“เหาะเกินลงกา” ศึก 2 กูรู “บวรศักดิ์” ยืมหอก “วิษณุ” สนองคืนปมบาร์โค้ดเลือกตั้ง
กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงกฎหมายและการเมือง หลังจากที่ล่าสุด บวรศักดิ์ อุวรรณโณ หยิบยกสำนวนตำนานรามเกียรติ์ “เหาะเกินลงกา” โต้ศิษย์พี่ “วิษณุ เครืองาม” กรณีข้อพิพาทความลับบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด สะท้อนรอยร้าวประวัติศาสตร์การร่างรัฐธรรมนูญที่ยังคงกรุ่นอยู่ในใจ
วานนี้ (20 ก.พ.69) สรกล อดุลยานนท์ หรือ “หนุ่มเมืองจันท์” แสดงความเห็นร่ายยาวผ่านบัญชีโซเชียล หลังจากเกิดกรณีโต้กันสนุกของ 2 มือนักกฎหมายระดับพระกาฬในนาทีนี้ระหว่างบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ โดยเนื้อหาดังกล่าวมีการเจาะไปที่การหยิบวลีเก่าเก็บอย่าง “เหาะเกินลงกา” มาใช้ในการตอบโต้กันเที่ยวล่าสุดด้วย
“เหาะเกินลงกา” สงสัยไหมครับว่าทำไม ? บวรศักดิ์ รองนายกรัฐมนตรีจึงหยิบคำนี้มาใช้ตอบโต้ วิษณุ ในประเด็นเรื่องการเลือกตั้งที่ใช้บาร์โค้ดนั้น “ลับ” หรือ “ไม่ลับ” และความหมายของคำว่า ”ลับ“ คืออะไร ?
“บวรศักดิ์” เป็นรองนายกรัฐมนตรีดูแลด้านกฏหมายของรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” เมื่อพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
“บวรศักดิ์” เป็นคนที่ถูกวางตัวว่าจะเป็นรองนายกฯต่อไป แต่เมื่อมีคนมาบอกว่าบัตรเลือกตั้งมีปัญหาเพราะไม่เป็น ”ความลับ“ การเลือกตั้งเป็นโมฆะต้องเลือกตั้งใหม่ คนอื่นๆไม่เท่าไร แต่ระดับ “วิษณุ” ออกมาพูดเอง ทำให้คนส่วนใหญ่เริ่มโน้มเอียงไปทางนี้ ไม่แปลกที่ ”บวรศักดิ์“ มือกฏหมายของรัฐบาลจะต้องออกมาตอบโต้ ” เรื่อง QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กูรูหลายคนให้ความเห็นว่า ขัดต่อหลักในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติว่าการเลือกตั้งส.ส. “ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยโดยตรงและลับ” กูรูบางคนไปไกลเข้าทำนอง“เหาะเกินลงกา“ว่า ลับหมายถึงลับทั้งโลก ไม่ให้มีใครรู้เลยทั้งโลก!!!!????“
ประเด็นที่น่าสนใจ นอกเหนือจาก เหตุผลที่บวรศักดิ์ต้องออกมาตอบโต้แล้ว ทำไมเขาจึงหยิบคำว่า ”เหาะเกินลงกา“ มาใช้ เรื่องนี้มี “ตำนาน” ครับ
“วิษณุ-บวรศักดิ์” เป็นลูกพี่-ลูกน้องกัน สนิทกันมาก “บวรศักดิ์” เคยเล่าว่าตอนเด็ก “วิษณุ” เรียนเสร็จชอบเอาเรื่องที่เรียนมาสอนเด็กแถวบ้าน หนึ่งในนั้นคือ “บวรศักดิ์” ตอนมาเรียนที่กทม. ก็พักอยู่บ้านญาติใกล้วัดเทพศิรินทราวาสฯด้วยกัน ตอน “วิษณุ” ขึ้นจากเลขาฯครม. เป็นรองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล ”ทักษิณ ชินวัตร“ คนที่ขึ้นมาแทน คือ “บวรศักดิ์”
ตอนพล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน รัฐประหารทักษิณ กลุ่มคนที่มาช่วยคณะรัฐประหารในช่วงแรก คือ “มีชัย ฤชุพันธุ์-วิษณุ-บวรศักดิ์” ร่างธรรมนูญการปกครองเสร็จก็หนีไปเที่ยวฮ่องกงทั้ง 3 คน เช่นเดียวกับตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ รัฐประหาร “ยิ่งลักษณ์” 3 คนนี้ก็เป็น “มือไม้” ของคณะรัฐประหาร เป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมานาน ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากการรัฐประหาร
นายวิษณุ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ”บวรศักดิ์“ เป็น ประธานกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เนื้อหาในรัฐธรรมนูญที่มีการร่างไม่ตรงกับความต้องการของ “ลุงตู่”
“วิษณุ” รู้สัญญานนี้จึงออกมาเตือนครั้งแรก ด้วยการยกสำนวน “รามเกียรติ” มาใช้ ..อย่า “เหาะเกินลงกา” เป็นการปราม ”บวรศักดิ์“ ตรงๆ แต่ “บวรศักดิ์” ก็ไม่เชื่อ ร่างรัฐธรรมนูญจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะถูกคว่ำในสภาปฏิรูปแห่งชาติในที่สุด น่าจะเป็น “รอยแผล“ ในหัวใจที่ ”บวรศักดิ์“ ไม่เคยลืม ในที่สุด “มีชัย“ ก็มารับไม้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่แทน กลายเป็น ”รัฐธรรมนูญปี 2560“ ที่คนสรรเสริญกันระดับเผาพริกเผาเกลือกันทั่วบ้านทั่วเมือง
ไม่รู้ว่าคำ ”อย่าเหาะเกินลงกา“ อยู่ในใจ ”บวรศักดิ์” มานานหรือเปล่า เมื่อจะออกโรงตอบโต้ “วิษณุ” เขาจึงนำคำนี้มาใช้บ้าง เป็นการ “ยืมหอกสนองคืน“.
อ่านข่าวเพิ่มเติม