ส่องความคืบหน้า Board of Peace เปิดโผประเทศตอบรับ–ชาติที่ยังลังเล
วันที่ 22 มกราคม 2569 เมื่อเร็วๆนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้เชิญผู้นำโลกหลายสิบคนเข้าร่วมโครงการ “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งทั่วโลก
ทรัมป์ ซึ่งมักวิพากษ์วิจารณ์สหประชาชาติว่าไม่มีประสิทธิภาพ ได้ลดทอนความกังวลในสัปดาห์นี้ว่าเขาอาจต้องการให้คณะกรรมการของเขามาแทนที่องค์กรโลก โดยกล่าวว่า
ผมเชื่อว่าคุณต้องปล่อยให้สหประชาชาติดำเนินต่อไป เพราะศักยภาพนั้นยิ่งใหญ่มาก
อย่างไรก็ตาม นักการทูตระบุว่าโครงการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานขององค์การสหประชาชาติ (UN)
ขณะที่พันธมิตรดั้งเดิมบางประเทศของสหรัฐฯ ตอบรับอย่างระมัดระวัง และในบางกรณีได้ปฏิเสธข้อเสนอประเทศอื่น ๆ รวมถึงชาติที่มีความสัมพันธ์ตึงเครียดกับสหรัฐมาอย่างยาวนาน เช่น เบลารุส กลับตอบรับคำเชิญดังกล่าว
ประเทศใดบ้างที่ตอบรับคำเชิญของทรัมป์แล้ว
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระดับสูงรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ผู้นำโลกประมาณ 35 คน ได้ตกลงเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพแล้ว จากคำเชิญราว 50 ฉบับที่ถูกส่งออกไป
ประเทศที่ตอบรับรวมถึงพันธมิตรในตะวันออกกลาง เช่น อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน จอร์แดน กาตาร์ และอียิปต์ รวมถึงสมาชิกนาโตอย่าง ตุรกีและฮังการี ซึ่งมีผู้นำสายชาตินิยมที่สร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับทรัมป์ นอกจากนี้ ยังมี โมร็อกโก ปากีสถาน อินโดนีเซีย โคโซโว อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน ปารากวัย และเวียดนาม
ประเทศอื่นที่ตอบรับคำเชิญ ได้แก่ อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน ซึ่งบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังจากพบกับทรัมป์ที่ทำเนียบขาว
ในกรณีที่เป็นที่ถกเถียงมากขึ้น ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ของเบลารุส ซึ่งถูกโลกตะวันตกหลีกเลี่ยงมาอย่างยาวนานจากประวัติสิทธิมนุษยชนที่ย่ำแย่และการสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครน ได้ตอบรับคำเชิญของทรัมป์ ท่ามกลางกระบวนการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันและมินสก์ในวงกว้างขึ้น
รัสเซีย ซึ่งความสัมพันธ์กับสหรัฐดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังทรัมป์แสวงหาความใกล้ชิด ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน พร้อมกล่าวหาว่ายูเครนขัดขวางความพยายามยุติสงคราม ยังไม่ได้ระบุว่าจะเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพหรือไม่
จีนก็เช่นเดียวกัน โดยจีนมักมีความขัดแย้งกับทรัมป์ แต่เพิ่งบรรลุข้อตกลงสงบศึกทางการค้าที่เปราะบางเมื่อไม่นานมานี้
ทั้งรัสเซียและจีนเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีอำนาจยับยั้ง (veto) จึงมีแนวโน้มจะใช้ความระมัดระวังต่อโครงการใด ๆ ที่อาจถูกมองว่าบ่อนทำลายอำนาจของตนในเวทีโลก
ประเทศใดบ้างที่ปฏิเสธหรือยังไม่ยืนยันเข้าร่วม
โครงการคณะกรรมการสันติภาพ ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางรอยร้าวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่เพิ่มขึ้นจากประเด็นกรีนแลนด์ ภาษี และปัญหาอื่น ๆ ได้รับการตอบรับอย่างระมัดระวังจากพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ บางประเทศ ซึ่งมักไม่สบายใจกับแนวทางการทูตเชิงเผชิญหน้า แบบฝ่ายเดียว และแนวคิด “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์
นอร์เวย์และสวีเดน ได้ปฏิเสธคำเชิญ ขณะที่จานคาร์โล จอร์เจ็ตติ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอิตาลี ระบุว่าการเข้าร่วมคณะกรรมการดังกล่าวดูเป็นปัญหา โดยหนังสือพิมพ์อิล คอร์ริเอเร เดลลา เซรา ของอิตาลี รายงานว่า การเข้าร่วมกลุ่มที่นำโดยผู้นำของประเทศเดียวจะขัดต่อรัฐธรรมนูญอิตาลี
ฝรั่งเศสก็มีแผนจะปฏิเสธคำเชิญเช่นกัน แหล่งข่าวใกล้ชิดกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ระบุ ส่งผลให้ทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีนำเข้าไวน์และแชมเปญฝรั่งเศสในอัตรา 200% หากปารีสไม่เข้าร่วมคณะกรรมการของเขา
แคนาดาระบุว่าได้ตกลงในหลักการที่จะเข้าร่วม แต่รายละเอียดยังอยู่ระหว่างการจัดทำ พันธมิตรหลักอื่น ๆ ของสหรัฐฯ เช่น อังกฤษ เยอรมนี และญี่ปุ่น ยังไม่แสดงท่าทีอย่างชัดเจนต่อสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม โฆษกรัฐบาลเยอรมนีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ จะไม่เข้าร่วมพิธีลงนามจัดตั้งคณะกรรมการในวันพฤหัสบดีนี้ ระหว่างการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส
ยูเครนระบุว่านักการทูตกำลังพิจารณาคำเชิญดังกล่าว แต่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี กล่าวว่า เป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะจินตนาการถึงการนั่งอยู่ในคณะกรรมการเดียวกับรัสเซีย หลังจากสงครามยืดเยื้อมานานสี่ปี
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ซึ่งเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาชาวสหรัฐฯ พระองค์แรก และเป็นผู้วิพากษ์นโยบายบางประการของทรัมป์ ได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมคณะกรรมการ และกำลังประเมินข้อเสนอนี้ ตามแถลงการณ์ของสำนักวาติกัน
คณะกรรมการสันติภาพของทรัมป์คืออะไร
ทรัมป์เสนอแนวคิดคณะกรรมการสันติภาพเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ระหว่างการประกาศแผนยุติสงครามในฉนวนกาซา และต่อมาได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ขอบเขตภารกิจของคณะกรรมการจะขยายออกไปนอกเหนือจากกาซา เพื่อจัดการกับความขัดแย้งอื่น ๆ ทั่วโลก
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะดำรงตำแหน่งประธานคนแรกของคณะกรรมการ โดยมีภารกิจส่งเสริมสันติภาพทั่วโลกและทำงานเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง ตามสำเนาร่างกฎบัตรที่สำนักข่าวรอยเตอร์สได้รับ
กฎบัตรระบุว่า ประเทศสมาชิกจะมีวาระการดำรงตำแหน่งจำกัดเพียง 3 ปี เว้นแต่จะชำระเงินประเทศละ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้เป็นทุนสนับสนุนกิจกรรมของคณะกรรมการ และแลกกับสถานะสมาชิกถาวร
ทำเนียบขาวได้ระบุชื่อบุคคลที่จะเป็นคณะกรรมการบริหารชุดก่อตั้ง (Executive Board) ของโครงการ ได้แก่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์