แม้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก็อย่าหลงลืมความเป็นเด็ก ครบรอบ 73 ปี PETER PAN เด็กน้อยไม่ยอมโตที่สอนให้เรารู้จักความสมดุล
ย้อนกลับไปเมื่อ 73 ปีก่อน ภาพยนตร์แอนิเมชัน Peter Pan สุดคลาสสิกที่สร้างโดย Walt Disney Productions ถูกฉายครั้งแรกในโรงภาพยนตร์ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1953 หลังจากนั้นมันก็ได้กลายเป็นหนึ่งในวรรณกรรมอมตะตลอดกาล วรรณกรรมที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และการตีความ เล่าเรื่องราวของเด็กชายผู้ไม่ยอมเติบโตที่ไปผจญภัยในเกาะเนเวอร์แลนด์ร่วมกับเวนดี้และเหล่าผองเพื่อน
‘ปีเตอร์ แพน’ เป็นผลงานชิ้นเอกของนักเขียนชาวสกอตแลนด์อย่าง เจมส์ แมทธิว แบร์รี่ (James Matthew Barrie) เดิมทีแบร์รี่ได้แต่งเรื่องราวเกี่ยวกับทารกที่บินหนีออกนอกหน้าต่างเพียงเพราะไม่อยากเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่เบื้องลึกเบื้องหลังของจุดกำเนิดที่แท้จริงของวรรณกรรมนี้ มาจากแบร์รี่ชายผู้ให้กำเนิดตัวละคร ‘ปีเตอร์ แพน’ เคยเจอเหตุการณ์สะเทือนใจ เมื่อพี่ชายของแบร์รี่เสียชีวิตไปในอุบัติเหตุก่อนวันเกิดอายุ 14 ปี เพียง 2 วัน คุณแม่จึงได้ปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยลูกชายของเธอก็เป็นเด็กไปตลอดกาล ไม่จำเป็นต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่เพื่อเผชิญกับความโหดร้ายของโลกใบนี้
เรื่องราวการผจญภัยเริ่มต้นขึ้นเมื่อปีเตอร์ แพน ชวนเด็กๆ ตระกูลดาร์ลิงไปเกาะเนเวอร์แลนด์ ดินแดนที่เด็กไม่ต้องเติบโตและได้หลีกหนีจากความวุ่นวาย ภายในเนเวอร์แลนด์จะพบกับกัปตันฮุกซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ที่มีความรู้สึกหวาดกลัว มีจระเข้ สัตว์ที่มีเสียงนาฬิกาดังอยู่ในท้อง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเวลาที่ติดตามและกลืนกินชีวิตของมนุษย์ เมื่อเราทุกคนเติบโตขึ้น เวลายังคงเป็นหน่วยวัดที่ตอกย้ำว่าชีวิตของเรานั้นสักวันต้องจบลงด้วยความตาย
รวมถึงทิงเกอเบล แฟรี่ผู้เป็นสัญลักษณ์ของจินตนาการ เพราะในโลกตะวันตกเชื่อว่าเด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับแฟรี่ที่คอยปกป้องพวกเขาจากสิ่งชั่วร้าย แต่เมื่อถึงวัยหนึ่ง เด็กๆ จะมองไม่เห็นและจะหลงลืมแฟรี่ไปในที่สุด
จุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อเวนดี้พร้อมที่จะเติบโตเพื่อเป็นแม่ที่ดี แต่ปีเตอร์ แพน ไม่อยากไปจากเนเวอร์แลนด์เพราะไม่อยากเสียพลังวิเศษและจินตนาการอันไม่สิ้นสุดของวัยเด็กไป การไม่รู้จักโตทำให้ปีเตอร์ แพน สูญเสียโอกาสที่จะสร้างประสบการณ์และใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง
ในโลกของปีเตอร์ แพน ความสามารถในการบินสื่อถึงความอิสระและการหลบหนีออกจากแบบแผนทางสังคม ซึ่งหมายถึงช่วงวัยเด็กเรายังคงมีความสนุกสนาน สดใส และสามารถหนีจากความรับผิดชอบในโลกอันโหดร้ายได้ แต่เมื่อเติบโตขึ้น การเชื่อในจินตนาการ ก็ยิ่งลดน้อยลง ต้องยอมรับความจริงและอยู่กับปัจจุบันให้ได้ ในช่วงท้าย เรื่องราวนี้ทำให้เราเข้าใจว่า แม้วันหนึ่งเราจะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่เราไม่ควรหลงลืมความสุขในช่วงวัยเด็กไป
เนเวอร์แลนด์ เป็นดินแดนสมมติที่ทุกอย่างสร้างขึ้นผ่านการตีความของเด็ก แม้เรื่องราวหลายอย่างดูผ่านๆ เหมือนแฟนตาซีแต่กลับมีความเป็นจริง แง่คิด และการตีแผ่สังคมซ่อนอยู่ในนั้น ปีเตอร์ แพน จึงเป็นวรรณกรรมอมตะและเป็นแอนิเมชันที่ดูในวัยเด็กก็ได้รับความสนุกสนาน แต่เมื่อกลับมาดูอีกทีตอนโตขึ้น เนเวอร์แลนด์ก็ทำให้เราได้เข้าใจโลกในประเด็นที่ต่างกันออกไป
นอกจากภาพยนตร์ต้นฉบับในปี 1953 แล้ว ดิสนีย์ยังมีการสร้างภาคต่ออย่าง Return to Never Land (2002) และฉบับคนแสดง (Live-action) อีกด้วย
อ้างอิง
Peter Pan Syndrome อาการของคนที่ไม่อยากโต ขอพื้นที่เล็ก ๆ ให้ยังเป็นเด็กไปนาน ๆ
บทความต้นฉบับได้ที่ : แม้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก็อย่าหลงลืมความเป็นเด็ก ครบรอบ 73 ปี PETER PAN เด็กน้อยไม่ยอมโตที่สอนให้เรารู้จักความสมดุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
- การเมืองเป็นเรื่องของชีววิทยา? เมื่อ DNA อาจเป็นส่วนกำหนดให้เราชอบคนละพรรค และมองโลกคนละแบบ
- เรื่องสิ่งแวดล้อมหายไปไหน ในการหาเสียงเลือกตั้ง 69 หรือเรื่องสีเขียวจะไม่ใช่เรื่องน่าสนใจ ไม่ใช่เรื่องน่าดึงดูดอีกต่อไปใน พ.ศ. นี้
- รำดาบ วิดพื้น ละครสั้น มุกหาเสียงเลือกตั้ง 2569 ทำไมพรรคการเมืองไทย ถึงเลือกใช้ความตลก เป็นเครื่องมือจูงใจให้คนเลือกตั้ง
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath