เพื่อไทยหนาว! ‘กกต.’ สอบคลิป ‘จาตุรนต์’ พาทีมหมอนทองชูป้ายแก้ไขรธน. เข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่
‘กกต.’ แจงยังไม่ได้รับรายงานปม ‘จาตุรนต์’ นำทีมหมอนทองรณรงค์ เห็นชอบแก้รธน. ต้องขอตรวจสอบเข้าข่ายกม.หรือไม่ ด้าน 'ศรีสุวรรณ' ยันผิดกฎหมายชัด โดยเฉพาะพรบ.คุ้มครองเด็ก ห้ามแสวงหาประโยชน์จากเด็กโดยมิชอบ
19 ม.ค.2569-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการร้องเรียนนายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์คลิปวิดีโอระหว่างเยือนทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยาและจัดทำคลิปวิดีโอ โดยมีข้อความว่าทีมฟุตบอลหมอนทองเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ต้องดูข้อเท็จจริง กฎหมายการออกเสียงเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ว่าเข้าข่ายหลอกลวงใส่ร้ายหรือไม่ และต้องดูว่าเจตนาพิเศษอะไร หรือไม่ ซึ่งต้องเป็นไปตามองค์ประกอบกฎหมาย
นายแสวงกล่าวว่า ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้ว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างความรื่นเริงที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ส่วนที่มีการระบุว่าเด็กแสดงความเห็นว่าเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องเสรีภาพแสดงความเห็นหรือรณรงค์ให้เห็นชอบหรือไม่ก็ได้ แต่เบื้องหลังจะมีอะไรนั้นต้องไปตรวจสอบสอบสวนอีกที ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้ แต่เบื้องต้นเป็นสิทธิ์ในการแสดงความเห็นรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งกฎหมายให้ประชาชนทำได้ ส่วนจะเป็นการถูกบังคับหรือหลอกให้พูดยังบอกไม่ได้ ต้องรอให้มีการตั้งสำนวนสอบสวนก่อน ตอนนี้มีแต่ข่าวและต่างคนต่างพูด ยังไม่มีการมาร้อง เพื่อให้สอบสวน
ถามถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน จะมายื่นคำร้องให้กกต.สอบสวนกรณีดังกล่าวนั้นเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายการออกเสียงประชามติ 2568 และพรบ.คุ้มครองเด็ก 2546 หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ก็เป็นสิทธิของนายศรีสุวรรณ แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าความที่ปรากฎเป็นความผิดหรือไม่เพราะทุกคนมีสิทธิที่จะพูด แต่หากใครรู้สึกว่าเป็นการหลอกลวง ก็ให้มาร้องเพื่อมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณ กล่าวถึงการยื่นร้องกกต.เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้น นายสกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชฟุตบอลทีมหมอนทองวิทยา ได้ชี้แจงว่าไม่รู้เรื่องการทำคอนเทนต์แต่อย่างใดเพราะโค้ชและนักเรียนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวการเมืองหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง หากแต่ถูกนักการเมืองมาจ้องหาประโยชน์ในยามที่มีชื่อเสียงเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้มีนักการเมืองหรือผู้ใดมาสนับสนุนแต่อย่างใด จากคำสัมภาษณ์ดังกล่าวตนเห็นว่าการทำคอนเทนต์ตัดต่อทำคลิปวิดีโอ มาเผยแพร่ในสื่อต่างๆ ของนายจาตุรนต์ อาจถือได้ว่า เข้าข่ายหลอกลวงเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ อย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อห้ามตามพรบ.ออกเสียงประชามติ
“น้องๆทีมฟุตบอลยังเป็นเด็กที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือทำประชามติอย่างใด การถ่ายภาพมาทำคอนเท้นต์ลงในสื่อออนไลน์ อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายคุ้มครองเด็กที่ห้ามให้มีการแสวงหาประโยชน์ สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ แม้นายจาตุรนต์ จะลบคลิปไปแล้ว แต่ทางกฎหมายถือว่าความผิดสำเร็จจึงมาร้องเรียนกกต.เพื่อให้เอาผิดผู้ฝ่าฝืนกฎหมายถึงที่สุด”