โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เฟดเมินแรงกดดันทรัมป์ ยังคงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ย้ำต้องเป็นอิสระจากการเมือง

เดลินิวส์

อัพเดต 29 มกราคม 2569 เวลา 14.27 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ธนาคารกลางสหรัฐ ( เฟด ) ประชุมนโยบายการเงินนัดแรกของปี 2569 และมีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด แม้ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันอย่างหนัก

สำนักข่าวต่างประะเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่าณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ( เอฟโอเอ็มซี ) ของธนาคารกลางสหรัฐ ( เฟด ) มีมติเสียงข้างมาก 10 ต่อ 2 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50% - 3.75% ในการประชุมครั้งแรกของปีนี้ โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ใน "จังหวะที่มั่นคง" และตลาดแรงงานเริ่มมีสัญญาณที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เฟดมองว่า ยังคงมีปัจจัยที่ต้องจับตา คือ อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงลดลงยาก และผลกระทบจากกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเฟดเลือกที่จะรอดูสถานการณ์เพิ่มเติม ก่อนตัดสินใจก้าวต่อไป

ขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ยืนยันว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะไม่มีทางยอมสูญเสียความเป็นอิสระ และให้ "คำแนะนำ" ถึงผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่อในเดือนพ.ค. นี้ ว่า "อย่าดึงตัวเองเข้าไปพัวพันกับการเมือง"

ทั้งนี้ การดำรงตำแหน่งประธานเฟดสองสมัยติดต่อกันของพาวเวลล์ จะสิ้นสุดในเดือนพ.ค. นี้ ท่ามกลางการจับตาของหลายฝ่าย ว่าอาจนำไปสู่ "การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ" เนื่องจากผู้ที่มีอำนาจเสนอชื่อประธานเฟดให้วุฒิสภาพิจารณา คือผู้นำสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันคือทรัมป์

ตอนนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับพาวเวลล์ตึงเครียดถึงขีดสุด จากการที่ทรัมป์ยังคงพยายามปลด นางลิซา คุก หนึ่งในผู้ว่าการเฟด และมีการตั้งกรรมการสอบสวนพาวเวลล์และเฟด เกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งพาวเวลล์กล่าวว่า คดีความที่เกิดขึ้นถือเป็น "คดีสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ 113 ปีของเฟด" เพราะจะเป็นการพิสูจน์ว่า นโยบายการเงินจะตกไปอยู่ภายใต้แรงกดดันทางการเมืองหรือไม่.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...