่วไป แต่มักทำรับประทานกันในครัวเรือนเฉพาะถิ่น

ลักษณะเด่นคือเป็นการนำดอกโสนสดมาผสมคลุกเคล้ากับแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว แล้วนำไปนึ่งจนสุก ความโดดเด่นอยู่ที่รสสัมผัสที่นุ่มนวล มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ ตัดรสด้วยความหวานมันจากน้ำตาลมะพร้าวและกะทิ

เสน่ห์ของเมนูขนมดอกโสน สำหรับชาวอยุธยา เมนูนี้ไม่ใช่แค่ขนม แต่เป็นรสชาติแห่งความถวิลหา (Nostalgia) ที่ชวนให้นึกถึงรสมือของคุณย่าคุณยายและความอบอุ่นของบ้านเกิด

จากอดีตสู่การอนุรักษ์ที่ยั่งยืน

ในปัจจุบัน มีการพยายามสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับดอกโสนเพื่อไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา เช่น การทำ “ทองม้วนดอกโสน” เพื่อให้สามารถเก็บรักษาไว้รับประทานได้ทุกฤดูกาล หรือการพัฒนาเป็น “ชาดอกโสน” เพื่อสุขภาพ

หากใครต้องการสัมผัสรสชาติอันเป็นตำนานนี้ด้วยตนเอง พื้นที่อย่าง ชุมชนบ้านต้นสะตือ 3 ต้น ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงเปิดต้อนรับให้นักท่องเที่ยวได้ไปร่วมเวิร์กชอปทำขนมดอกโสน เพื่อซึมซับวิถีชีวิตริมน้ำและร่วมกันสืบสานรสชาติประจำจังหวัดให้คงอยู่ต่อไป

ไปตามหาคำตอบว่าทำไมคนภาคกลางถึงกินอาหารหวานเจี๊ยบ และตามหาเมนูที่กำลังจะหายไปอย่างขนมดอกโสน ใน THE LOST THAI TASTE รสชาติที่หายไป EP.1

สนับสนุนโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดที่มา “ดอกโสน” ดอกไม้ประจำจังหวัดอยุธยา จากต้นไม้ริมน้ำ สู่จิตวิญญาณและสำรับขนมแห่งกรุงเก่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...