Barclays ชี้ดัชนี S&P 500 ปรับฐานเฉลี่ยใน 6 เดือนแรก หลังประธานเฟดเปลี่ยนตัว
ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 1930 ชี้ดัชนี S&P 500 มักเผชิญแรงปรับฐานในช่วง 6 เดือนแรกหลังประธานเฟดคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ท่ามกลางความกังวลนโยบายของเควิน วอร์ช
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 03.06 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่ง เควิน วอร์ช เตรียมเข้ารับตำแหน่งประธานในเดือนพฤษภาคม อาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาดหุ้นสหรัฐ จากบทเรียนในอดีตของการเปลี่ยนประธานเฟด ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Barclays ระบุว่านับตั้งแต่ปี 1930 ดัชนี S&P 500 มักเผชิญการปรับฐานเฉลี่ยราว 5%, 12% และ 16% ภายใน 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน หลังประธานเฟดคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ซึ่งรุนแรงกว่าการปรับฐานเฉลี่ยในปีปกติทั่วไป
อเล็กซานเดอร์ อัลท์มันน์ หัวหน้ากลยุทธ์หุ้นเชิงแท็กติกระดับโลกของ Barclays ระบุว่า แม้ตลาดจะกังวลว่าวอร์ชจะถูกมองเป็นสายเหยี่ยวหรือไม่ แต่บททดสอบที่แท้จริงน่าจะเกิดขึ้นหลังเดือนพฤษภาคม โดยตามสถิติแล้ว ตลาดหุ้นมักทดสอบความเชื่อมั่นต่อประธานเฟดคนใหม่ภายใน 6 เดือนแรกของการดำรงตำแหน่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเสนอชื่อวอร์ชให้สืบทอดตำแหน่งจากเจอโรม พาวเวล เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเขาเป็นผู้สมัครที่มีท่าทีผ่อนคลายนโยบายการเงินน้อยที่สุดในบรรดาตัวเลือกทั้งหมด โดยวอร์ชเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดระหว่างปี 2549-2554
หากผ่านการรับรองจากวุฒิสภา วอร์ชจะต้องรับมือกับตลาดที่เปราะบางต่อประเด็นความเป็นอิสระของเฟด หลังทรัมป์วิจารณ์พาวเวลล์อย่างต่อเนื่องว่าไม่ลดดอกเบี้ยเร็วพอ แม้ในอดีตวอร์ชจะมีชื่อเสียงเป็นสายเหยี่ยว แต่ระยะหลังเขาแสดงจุดยืนสอดคล้องกับประธานาธิบดี โดยสนับสนุนการลดดอกเบี้ย พร้อมเสนอให้เฟดลดขนาดงบดุลพันธบัตร และทบทวนแบบจำลองเศรษฐกิจที่ใช้อยู่
การเปลี่ยนผู้นำครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางนโยบายการเงิน ซึ่งกำลังถูกดึงรั้งระหว่างเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงกับสัญญาณชะลอตัวเป็นระยะในตลาดแรงงาน ด้าน CIBC Capital Markets ระบุว่า หากมีการเร่งลดสินทรัพย์ในงบดุลเฟด จะดูดสภาพคล่องออกจากระบบการเงิน และอาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยง
อย่างไรก็ดี Morgan Stanley มองอีกด้านว่าภาพลักษณ์ของวอร์ชในฐานะผู้คุมงบดุลอย่างเข้มงวด อาจช่วยสกัดแรงร้อนแรงของราคาทองคำ และหนุนค่าเงินดอลลาร์ในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจช่วยซื้อเวลาให้เป้าหมายนโยบายในภาพใหญ่ดำเนินไปตามที่วางไว้
อ้างอิง : bloomberg.com